ช่วงนี้ที่โรงเรียนมีนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพจากประเทศจีนมาฝึกงานสอนภาษาจีนให้กับนักเรียน นับเป็นรุ่นที่สองตามโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยของประเทศจีน กับโรงเรียน
ใหญ่ ๆ ในจังหวัดนครปฐม หลังจากเทอมที่แล้วเป็นหญิงสาวหน้าตาน่ารักวัยยี่สิบเอ็ดปีมาได้สามเดือนและเดินทางกลับไปแล้ว
เมื่อวานนักศึกษาหนุ่มสองคน ท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตน อีกคนหนึ่งตัวผอมสูง คนหนึ่งตัวเตี้ย
รูปร่างสันทัด มาถึงโรงเรียนในช่วงบ่าย
ในตอนเย็นพบครูกลุ่มสาระภาษาต่างประเทศได้ฝากน้องไว้กับคุณครูระเบียบนางฟ้าใจดีประจำโรงเรียนให้ช่วยดูแลน้องด้วยเพราะอยู่บ้านพักครูยังไม่ได้กลับบ้านที่นครชัยศรี ตนเองนั้นไม่สะดวกต้องไปดูแลครอบครัว
ผู้เขียนนั่งอยู่ใกล้ ๆ ทำให้คิดถึงภาพประวัติศาสตร์ที่ซ้ำรอย ย้อนหลังเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม ครูจีนสองสาวเดินทางมาถึง ครูภาษาต่างประเทศขับรถพาน้องไปซื้อของที่ห้างในอำเภอเมืองนครปฐม ช่วงเวลาเย็น แล้วก็ชวนครูระเบียบให้ดูแลน้องด้วยโดยพาไปทิ้งไว้ที่ห้างห่างจากโรงเรียนประมาณ ๒๐ กม. ให้นั่งรถประจำทางกลับมาเองเพราะอ้างว่าตนเองติดธุระไม่สะดวกที่จะมาส่ง ครูระเบียบก็ยังไป (คนอะไรใจดีจัง)
ช่วงนั้นมีการประชุมเตรียมตัวรับการประเมินภายนอก ถามหาครูระเบียบ (ครูสอนภาษาไทยในฐานะลูกหมวด) จึงทราบว่าเขาชวนไปให้ดูแลน้อง ทั้ง ๆ ที่ มิใช่หน้าที่โดยตรงแต่เป็นน้ำใจอันประเสริฐ
ผู้เขียนทราบดังนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงทั้งครูจีน ครูไทย จะกลับมากันอย่างไร ? ข้าวของก็คงมากมาย หอบหิ้วนั่งรถหลายทอดกว่าจะถึง คิด ๆ แล้วก็สงสาร โทรศัพท์ติดต่อบอกว่าจะไปรับ ฟังน้ำเสียงพี่ระเบียบเขาดีใจมาก แล้วก็รีบขับรถส่วนตัวไปรับที่ห้าง พาน้องไปรับประทานอาหารที่หน้าองค์พระปฐมเจดีย์ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ทุกคนมีความสุข....
เหตุการณ์วันนั้นไม่น่าเชื่อว่ามันจะย้อนรอยมาถึงวันนี้อีก เมื่อครูระเบียบต้องดูแลน้องภาษาจีนสองคน วัยยี่สิบเอ็ดปีหนึ่งคน และยี่สิบเจ็ดปีอีกหนึ่งคน รู้สึกเป็นห่วงจึงไปเป็นเพื่อนพาไปซื้อของแนะนำให้รู้จักร้านอาหาร ตลาดสด ซึ่งการติดต่อสื่อสารเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะน้องทั้งสองดูเหมือนจะอ่อนภาษาอังกฤษมาก ๆ คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่สังเกตว่า เขาจะฉลาดนะมีหนังสือเล่มหนึ่งถือติดมือตลอดเวลา เป็นหนังสือแนะนำนักท่องเที่ยวมีสามภาษา มีภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ แนะนำการใช้ภาษาในการสนทนาและสถานการณ์ต่าง ๆ สำหรับนักท่องเที่ยว เวลาติดขัดอะไรก็เปิดหนังสือชี้ให้ดูว่าต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้จะสั่งอาหารก็ชี้ให้ดูว่าต้องการรับประทานอะไร นี่คือไหวพริบในการแก้ปัญหา
น้องทั้งสองซื้อของใช้ส่วนตัวเล็กน้อยจริง ๆ (ดูไม่ยุ่งเหมือนสาวจีนรุ่นก่อนที่เลือกโน่นเลือกนี่ ใช้เวลานานมากจนรู้สึกรำคาญ) ผู้ชายช่างต่างจากผู้หญิงจริง ๆ นะ เขาอยากได้แปรงสีฟัน พาไปในร้านค้าพอได้เห็นก็แสดงท่าทางดีใจ “สิ่งของจะมีคุณค่าได้ย่อมขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการจริง ๆ” ซื้อเสร็จก็เดินกลับประมาณ ๖๐๐ เมตรเห็นจะได้ นำของไปฝากยามที่ป้อมยามของโรงเรียน น้องเขาก็ไหว้ขอบคุณยามอย่างสวยงาม ไหว้สวยกว่าคนไทยหลายคนด้วยซี ....
