ความตั้งใจในการทำงานเพื่อสืบสานเอกลักษณ์ของท้องถิ่นที่มุ่งไปถึงเยาวชนเพียงวันเดียว สัปดาห์เดียว เดือนเดียวแม้แต่ปีเดียวไม่เพียงพอ

ทำอย่างไร เยาวชนไทย

จึงจะหันกลับมาสนใจ 

เอกลักษณ์ของท้องถิ่น (ตอนที่ 6)

(ชำเลือง  มณีวงษ์/ผู้เขียน)

 

หน่วยงานที่อยู่เหนือขึ้นไป มีหลายองค์กรที่สามารถจัดสรรงบประมาณ ดำเนินงาน ให้นโยบายในการที่จะเข้าสู่การผลักดัน เสริมแรงให้เยาวชนหันมาให้ความสนใจและร่วมรักษาเอกลักษณ์ของท้องถิ่น แต่ที่น่าเสียดาย คือ การสนับสนุนงบประมาณไม่ตรงไปยังคนทำงาน ไม่มีการสืบค้นหาคนที่เดินดิน ต้องย่ำเท้าอยู่กับที่ แต่มีผลงานเดินหน้าไปไกลกว่าที่จะกลับมามองย้อนให้เริ่มต้นใหม่ได้

  ภาครัฐและเอกชน ที่มีกำลังความสามารถในการให้การสนับสนุนและดำเนินนโยบายที่จะจัดการความรู้ สู่การปฏิบัติ มีส่วนร่วมที่จะให้เยาวชนได้มีสถานที่แสดงความสามารถ มิใช่เอาแต่จัดการประกวด ที่กล่าวมาอย่างนี้มิใช่ว่าการจัดให้มีเวทีประกวด แข่งขันไม่ดี ไม่ใช่ เป็นสิ่งที่ดี แต่จะต้องติดตามผลผลิตที่เขาได้รับชื่อเสียงไปด้วยว่า หลังจากการประกวดแล้ว ไปทำประโยชน์ให้สังคมได้มากน้อยแค่ไหนเพียงใด (ความคุ้มค่า สมราคา) การจัดประกวดแข่งขันในแต่ละครั้งใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก บางโครงการประกาศว่าชิงเงินรางวัล 1,000,000 บาทเสร็จสิ้นการประกวดก็จบเสร็จงานสรุปผลได้ความพึงพอใจเท่านั้น

 ภาครัฐ ในวันนี้ผมมองว่า หน่วยงานหลักในระดับประเทศยังมองไม่ทะลุปรุโปร่ง มองไม่ถึงหรือยังไม่เห็นความสำคัญที่แท้จริงของศิลปะการแสดงท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่โดดเด่น สวยงาม ประทับใจในของแต่ละท้องที่โดยมิอาจที่จะลอกเลียนแบบหรือเอาอย่างกันได้

- ศิลปะการแสดงของภาคเหนือก็เป็นมรดกของประชาชนในแถบภาคเหนือของประเทศไทย ใครก็รำฟ้อน แอ่วเอื้องได้สวยสดงดงามไม่เท่ากับเจ้าของท้องที่ที่แท้จริง

- ศิลปะการแสดงของภาคอีสานก็เป็นมรดกของประชาชนในแถบภาคตะวันออก เฉียงเหนือของประเทศไทย ใครก็รำแคน ร้องหมอลำได้สวยสดงดงามไม่เท่าเจ้าของท้องที่ที่แท้จริง

- ศิลปะการแสดงของภาคกลางก็เป็นมรดกของประชาชนในแถบภาคกลางของประเทศไทย ใครก็เล่นเพลงพื้นบ้านหลายสิบชนิดได้สวยสดงดงามไม่เท่าเจ้าของท้องที่ที่แท้จริง

- ศิลปะการแสดงของภาคใต้ก็เป็นมรดกของประชาชนในแถบภาคใต้ของประเทศไทย ใครก็รำโนรา เชิดหนังตะลุง ร้องเพลงบอก ได้สวยสดงดงามไม่เท่ากับเจ้าของท้องที่ที่แท้จริง

