การประกันคุณภาพชีวิตของคนข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทยโดย “ใบเกิด” โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, บันทึกเพื่อให้ข้อมูลแก่โครงการพัฒนาแผนงานคุณภาพชีวิตแรงงานข้ามชาติ โดยทุนสนับสนุนการวิจัยและการพัฒนาจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๒

---------------------

“ใบเกิด” คืออะไร ?

---------------------

          เอกสารบันทึกการเกิดทั้งโดยผู้ทำคลอดและนายทะเบียนราษฎร มักถูกเรียกโดยชาวบ้านว่า "ใบเกิด” จึงต้องทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนค่ะว่า “ใบเกิด” ที่เรียกกันโดยทั่วไปนี้ โดยกฎหมายไทย อาจหมายถึงเอกสาร ๒ ลักษณะ ดังต่อไปนี้

เอกสารลักษณะแรก ก็คือ “หนังสือรับรองการเกิด” หรือเรียกตามตัวย่อๆ ที่หัวเอกสารว่า “ท.ร.๑/๑” เป็นเอกสารที่ออกโดยผู้ทำคลอดและผู้รักษาพยาบาล สำหรับมนุษย์ทุกคนที่เกิดในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย หน้าที่ในการออกเอกสารนี้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ซึ่งก็หมายความว่า โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลต้องออกเอกสารนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมิฉะนั้น ก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญาในฐานะของเจ้าพนักงานตามกฎหมาย แต่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด

เอกสารลักษณะที่สอง ก็คือ “สูติบัตร” หรือเรียกตามตัวย่อๆ ที่หัวเอกสารว่า “ท.ร.๑” หรือ “ท.ร.๒” หรือ “ท.ร.๓” หรือ “ท.ร.๐๓๑” เป็นเอกสารที่ออกโดยนายทะเบียนราษฎรของรัฐสำหรับมนุษย์ที่เกิดในประเทศไทย การออกเอกสารนี้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเช่นกัน ซึ่งก็หมายความนายทะเบียนราษฎรของรัฐจะต้องออกเอกสารนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกัน

เอกสารทั้ง ๒ ลักษณะนี้จะเป็นพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักอย่างยิ่งที่จะนายทะเบียนราษฎรจะใช้ในการนำชื่อของคนเกิดจากบุพการีที่มีชื่อในระบบทะเบียนราษฎรของรัฐไทย เข้าสู่ทะเบียนบ้านหรือทะเบียนประวัติแล้วแต่ละกรณี นอกจากนั้น เอกสารนี้ยังจะต้องทำหน้าที่พยานเอกสารมหาชนที่จะนำคนเกิดจากบุพการีที่มีชื่อในระบบทะเบียนราษฎรของรัฐต่างประเทศ เข้าสู่ทะเบียนบุคคลของรัฐต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

เจ้าหน้าที่ของรัฐไทยในวันนี้ตระหนักแล้วว่า การไม่มีใบเกิดอาจทำให้คนเกิดจำนวนไม่น้อยตกเป็นคนไร้รัฐ  และคนไร้รัฐดังกล่าวนี้จำนวนไม่น้อยที่เป็นบุตรของคนสัญชาติไทย และอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่น้อยเช่นกันที่เป็นบุตรของคนต่างด้าว การไม่มีใบเกิดของเด็กต่างด้าวย่อมหมายความว่า เด็กต่างด้าวนั้นจะตกค้างในประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะหมดโอกาสที่จะได้รับการยอมรับในทะเบียนราษฎรของรัฐเจ้าของสัญชาติของบุพการี

