การแผ่เมตตา คือ การส่งกระแสจิตที่มีความรัก มีความหวังดี ความเป็นห่วงเป็นใย ความเอื้ออาทรไปยังตัวของเรา คนที่เรารัก เพื่อนมนุษย์ทั่วไปและอมนุษย์ สรรพสัตว์ และคนที่เราไม่รัก คนที่โกรธ เกลียด อาฆาตพยาบาท ไม่ชอบหน้า โดยส่งกระแสจิตไปจริงๆ จากใจจริงๆ ขณะพูดหรือระลึกนึกคิดก็ส่งกระแสจิตไปตามนั้น จึงจะมีผลดังกล่าวข้างต้น โดยเริ่มปฏิบัติ ๓ ขั้นดังนี้

ขั้นที่ ๑ แผ่ให้แก่ตัวเองและคนที่เรารัก คนเราย่อมรักตัวเองมากที่สุดเคยถามบางคนว่า รักใครที่สุด ส่วนมากจะตอบว่า รักพ่อแม่มากที่สุด ความจริงรักตัวเองมากที่สุด กระแสจิตที่มีแต่ความดี ความเยือกเย็น จะต้องผ่านตัวเราก่อนแล้วจึงออกไปยังคนอื่น เมื่อแผ่เมตตาให้แก่ตัวเองแล้ว ก็แผ่ไปยังคนที่เรารัก มีบิดา มารดา ลูกเมีย ครูบาอาจารย์ ผู้มีพระคุณ ผู้ที่เคารพรักและเพื่อนฝูง
การแผ่เมตตาขั้นนี้ง่าย ใครๆ ก็สามารถทำได้ เพราะตามปกติกระแสจิตของคนก็วนเวียนไปยังคนรักอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว ท่านเปรียบเหมือนการพายเรือไปน้ำที่ไหล แทบไม่ต้องออกแรงพาย เรือก็จะวิ่งไปตามกระแสน้ำอยู่แล้ว
ขั้นที่ ๒ แผ่ไปยังเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกที่เราไม่รักไม่ชัง สรรพสัตว์ สัตว์ในอบายภูมิทั้ง ๔ จนถึงอเวจีมหานรก เทวดาพรหมทุกห้องช่องชั้นฟ้า รวมไปถึงต้นไม้ใบหญ้าก็แผ่เมตตาให้ด้วย การส่งกระแสจิต ให้ทำเหมือนเราโยนก้อนหินลงไปในน้ำ จะมีคลื่นกระจายออกไปโดยรอบ โดยหาขอบเขตไม่ได้ หาที่สุดไม่ได้
การส่งกระแสเมตตาขั้นนี้ยากขึ้นมาหน่อย จะต้องตั้งใจและฝืนใจบ้างในระยะแรก ท่านเปรียบเหมือนการพายเรือในน้ำนิ่ง การพายเรือในน้ำนิ่งต้องออกแรงพาย เรือจึงจะเคลื่อนที่ ถ้าหยุดพายเรือก็จะชะลอความเร็วและหยุดนิ่ง การแผ่เมตตาระดับนี้ก็ต้องออกแรงบ้าง คือ ตั้งใจทำบ่อยๆ ต่อเนื่องกัน หัดแผ่เมตตาทั้งต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และสรรพสิ่งทั้งหลายทั่วสากลโลก จนเมตตาขึ้นสมอง หรือเป็นอัตโนมัติ
ขั้นที่ ๓ แผ่ไปยังคนที่เราไม่รัก คือคนที่เราโกรธ เราเกลียด อาฆาตพยาบาท จองเวร ไม่ชอบขี้หน้า เคยสอนให้นักโทษในเรือนจำแผ่เมตตา ขั้นที่ ๑ และ ขั้นที่ ๒ พอทำได้ พอถึงขั้นที่ ๓ นักโทษคนหนึ่งพูดขึ้นว่า "ผมทำไม่ได้ ขอให้ผมพ้นโทษไป ฆ่าให้มันตายก่อน แล้วจึงจะแผ่เมตตาไปให้มัน" ยอมรับว่าขั้นนี้ทำได้ยาก แต่ถ้าพยายามจะปฏิบัติก็ไม่เหลือวิสัย คงพอทำได้
อันดับแรก ให้ท่านลองนั่งนึกถึงคนที่ท่านไม่ชอบ คนที่โกรธ เกลียด หรือที่เรียกว่าศัตรู ว่าในโลกนี้มีกี่คน เมื่อนึกได้แล้วให้เขียนชื่อ นามสกุล ของคนเหล่านั้น เรียงตามลำดับความเข้มข้นและรุนแรงแห่งความโกรธ เกลียด ตามลำดับ ๑ - ๒ - ๓ - ๔ - ๕ - ๖ - ๗ - ๘ - ๙ - ๑๐ ท่านเริ่มส่งกระแสจิตเมตตาไปยังคนสุดท้ายก่อน ให้มองดูแต่แง่ดีของเขาว่าในตัวเขานั้นมีอะไรดีบ้าง อย่ามองในแง่ร้ายของเขา โดยให้นึกถึงคำที่หลวงพ่อพุทธทาสท่านแนะไว้ว่า วิธีทำใจให้สบาย คือ อย่ามองคนในแง่ร้าย แต่ให้มองในแง่ที่ว่า
"เขามีส่วนเลวบ้างช่างหัวเขา
จงเลือกเอาส่วนดีเขามีอยู่
เป็นประโยชน์โลกบ้างยังน่าดู
ส่วนความชั่วอย่ารู้ของเขาเลย
จะหาคนมีดีโดยส่วนเดียว
อย่าไปเที่ยวค้นหาสหายเอ๋ย
