สับปะรดปราณบุรี เป็นแหล่งผลิตสับปะรดที่ใหญ่เป็นอันดับ1ของโลก

      

           สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย (Smooth Cayenne)
เป็นพันธุ์ที่ปลูกมากในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เล่ากันว่ามีแขกปาทาน มาซื้อขายโคกับชาวบ้านแถบตำบลวังก์พง อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำผลและต้นมาฝาก และได้มีการปลูกขยายพันธุ์กันมาก เนื่องจากสับปะรดในแหล่งนี้มีรสชาติดี เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนจำนวนมากจนเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนามของสับปะรดปราณบุรี เป็นแหล่งผลิตสับปะรดที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของโลก
มีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น สับปะรดศรีราชา พันธุ์ตาดำ ตาแดง กัลกัตตาหรือสับปะรดปราณบุรี สับปะรดพันธุ์นี้มีใบเขียวเข้ม ผิวใบด้านบนเป็นเงามัน ขอบใบเรียบกว่าทุกพันธุ์ อาจมีหนามที่ปลายใบ ช่อดอกมีดอกย่อยประมาณ 150 ดอก กลีบดอกสีม่วงอมน้ำเงิน ผลมีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 2-6 กิโลกรัม  ก้านผลสั้น  เปลือกผลเขียว เมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้ม  เหลืองอมเขียวหรือยังคงเขียวเข้ม ตาค่อนข้างตื้น แกนใหญ่ มีเนื้อละเอียด สีเหลืองรสหวานฉ่ำ ผลที่มีขนาดใหญ่จะเป็นรูปทรงโคนใหญ่ ปลายเรียว แต่ผลขนาดเล็กและขนาดกลาง ส่วนใหญ่จะเป็นทรงกระบอก
ตารางเปรียบเทียบลักษณะที่สำคัญของพันธุ์สับปะรดในประเทศไทย

ชื่อพันธุ์ ลักษณะที่ดี และไม่ดี

ชื่อพันธุ์

ลักษณะที่ดี

ลักษณะที่ไม่ดี

ปัตตาเวีย

 

 

 

 ภูเก็ต

 

 

 นางแล

 

 

อินทรชิต

คุณสมบัติในการบรรจุกระป๋องนับว่าดี

ทนทานต่อความแห้งแล้งและขาดน้ำได้ดีกว่าพันธุ์อื่น ๆ ขอบใบเรียบ เนื้อในสีเหลือง เนื้อฉ่ำ รสหวาน

 

รูปทรงกระบอกสม่ำเสมอดี รสชาติดี เนื้อหวานกรอบ มีกลิ่นหอม สีเนื้อเหลืองจัด ตอบสนองสารเร่งดอกได้ดี

 

ผลมีเปลือกบางมาก รสหวานแหลม เนื้อมีเยื่อใยเล็กน้อย สีเหลืองจัด ขอบใบมักเรียบ

 

ทนต่อดินเหนียว และการระบายน้ำเลว

ทนต่อโรคเน่า เปลือกผลหนา ทนต่อการ

ขนส่ง เนื้อสีเหลือง ตอบสนองต่อการ

เร่งสารได้ดี

 

ไม่พบตะเกียง ไม่ทนต่อโรค รากและต้นเน่า ผลแกน รูปทรงของผลขนาดใหญ่

 

 

 ผลขนาดเล็ก ตาลึก เนื้อมีช่องว่างเป็นโพรง ใบมีหนามมาก หน่อมากเกินไปจนเป็นกอ การบรรจุกระป๋องไม่ค่อย

ดีนัก

 ผลมีขนาดเล็กทรงกลม ผลย่อยนูนพอง ขนส่งทางไกลไม่ค่อยดีนัก

 

ไม่ค่อยทนแล้ง-ขาดน้ำ ผลขนาดเล็ก

ตาลึก ใบหนามาก เนื้อมีเยื่อใยมาก

มีหลายจุก

                  หมายเหตุ คำว่าตะเกียง หมายถึง หน่อสับปะรดที่แตกออกจากโคนขั้วของผล (ผู้เขียน)
แนะนำเมนูอาหารจากสับปะรด 

