Enterprise 2.0 Knowledge Management

TheInk
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
Peter Drucker กล่าวไว้ว่า "You can't manage knowledge. Knowledge is between two ears, and only between two ears."

พอดีระหว่างหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ KM ก็ไปเจอเว็บ Besser 2.0 เข้า
พวกเขาเป็นชาวเยอรมันที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับการใช้ Social software ให้เป็นประโยชน์ และได้ทำ presentation ขึ้นมา 3 ไฟล์ดังต่อไปนี้

Enterprise 2.0 Knowledge Management - The Wikipedia Myth

ในอดีตโปรเจค KM ส่วนใหญ่มักล้มเหลวเพราะ ไม่แคร์คนใช้ คิดแต่จะผลักดันให้ใส่ข้อมูลลงฐานข้อมูล แต่ไม่ให้เวลากันมันอย่างจริงจัง Peter Drucker กล่าวไว้ว่า "You can't manage knowledge. Knowledge is between two ears, and only between two ears." ในวันนี้ความสำเร็จของ Social Software ต่างๆ จุดประกาศให้เห็นว่า KM เป็นไปได้ แต่อาจจะไม่ใช่สำหรับองค์กร เพราะถ้า 1% ของผู้ใช้เว็บ สร้างเนื้อหาหลักสำคัญให้กับโลกใบนี้ จะมีสักกี่คนในองค์กรที่สร้างเนื้อหาให้กับคุณ เครื่องมือสมัยใหม่ที่กลับถูกนำไปใช้กับคอนเซ็ปต์แบบเดิมๆ ก็จะนำมาซึ่งผลลัพธ์เดิมๆ เช่นเคย

อย่างที่ทราบการแชร์ความรู้เป็นเรื่องของความสมัครใจ เราจะทำเมื่อมีผู้ฟังที่เหมาะสม มีแรงจูงใจในภาวะที่เหมาะสม ดังนั้น KM จึงควรมุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของผู้คน มันไม่ใช่แค่การเก็บเอกสารหรือการอ่านเอกสารที่ดีที่สุด แต่คือการค้นหาคนที่เหมาะสมที่สุดให้ถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน มันสามารถนำมาใช้กับองค์กรได้ เพราะ Social software ทำให้เราเห็นเครือข่ายการทำงานที่ชัดเจนขึ้น เชื่อมโยงเนื้อหาและผู้คนเข้าด้วยกัน ทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ความสำเร็จของการสร้าง Enterprise2.0 ขึ้นอยู่กับ วัฒนธรรมองค์กร, เทคโนโลยี, และการจัดการที่เหมาะสม มีคือการบูรณาการ ไม่ใช่แค่ Social software แต่เพียงอย่างเดียว คุณต้องการทีมสปิริตเพื่อให้ทุกอย่างลงตัวเข้าด้วยกัน เปิดในที่เป็นไปได้ และปิดในที่จำเป็น

คำถามที่น่าสนใจหลังจากดู presentation ทั้งสามไฟล์แล้วจบลง ก็คือ

ก. พูดง่ายทำยาก มันก็แค่หลักการ ทำไม่ได้ในสังคมไทยหรอก
ข. ถึงเป็นหลักการ แต่สามารถปฏิบัติได้จริง ถ้าคนไทยคิดจะทำ

แล้วคุณหละคิดอย่างไร How do u think?

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน How do u think?



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยทั้งสองข้อ ดังเช่น ข้อ ก. เพื่อนซึ่งทำงานในหน่วยงานราชการระดับหก เคยมาปรารภให้ฟังว่า ที่หน่วยงานเริ่มมีโครงการเคเอม แต่มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบเป็นเพียงผู้อาวุโสในหน่วยเท่านั้น เรื่องราวจึงไปไม่ถึงไหน ทั้งที่ผู้มีความสามารถความรู้หรือกระตื้อรือร้นในเรื่องนี้อยู่ในหน่วยงานหลายคน...

ส่วนข้อ ข. ที่เห็นด้วยเพราะวัฒนธรรมการเรียนรู้ของสังคมไทยก็เป็นอย่างที่เห็นๆ กัน

ปัญหาทั้งสองข้อนี้แหละ คิดว่าเป็นประเด็นสำคัญของสังคมไทย เมื่อพิจารณาเค้าเงื่อนที่ลงลึกไปอีก...

เจริญพร