กรมการปกครองไทยได้พิสูจน์ให้เห็นว่า  กฎหมายทะเบียนราษฎรใหม่ยอมรับหลัก Universal Birth Registration อย่างไม่มีเงื่อนไข ในการชี้ขาดเรื่องของการออกสูติบัตรให้แก่เด็กหญิงมะเฮตีไท้ซาน[1] ซึ่งเป็นบุตรของแรงงานจากประเทศพม่า ซึ่งถือ border pass เข้ามาในประเทศไทย โดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนแรงงานกับกรมการจัดหางาน จะเห็นว่า ความผิดกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวของบุพการีไม่ส่งผลถึงสิทธิในเอกสารรับรองการเกิดของบุตรสาวที่เกิดในประเทศไทย จะเห็นว่า การที่โรงพยาบาลระนองออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.๑/๑) และการที่เทศบาลระนองออกสูติบัตร (ท.ร.๐๓๑) ให้แก่มะเฮตีไท้ซาน ก็ไม่ทำให้เด็กหญิงผู้นี้ได้สัญชาติไทย แต่ทำให้เด็กหญิงผู้นี้มีหลักฐานที่ชัดเจนและมีน้ำหนักที่จะไปแสดงตนต่อรัฐบาลพม่าว่า มีสิทธิในสัญชาติพม่าโดยหลักสืบสายโลหิต เพื่อให้รัฐบาลนี้บันทึกเด็กหญิงผู้นี้ในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่าในสถานะคนสัญชาติพม่า ทั้งความไร้รัฐและความไร้สัญชาติก็จะไม่เกิดแก่มะเฮตีไท้ซานในที่สุด

แต่อนิจจาที่กรมการปกครองอาจจะประกาศชัยชนะในกรณีเด็กหญิงมะเฮตีไท้ซานซึ่งเกิดที่จังหวัดระนองได้ไม่กี่วัน  แต่กรมนี้ต้องมาพ่ายแพ้ในกรณีของเด็กชายเหมซึ่งเกิดที่ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต[2] ดูเหมือนกฎหมายไทยว่าด้วยการจดทะเบียนการเกิดดูจะมีประสิทธิภาพไม่เท่ากันระหว่างระนองและภูเก็ต ปัญหาของเรื่องคงมิได้อยู่ที่ตัวบทกฎหมาย แต่น่าจะอยู่ที่ความรู้กฎหมายและอคติในใจของเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยมากกว่า

เหมนั้นบรรลุที่จะได้รับการรับรองการเกิด (ท.ร.๑/๑) โดยโรงพยาบาลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต แต่ กลับไม่ได้รับการออกสูติบัตร (ท.ร.๐๓๑) ในลักษณะเดียวกับเด็กหญิงมะเฮตีไท้ซาน โดยเทศบาลเมืองป่าตอง  ทำไมการแก้ปัญหาที่เทศบาลเมืองระนองไม่เป็นบทเรียนสำหรับเทศบาลเมืองป่าตอง ???

อ.แหววคิดว่า สสส.ควรช่วยกรมการปกครองที่จะปรับสอนกฎหมายและปรับทัศนคติในการจัดการปัญหาสิทธิที่จะไร้รัฐของเด็กที่เกิดในประเทศไทย ดังนั้น การที่ รศ.ดร.กฤตยาเสนอให้จัดการคุณภาพชีวิตของบุตรของคนข้ามชาติโดยการให้ “ใบเกิด” นั้น เป็นความถูกต้องอย่างยิ่ง เป็นการแก้ไขปัญหาที่สาเหตุอย่างยิ่งค่ะ

รบกวนอธิบดีกรมการปกครองมาให้ความร่วมมือกับ สสส.หน่อยนะคะ

---------------------

กรณีตัวอย่างของ “การจดทะเบียนการเกิด” ไม่สมบูรณ์ จนทำให้คนข้ามชาติเกิดเป็นคนไร้รัฐ