 

ในวันนี้ ศิลปะการแสดงของทุกภาคไม่มีเวที ไม่มีสถานที่ให้ได้แสดงผลงานดังแต่ก่อน แต่เวทีการแสดงในห้องเรียนของเยาวชนยังพอมี ถึงแม้ว่าช่องทางนี้จะคับแคบ ขาดความสนใจจากหลายฝ่าย อาจมีเพียงครูผู้สอนเพียงคนเดียวในอำเภอหนึ่ง ในจังหวัดหนึ่งที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานศิลปะการแสดงท้องถิ่นอย่างเหนียวแน่นและยึดติดมายาวนานตลอดชีวิตแล้วก็ตาม

บางช่วงชีวิตผมเคยได้รับความสนใจจากหน่วยงานของรัฐให้จัดทำโครงการเพื่อที่จะได้รับงบประมาณสนับสนุน และก็ได้รับจริง ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นงบประมาณไม่มาก แต่คนทำงานก็รู้สึกภาคภูมิใจ แต่ในปีต่อ ๆ มา ได้รับเอกสารให้จัดทำโครงการอีก ผู้ขอได้เขียนโครงการให้เห็นความสำคัญที่ชัดเจนและเห็นผลผลิตที่เด่นชัดกว่า แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุน ข้อเสนอแนะที่ตอบกลับมาคือ นั่นมิใช่การถ่ายทอดภูมิปัญญา (โครงการที่ว่าคือ การฝึกปฏิบัติเพลงพื้นบ้าน 5 ชนิดให้กับเยาวชนใน 1 อำเภอ)

เมื่อประมาณ 6-7 ปีที่ผ่านมาเคยได้รับการติดต่อจากองค์ในสถาบัน ระดับ อุดมศึกษา ให้ช่วยจัดการฝึกอบรมศิลปะการแสดงท้องถิ่นให้กับนักเรียนต่าง ๆ  โดยหน่วยงานที่ว่านี้จัดสรรงบประมาณมาให้จัดทำ เขามีคณะกรรมการมาอยู่กับเราเฝ้าสังเกตการตลอดการดำเนินงาน 4-6 วันที่จัดการอบรม จนถึงในวันสุดท้ายมีการแสดงผลงานโดยนักเรียนที่เข้ารับการอบรม เป็นการแสดงตัวชี้วัดที่สามารถประเมินผล ภาพการแสดงที่ปรากฏเป็นรูปธรรม แต่ก็น่าเสียดายที่หน่วยงานหรือองค์กรที่มีกำลัง มีงบประมาณมาก ๆ แทนที่จะจัดงบประมาณไปยังคนทำงาน กลับเอามาทำเสียเอง จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้ ผมยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวที่ก้าวหน้าไปกว่าจุดเริ่มต้นเลย ยังคงดำเนินโครงการเดิม ๆ

มองไปที่เจตนาของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง จุดประสงค์ของการทำงาน ตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมว่า ปลายทางของหน่วยงานหรือองค์กรนั้น ๆ มุ่งหวังอะไร แค่ไหน เพียงใด ความจริงจัง ความตั้งใจในการทำงานเพื่อสืบสานเอกลักษณ์ของท้องถิ่นที่มุ่งไปถึงเยาวชนเพียงวันเดียว สัปดาห์เดียว เดือนเดียว แม้แต่ปีเดียวไม่เพียงพอ ที่จะทำให้เยาวชนไทยหันกลับมาสนใจเอกลักษณ์ของท้องถิ่นได้ คงต้องใช้เวลาและดำเนินงานอย่างมั่นคงถาวร

 ท่านคิดว่า ยังมีวิธีการใดบ้างที่จะช่วยให้องค์กรที่กล่าวมา มีส่วนในการผลักดันให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและร่วมรักษาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของท้องถิ่นเอาไว้ให้จงได้

 

(ติดตามตอนที่ 7  ทำอย่างไร เยาวชนไทยจึงจะหันกลับมาสนใจเอกลักษณ์ของท้องถิ่น)