 ข้าวผัดสับปะรด

 ข้าวผัดสับปะรด

 สลัดไก่กับสับปะรด

 ข้าวผัดเงาะสอดไส้สับปะรด

 คุกกี้สับปะรดนมเปรี้ยว

 สลัดไก่กับสับปะรด

 แกงคั่วกุ้งสับปะรด

 แกงคั่วกุ้งสับปะรด

 ข้าวผัดผลไม้

 เปาะเปี๊ยะไส้สับปะรดทอด

 เค็กสับปะรดกลับหัวกลับหาง

 

ประโยชน์ของสับปะรด
1.แปรรูป ได้หลายอย่าง เช่น กวน อบ บรรจุกระป๋อง ทำแยม ทำไวน์  ทำน้ำส้มสายชู เป็นต้น
2.ลำต้นหรือเหง้าสับปะรด สามารถนำมาสกัดสารโบรมิเลน ( Bromelain ในสับปะรดจะช่วยป้องกันการเติบโตของเซลล์ร้ายในปอด ป้องกันมะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งรังไข่)เป็นประโยชนในทางการแพทย์ รวมทั้งเข้าเครื่องยาสมุนไพรรักษาโรคได้
3. นำใบสับปะรดมาแปรรูปเป็นผ้าใยสับปะรดเป็นผ้าพื้นเมืองของประเทศฟิลิปปินส์ และกระดาษใบสับปะรด
4. เปลือกอุดมด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า นำมาเป็นอาหารของโค และสามารถอบแห้งเป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์อื่น ๆ ได้อีกนอกจากนี้ยังนำมาหมักเป็นปุ๋ยน้ำชีวภาพได้อย่างดี
5. แกนสับปะรด ปกติไม่นิยมนำมารับประทานสด เพราะเนื้อแข็งกระด้าง จึงแปรรูปเป็นแกนสับปะรดอบแห้งและแกนสับปะรดหยี เพื่อเพิ่มรายได้อีกส่วนหนึ่ง
ประโยชน์ต่อร่างกายของเรา
1. ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง ป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อ และต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ แต่ในผู้ที่มีเลือดจางไม่ควรกินมากนัก
2. ช่วยในการย่อยอาหาร เพราะในสับปะรดมีกากใยอาหารมาก ช่วยลดคอเลสเตอรอล ควบคุมน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง
3. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี สับปะรดมีสารแอนตี้ออกซิแดนต์ เช่น วิตามินซี เบต้าแคโรทีน และแมงกานีส ที่จะช่วยป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระ ที่จะทำลายโครงสร้างของเซลล์ และอาจทำให้เป็นโรคหัวใจและอัมพฤกษ์ อัมพาต นอกจากนี้ สารแอนตี้ออกซิแดนต์ยังมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย
4. ช่วยป้องกันโรคต่างๆ การรับประทานผักและผลไม้ให้ได้วันละ 5 กำมือ จะช่วยลดการเสียชีวิตด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น อัมพฤกษ์ อัมพาต หรือมะเร็ง ได้ถึง 20%
5. ช่วยให้เหงือกแข็งแรง สับปะรดช่วยให้สุขภาพในช่องปากแข็งแรง เนื่องจากสับปะรดมีวิตามินซีสูงที่จะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากโรคเหงือกได้
6. เอนไซม์ Bromelain ในสับปะรดจะช่วยยับยั้งการอักเสบ ทั้งนี้ ชาวอเมริกาใต้โบราณ ใช้สับปะรดเป็นยารักษาโรคผิวหนังและรักษาบาดแผล

หมายเหตุ : แม้ว่าสับปะรดจะมีประโยชน์มาก แต่ก็ควรกินพอประมาณ เช่น วันละหนึ่งชิ้น และกินผลไม้อื่นๆ ให้หลากหลายด้วย เพราะการกินอะไรที่มากเกินไปก็ย่อมให้ผลเสียทั้งนั้น

"พีระ สุกิจปาณีนิจ" กำนันต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาสับปะรดปัตตาเวียสายพันธุ์ใหม่ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือเก็บได้นาน 30 วัน โดยที่รสชาติยังหอมหวานเช่นเดิม
(รูป;
http://www.komchadluek.net/media/img/size1/2009/04/20/h5fib9ikcbefhjf6ceaac.jpg)