---------------------

          ขอยกตัวอย่างของ “นายบ๊อบบี้ สุทธิบุตร”[3] ซึ่งเกิดในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๒ จากบิดาและมารดาซึ่งมีสัญชาติไทย แม้ได้รับการบันทึกโดยผู้ทำคลอดอันทำให้ได้มาซึ่งหนังสือรับรองการเกิดตามกฎหมายการทะเบียนราษฎรอเมริกัน แต่ด้วยบุพการีมิได้นำเอกสารดังกล่าวไปดำเนินการต่อเพื่อเพิ่มชื่อของบ๊อบบี้ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายทะเบียนราษฎรของรัฐไทย กรณีของบ๊อบบี้ไม่อาจถูกเพิ่มชื่อในทะเบียนราษฎรอเมริกัน เพราะบุพการีมิได้มีสถานะเป็นราษฎรอเมริกัน

ขอให้เราตั้งข้อสังเกต บ๊อบบี้มิได้รับใบเกิดอย่างครบถ้วน เมื่อนำตัวบ๊อบบี้กลับมาประเทศไทย เจ้าหน้าที่ของรัฐไทยที่ทำหน้าที่นายทะเบียนราษฎรก็ต้องการสูติบัตรตามกฎหมายอเมริกัน ซึ่งบ๊อบบี้ก็ไม่มี เพราะบุพการีมิได้ทำให้ มีแต่ใบเกิดหรือหนังสือรับรองการเกิดที่ออกโดยโรงพยาบาล เมื่อไม่มีใบเกิดทั้งสองลักษณะดังกล่าวมา เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ปฏิเสธที่จะเพิ่มชื่อของบ๊อบบี้ในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย บ๊อบบี้จึงต้องประสบความไร้รัฐ กล่าวคือ ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรมาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งได้รับการแก้ไขปัญหาโดยการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้านตามกฎหมายไทยในวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑ ภายหลังการพิสูจน์สัญชาติไทยของบ๊อบบี้โดยการตรวจ DNA กับบิดาละมารดาซึ่งเป็นคนสัญชาติไทย

          จะเห็นว่า เมื่อผลการตรวจ DNA ฟังไดว่า บ๊อบบี้เป็นบุตรของบิดาและมารดาจริง  บ๊อบบี้ย่อมมีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากบิดาและมารดา ปัญหาของบ๊อบบี้จึงมิใช่ปัญหาตามกฎหมายสัญชาติ เขาเป็นคนสัญชาติไทยโดยการเกิด ปัญหาของเขาเป็นปัญหาตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ซึ่งเกิดจากกระบวนการจดทะเบียนการเกิดไม่ครบถ้วนสมบูรณ์

          ในวันนี้ บ๊อบบี้ได้รับการบันทึกชื้อในทะเบียนบ้านคนอยู่ถาวร (ท.ร.๑๔) ในสถานะคนสัญชาติไทย

---------------------

กรณีตัวอย่างของ “การจดทะเบียนการเกิด” ไม่เกิดขึ้นเลย สักขั้นตอนเดียว จนทำให้คนข้ามชาติตกเป็นคนไร้รัฐ

---------------------

          ขอยกตัวอย่างของ “น้องบิ๊ก” นายสมชาย อากาเป[4] เกิดวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๗ ที่โรงพยาบาลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา บิดาและมารดาเป็นชนชาติพันธุ์กะเหรี่ยงในพม่า ที่หลบหนีภัยสงครามอพยพมาเป็นแรงงานต่างด้าว/ข้ามชาติ โดยขึ้นทะเบียนแรงงานและทำงานรับจ้างที่จังหวัดพังงา กว่า ๒๐ ปีมาแล้ว ด้วยความไม่ทราบขั้นตอน กังวลเรื่องค่าใช้จ่าย และยังหวาดกลัวด้วยสถานะของคนต่างด้าว ทำให้มารดาของน้องบิ๊กไม่ได้เรียกร้องหนังสือรับรองการเกิด(ท.ร.๑/๑) จากโรงพยาบาลตะกั่วป่า  