พาไปรับประทานอาหารเย็น ระหว่างรออาหาร อีกคนหนึ่งเงินในโทรศัพท์หมดอีก มีข้อความส่งมาเป็นภาษาอังกฤษบอกว่าเงินใกล้หมด ส่งมาให้ผู้เขียนช่วยไปเติมเงินให้ทีให้เงินมา ๓๐๐ บาท จึงพาไปที่ร้านค้าใกล้ ๆ กันซึ่งมีอัธยาศัยดีและคุ้นเคย เพื่อให้น้องเขารู้จักและสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในโอกาสต่อไป ถามน้องเรื่องซิมการ์ดก็ตอบไม่ได้ว่าเป็นซิมของอะไร ร้านค้าก็แสนดีช่วยกันตรวจสอบ ลองโทรศัพท์เข้าเครื่องว่าใช่เบอร์ที่ถูกต้องไหม ? ทั้งสามี ภรรยา ทั้งลูกสาววัยเด็กต่างช่วยกันเต็มที่ จนเติมเงินได้สำเร็จเสร็จสมอารมณ์หมาย เฮ้อ...ลุ้นแทบแย่
นี่แหละกระมังเสน่ห์ของร้านค้าปลีกย่อย ซึ่งบรรยากาศเช่นนี้หาไม่ได้ในห้างดัง ๆ เช่น บิ๊กซี
แมคโคร โลตัส
กลับมานั่งรับประทานอาหาร ได้เห็นท่าทางการรับประทานอาหารของเขาก็สุขใจ ดูแล้ว
เพลินดี รวดเร็ว หน้าตาเอร็ดอร่อยมาก ขอเพิ่มอีก ๑ จาน นำมาแบ่งกันคนละครึ่ง (ผู้เขียนไม่ได้รับประทานด้วยเพราะรับประทานอาหารมังสวิรัติ ไม่นิยมรับประทานอาหารนอกบ้านเพราะคำนึงถึง
ความสะอาด และสุขภาพ) อิ่มหนำสำราญ พี่ระเบียบก็จ่ายเงินค่าอาหาร
น้อง ๆ ทั้งสองไม่ยอมจะจ่ายเองท่าทางเกรงใจ ต้องอธิบายเสียยืดยาวว่าต้องการ “เทคแคร์”
ในการพบกันครั้งแรกจึงเข้าใจ
เกือบสามทุ่มจึงเดินทางกลับเข้าโรงเรียน ไปส่งน้องถึงบ้านพักเพื่อดูแลความเรียบร้อยพร้อมทั้งแนะนำสิ่งต่าง ๆ
แหงนมองดาวบนท้องฟ้า ดวงดาวยังระยิบแสงเหมือนยิ้มให้ดั่งเคย ทุกครั้งที่ทำ
ความดีช่วยเหลือผู้อื่น เพียงให้เวลา ให้ความเอาใจใส่ ห่วงใยเป็นเพื่อน ย่อมทำให้เกิดความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ มิตรภาพต่างแดนแม้อยู่ห่างไกลกันแต่เมื่อมีเหตุให้ได้มาพบกันในฐานะเจ้าบ้านก็ควร
เอื้ออาทรให้เขาอุ่นใจมิใช่หรือ ?

สวัสดีค่ะ
ต้อนรับดีอย่างนี้เขาคงประทับใจและอยากมาอีกนะคะ
เสน่ห์ของคนไทย...
ใจเขาใจเรานะครับ ถ้าหากเราไปอยู่บ้านเขาเมืองเขา แล้วได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างนี้ ก็คงอบอุ่น และดีใจไม่น้อยเลย
มาสอนฟรีค่ะ โรงเรียนเลี้ยงอาหารอย่างเดียวค่ะ
วันหยุดค่ะ
อาจมีอันต้องไปต่างบ้านต่างเมือง
เผื่ออานิสงส์ที่คอยช่วยเหลือผู้อื่น
จะช่วยหนุนส่งบ้างค่ะ
ท่านผู้บริหารคงเตรียมพร้อมแล้วซีคะ
ปกติไม่ค่อยเก่งเรื่องเทคโนโลยีสักเท่าไรนัก อธิบายเท่าที่พอเข้าใจละกันค่ะ
ช่วยกรุณาแบ่งปันความรู้ด้วยนะคะ
คลิกที่นี่เพื่อแทรกรูปภาพ ทำตาม
ขั้นตอน ไปที่นำไฟล์ขึ้นค่ะ จากนั้น
ก็ทำตามที่คุณเขียนบันทึกปกตินั่นแหละค่ะ
ตรงรูปภาพ แล้วก็เลือกรูปที่เรา
ต้องการด้วยการ copy มาวางค่ะ
ง่าย ๆ ลองทำดูนะคะ
คนไทยส่วนใหญ่ใจดีและน่ารัก
แต่บางคนไม่ชอบแสดงออกนะคะ
สวัสดีคะ
น้าใจคนไทย งามจริงๆคะ
เป็นประวัติศาสตร์ดีดี ที่น่าจดจำ
สวัสดีค่ะ
ดีจังเลยค่ะ
ภาษาจีน...จะมีอิทธิพลต่อไปในอนาตค...
ขอให้มีความสุขมากๆนะคะ
ในวันเปิดเทอมที่สดใส...
หาโอกาสศึกษาเพิ่มเติมแล้วละค่ะ
ให้สุขกาย สุขใจ เช่นเดียวกันค่ะ