คำโบราณที่ว่า คนไทยมีนิสัยโอบฮ้อมอารี ช่วยเหลือเจือจาน ดูจะเป็นตำนานไปแล้วหรือ

      วันนี้ผมขับรถในเมืองไทย เห็นภาพเหตุการณ์ที่ขัดตาขัดใจหลายครั้ง ทำให้นึกถีงการขับรถที่อเมริกา แตกต่างกันมากทีเดียวครับ

      รถยนต์ที่อเมริกาพวงมาลัยอยู่ด้านซ้าย ไฟเลี้ยวอยู่ด้านซ้ายที่ปัดน้ำฝนอยู่ด้านขวา เกียร์อยู่ด้านขวา หากเป็นออโตเมติก ก็ค่อยยังชั่ว แต่หากเป็นเกียร์กระปุกมันขัดๆ น่าดูทีเดียวเชียว

      บ้านเรามีเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด อเมริกาเลี้ยวขวาผ่านตลอด สี่แยกหรือสามแยกใด หากไม่มีสัญญาณไฟจราจร ต้องดูว่ามีสัญญาณหยุดรถไหม บางแยกเป็นตัว STOP เด่นอยู่บนพื้น บางแห่งก็เป็นป้ายข้างทาง

      บ้านเราป้ายหยุดคือชะลอ แต่ที่อเมริกาเมื่อมีเครื่องหมาย STOP คุณต้องหยุดรถจริงๆ ไม่ใช่ชะลอ แม้ว่าคุณจะมองเห็นอยู่ว่าไม่มีรถยนต์ในฟากอื่นเลย เมื่อเราจอดแล้วไม่มีรถเราก็ไปได้ แต่หากมีต้องดูก่อนวาใครมาถึงแยกก่อน หากเรามาถึงก่อนเราก็ไปก่อน รถมาทีหลังก็ไปทีหลัง รถคันที่จ่อท้ายเราแต่มาทีหลังรถอีกฟากหนึ่งจะออกตามเราเป็นแบบไปตามน้ำไม่ได้ คือ ถือหลักว่าใครมาก่อนได้ไปก่อน แต่บ้านเราหากรถคันหน้าได้เคลื่อนที่รถคันที่อยู่ถัดไปก็เคลื่อนตามไปด้วย และคันต่อไปก็เคลื่อนไปด้วย ต่อกันเป็นแถว รถอีกฟากหนึ่งคุณรอก่อน จนกว่ารถคันหลังจะตามคันหน้าไม่ทัน รถอีกฟากจึงได้จังหวะเคลื่อนที่ แล้วก็ต่อกันยาวไปอีก เป็นแบบใครดีได้หรือใครกล้าปาดหน้าได้ไป

     กรณีคนข้ามถนนที่อเมริกา พอเห็นคนจะข้ามถนนเขาจะรีบหยุดรถให้ทันที คนข้ามถนนก็เดินแบบธรรมดา แต่บ้านเราขนาดยืนอยู่กลางถนนบนทางม้าลาย พ่อเจ้าประคุณก็ยังขับเฉย เป็นหน้าที่ของคนข้ามถนนเองที่จะต้องหาจังหวะข้าม

     วันนี้ที่บ้านผมเมืองไทยคนท้องประมาณเจ็ดเดือนยืนอยู่กลางถนนบนทางม้าลาย ไม่มีรถคันไหนจอดให้เลย จนไม่มีรถเธอจึงรีบเดินข้าม  เห็นแล้วหดหู่ใจจริงๆ ไม่รู้ว่าไอ้คนขับมันจะรีบไปไหน ทั้งๆที่หากมันจอดให้คนข้ามแล้ว มันออกรถไม่นานเลยก็ทันคันหน้า เพราะในเมืองมันวิ่งไม่ได้อยู่แล้ว  

          คำโบราณที่ว่า "คนไทยมีนิสัยโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือเจือจาน" ดูจะเป็นตำนานไปแล้วหรือ