          น้องบิ๊กต้องประสบความไร้รัฐกล่าวคือ ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎรมาตั้งแต่เกิด จนกระทั่งได้รับการแก้ไขปัญหาโดยการออกหนังสือรับรองการเกิด(ท.ร.๑/๑) จากโรงพยาบาลตะกั่วป่าใน พ.ศ.๒๕๔๙ และได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนประวัติสำหรับคนที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนราษฎร (ท.ร.๓๘ ก) จึงทำให้น้องบิ๊กมีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๐

          การเพิ่มชื่อน้องบิ๊กในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่าย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะบุพการีของน้องบิ๊กก็ไม่มีชื่อในทะเบียนราษฎรของรัฐพม่า พวกเขาเกิดในพม่า และประสบความไร้รัฐมาตั้งแต่เกิด เพราะไม่ได้รับการจดทะเบียนการเกิดตามกฎหมายพม่า

แต่การเข้ามาประเทศไทยกลับทำให้บุพการีของน้องบิ๊กได้รับการบันทึกชื่อในระบบทะเบียนราษฎรของรัฐไทย เราพบว่า บุพการีทั้งสองถูกบันทึกชื่อในทะเบียนประวัติสำหรับแรงงานต่างด้าว (ท.ร.๓๘/๑) จึงทำให้บุพการีของน้องบิ๊กมีเลขประจำตัว ๑๓ หลัก ขึ้นต้นด้วยเลข ๐๐

จะเห็นว่า ทั้งน้องบิ๊กและบุพการี จึงหลุดพ้นจากความไร้รัฐเพราะรัฐไทยได้ยอมรับที่จะบันทึกชื่อของพวกเขาทั้งสามในระบบทะเบียนราษฎรของรัฐไทย แต่ยังไร้สัญชาติ

ในวันนี้ ความสามารถที่จะมีคุณภาพชีวิตของคนทั้งสามดีขึ้น เพราะพวกเขาได้กลายเป็นคนมีรัฐ แม้ยังไร้สัญชาติ พวกเขายังเป็นคนต่างด้าวสำหรับรัฐไทย แต่พวกเขาก็มีสถานะเป็นราษฎรไทย (Thai Civilians) เป็นคนต่างด้าวในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย



[1]พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, กรณีศึกษาเด็กหญิงมะเฮตีไท้ซาน : รัฐไทยออกสูติบัตรรับรองการเกิดแม้จะเกิดจากบิดาและมารดาซึ่งเป็นคนไร้รัฐจากพม่า, เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๒

 http://gotoknow.org/blog/my-work-on-birth-registration/246583,

[2]จันทร์กระดาษ, จากมะเฮตีไท้ซาน ถึงเหม ณ ป่าตอง, เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒   http://gotoknow.org/blog/papermoon/256607

[3]พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร, นายบ๊อบบี้ สุทธิบุตร : กรณีศึกษาคนไร้รัฐเพราะตกหล่นจากทะเบียนราษฎรของรัฐทุกรัฐบนโลกทั้งที่มีสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา, เว็บเพจรวบรวมกรณีศึกษาภายใต้โครงการห้องเรียน คลินิก และสำนักงานที่ปรึกษากฎหมายเพื่อเด็ก เยาวชน และครอบครัวไร้รัฐไร้สัญชาติ, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, เมื่อวันเสาร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

http://www.archanwell.org/autopage/show_page.php?t=2&s_id=61&d_id=61

[4]สรินยา กิจประยูร, น้องบิ๊ก : ลูกแรงงานต่างด้าวสัญชาติพม่า ชาติพันธุ์กะเหรี่ยงที่เกิดในประเทศไทย,  เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๙

http://gotoknow.org/blog/sarinya/46217

---------------------

การประกันคุณภาพชีวิตของคนข้ามชาติที่เกิดในประเทศไทยโดย ใบเกิด

: ตอนที่ ๓ – อย่าลังเลที่จะแก้ปัญหาคนเกิดแล้วในไทยแต่ไร้ใบเกิด

http://gotoknow.org/blog/my-work-on-birth-registration/261199