เหมือนเที่ยวหาหนวดเต่าตายเปล่าเลย
ฝึกให้เคยมองแต่ดีมีคุณจริง"

ถ้ามองในแง่ร้ายเราจะแผ่เมตตาไม่ได้ ทำไปเรื่อยๆ บ่อยๆ จนเราสามารถล้างโปรแกรมในสมองของเราออกได้ว่า คนลำดับที่ ๑๐ นี้ เรานึกถึงแต่ความดีเขา แผ่เมตตาให้เขาได้ให้พยายามทำอย่างนี้ทีละคน แม้จะใช้เวลานานสักเพียงใดก็ตาม สักวันหนึ่ง เราจะนึกหาคนที่เราโกรธ เกลียด ไม่ได้สักคน วันนั้นแหละจะเป็นวันที่ท่านมีความสุขที่สุด จะมีชิวิตอยู่อย่างไม่มีภัย ไปไหนไม่ต้องแขวนพระให้หนักคอ
ขั้นนี้ ท่านเปรียบเหมือนการพายเรือทวนกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว จะต้องออกแรกพาย หยุดเมือ่ไรถอยหลังทันที การแผ่เมตตาต่อให้ศัตรูก็ต้องใช้พลังความศรัทธา ความเพียร ความอดทนอย่างสูงจึงจะสำเร็จ เป็นการทวนกระแสความรู้สึกอย่างแรง ผลบุญกุศลจะเกิดก็เกิดตรงจุดนี้แหละ อย่างนักปราชญ์จีนกล่าวว่า "การทำดีแก่ตัวเองเป็นเรื่องธรรมดา การทำดีแก่คนที่เรารัก ถือว่าดีนิดหน่อย การทำดีกับคนอื่นๆ ถือว่าดีที่สุด"
ขอบคุณมากเลยค่ะ จะเอาไปใช้ค่ะ
บุญรักษา ขอให้เจริญในธรรมยิ่งขึ้นค่ะ
สามขั้นนี้พิสูจน์มาด้วยตัวเองแล้วค่ะ
โดยเฉพาะขั้นที่สาม ตอนมัธยมเคยมีเพื่อนในกลุ่ม อยู่ดีๆก็เกิดไม่ชอบเราขึ้นมาไม่มีสาเหตุซะงั้น โชคดีที่ชอบปฏิบัติธรรม แล้วจำได้ว่าถ้าเรารู้สึกไม่สบายใจกับใคร ลองแผ่เมตตาให้เค้าดูสิ แล้วส่งจิตว่าขอให้เค้ามีความสุข ประมาณสามสี่เดือนเห็นผลค่ะ อยู่ดีๆก็กลับมาดีกับเราโดยไม่ทราบสาเหตุอีกเหมือนเดิม
( ตอนนั้นทุกข์มากเพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด คงเป็นกรรมเก่า)
ก่อนไปโรงเรียนก็เลยสวดมนต์แผ่เมตตาทุกเช้าค่ะ
หลังจากนั้นเลยปฏิบัติเรื่อยมา ไม่ว่าเราจะพบใครก็ขอแต่ให้เค้ามีความสุข และคนที่สุขที่สุดคือตัวเราค่ะ^^
ขอบคุณครับ ปฏิบัติค่อยๆ เป็นค่อยไป มันจะเป็นความสบายใจของเราเอง และสามารถเกิดผลพลอยได้แก่คนรอบข้าง
ขอให้เพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์จงมีสุขกันถ้วนหน้า...
เคยปฏิบัติช่วงหนึ่ง แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ปฏิบัติ จะพยายามปฏิบัติให้เป็นนิจ เพื่อตัวของเราเอง สาธุ
ขอบคุณค่ะ จะลองไปปฎิบัติดูนะคะ
แต่ไม่รู้ว่าจะทำได้รึป่าว
เฮ้อ..ความเกลียดมันรุนแรงอ่ะค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาอ่านและไม่ผิดหวังเลย
งานที่ทำก็แผ่เมตตา...สาธุ...คนไข้อย่าได้ทุกข์ทรมาน การแผ่เมตตาจะทำให้เรารักคนได้โดยมีเงื่อนไขน้อย...
การแทงน้ำเกลือก็จะแม่น...โดยเฉพาะเด็กแทงยากมาก
การแผ่เมตตาสั้นๆ ของหลวงปู่ชอบ... สุ.ขัง.สุ.ปฏิ.
ต่อไปจะแผ่เมตตาให้หลากหลายตามที่ได้อ่านนะคะ
ขอเชิญไปแสดงความคิดเห็น...ในเรื่อง เมื่อลูกเป็นมะเร็ง...ความทุกข์เขาเราจะแบ่งปันอย่างไร ขอบคุณนะคะ
ก็ถึงว่า ขั้นที่ 3 จะทำได้อยากหน่อย เพราะเราต้องแผ่จิตเมตตาต่อคนที่เป็นศัตรู แต่อย่างว่า ในเมื่อน้ำไหลเชี่ยว ก็ย่อมจะต้องออกแรงมากเป็นพิเศษ ค่อยๆ ขยับไปทีละน้อย ไม่ช้าไม่นานคงจะสามารถทำได้ ขอให้ทุกคนเจริญด้วยเมตตา และผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ สาธุ..
อืม ดีครับ
เป็นคำสั่งสอนที่ดีมากๆ จะนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน