จดหมายคลายทุกข์กำลังใจเเด่น้อง กลุ่มสูญเสีย

เดือนที่เเล้วมีคนไข้เด็กระยะสุดท้ายเสียชีวิตประมาณ 3-4 คน จดหมายคลายทุกข์ จึงได้เวลาปฏิบัติการอีกครั้ง จดหมายที่เขียนส่งไปในเดือนที่แล้วนั้นมี ครอบครัวน้องเต้ อีกฉบับคือครอบครัวน้องคิง และครอบครัวน้องมอสซึ่งมอสเป็นคนไข้มะเร็งกระดูกชนิด Ewing ' sarcoma เสียชีวิตอยู่ที่ ICU เเต่เป็นคนไข้ที่เคยมารับการรักษาที่หอผู้ป่วยเด็ก 3ง ของเราจึงต้องติดตามดูแลให้กำลังใจต่อเนื่องโดยเฉพาะทราบจากพี่เกศว่า case น้องมอสคุณพ่อ คุณเเม่ทำใจไม่ได้เลย เพราะยังไม่ได้เตรียมใจ มาครั้งนี้มาเพื่อผ่าตัดเเต่หลังผ่าตัดเเล้วน้องมีปัญหา สุดท้ายเสียชีวิต ส่วนน้องคิงเป็นคนไข้มะเร็งเม็ดเลือดขาว  

       วันนี้อยากเล่าให้ฟังค่ะเกี่ยวกับเนื้อหาในจดหมายที่เขียนถึงครอบครัวนะคะว่าเขียนอย่างไร ก่อนหน้านี้เคยเกริ่นไว้ในบันทึกนี้บ้างแล้วถึงโครงการจดหมายคลายทุกข์ กำลังใจเเด่น้อง วันนี้ขออนุญาตยกตัวอย่างจดหมายที่เขียนถึงเเม่น้องเต้ น้องเต้ป่วยด้วยโรคมะเร็งเซลล์เนื้อเยื่อระยะสุดท้ายมีลุกลามไปที่ปอดได้ประมาณ ปีกว่าแล้วและอยู่ในโปรเเกรมการดูแลของทีมนำทางคลินิกกุมารเวชกรรมของเรา เต้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2552 หลังเข้ารับการรักษาครั้งสุดท้ายที่โรงพยาบาลจตุรัส จ. ชัยภูมิ ได้ 6 วัน

 

เขียนที่หอผู้ป่วย 3ง โรงพยาบาลศรีนครินทร์

 

10  เม.ย. 52

 

สวัสดีค่ะคุณแม่น้องเต้

จดหมายฉบับนี้เขียนจาก ตึกเด็ก 3ง ร.พ. ศรีนครินทร์ ในโครงการจดหมายคลายทุกข์ กำลังใจแด่น้องซึ่ง ทีมการพยาบาลหอผู้ป่วยเด็ก 3งทุกคนช่วยกันคิดและจัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องที่เจ็บป่วย ด้วยโรคมะเร็งและโรคเรื้อรัง  และครอบครัที่สูญเสียก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจ ต่อครอบครัว ด้วยที่ต้องสูญเสียน้องเต้ คิดว่าคงเป็นการสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดกับครอบครัว  และในวันนี้เจ้าหน้าที่ 3ง ทุกคนก็ขอเป็นให้กำลังใจกับครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ ซึ่งได้ดูแลน้องเต้ อย่างดีที่สุดจนถึงวาระสุดท้ายซึ่งตลอดระยะเวลาที่น้องไม่สบายและมานอนพักรักษาที่ตึก 3ง นั้นทุกคนรู้สึกชื่นชมครอบครัวที่ได้ทุ่มเทให้กับการดูแลน้องเป็น อย่างดีที่สุด น้องเต้เป็นเด็กน่ารัก ยังจำคราวที่ได้พาเต้ไปเที่ยวโบนันซ่าได้ วันนั้นเต้ดูมีความสุขมาก ยังรู้สึกว่าครั้งต่อไปอยากชวนเต้ ถึงได้ขอเบอร์โทรเต้ไว้ แต่ไม่เป็นไรนะคะ คิดว่าวันนั้นเขาก็ได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง การสูญเสียแม้จะต้องใช้เวลานานกับการทำใจแต่ทุกคนก็ต้องยอมรับกับมันให้ได้ซึ่งทางเราก็ยังเป็นห่วงทุก คนในครอบครัว จึงได้จดหมายมาถามข่าว  การรักษาน้องเต้ ทีมแพทย์พยาบาลก็พยายามอย่างเต็มความสามารถแล้วแต่เราก็ต้องแพ้พ่ายกับโรคที่รุนแรง ตอนนี้คงคิดถึงน้องเต้  ฝันถึงบ้าง หรือมีอาการอ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ก็ถือว่าเป็นกระบวนการที่ปกติของความเศร้าโศกจากการสูญเสียและเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3- 6 เดือนทุกอย่างคงดีขึ้นหากคิดว่าเราสามารถเป็นที่ปรึกษาหรือเป็นกำลังใจให้ได้ โทรศัพท์มาคุยหรือจดหมายมาได้เรายินดีเสมอและเจ้าหน้าที่ 3ง ทุกคนขอเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวให้ผ่านพ้นห้วงเวลานี้ไปได้โดยเร็ววัน

                                              ยังเป็นห่วงและระลึกถึง

                                                จาก...............

                                                เจ้าหน้าที่ตึก 3ง ทุกคน

                                                ตึกเด็ก 3ง  แผนกการพยาบาลกุมารเวชกรรม

                                                โรงพยาบาลศรีนครินทร์

อ.เมือง  จ. ขอนแก่น    รหัสไปรษณีย์ 40002 

สิ่งที่เราเเนบส่งไปพร้อมกับจดหมายนะคะ

1. การ์ดแสดงความเสียใจ

2. เเบบประเมินความสามารถในการปรับตัวหลังสูญเสีย

3.  คู่มือปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อรับมือกับความเศร้าโศกจากการสูญเสีย

การเขียนจดหมายถือเป็นอีกหนึ่งโปรเเกรมการดูแลเพื่อให้พ้นผ่านระยะเศร้าโศกจากการสูญเสีย (  Bereavement care program )ที่คิดว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่าทางจิตใจต่อครอบครัวที่สูญเสียอย่างมาก จากที่ได้ดำเนินกิจกรรมนี้มาเป็นเวลา 5 ปี จดหมายที่เขียนถึงครอบครัวที่สูญเสียร้อยกว่าฉบับ ได้มีส่วนช่วยให้ครอบครัวรู้สึกว่ามีคนคอยห่วงใยในยามที่กำลังทุกข์หนัก  บางครอบครัวกำลังนั่งเหม่อใจลอยคิดถึงลูก... บางครอบครัวนำจดหมายติดไว้ข้างฝาด้วยความดีใจที่ทางโรงพยาบาลคอยติดตามให้กำลังใจ

บันทึกต่อไปจะนำจดหมายจากครอบครัวน้องเต้มาเล่าให้ฟังนะคะ