วันนี้ครูอู๋ตัดมาวันที่สี่ของการเดินทางอย่างรวดเร็ว อย่าลืมดูรูปสวยๆ (ของสถานที่ แม้จะมีตัวคนโผล่มาบ้างก็ทนๆดุหน่อยนะคะ) ที่ chittrapakubdalaputra.hi5.com นะคะ........... ถ้าเพื่อน พี่น้อง คุณลุง ป้ น้าอา เห็นความผิดพลาดโดยเฉพาะภาษา กรุณาชี้แนะผู้ด้อยความรู้ด้อยค่ะ เพราะอาจตัดสินใจแคะกระปุกที่ยุบจนแบนแตดแต๋ มาพิมพ์หนังสือก็ได้ค่ะ) ก็คงต้องบรรณาธิกรกิจเป็นการใหญ่ค่ะ
วันที่สี่ ... Tonaboda หรืองานเลี้ยงหลังวันแต่งงาน (Post – Wedding Ceremony)
ตามประเพณีเม็กซิกัน และ Paztcuaro เมืองท่องเที่ยวที่รักษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประเพณีดังเดิมไว้อย่างยอดเยี่ยม
วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๒ ครูอู๋ตื่นเช้านั่งแท็กซี่ไปส่งพี่พลอยที่สนามบินแล้วเหมาแท็กซี่คันเดิมไปบ้านงานเลี้ยง นำของขวัญแต่งงานของตนเอง ของคุณพ่อ ของพี่พลอย ของอาจารย์พวงทองไปให้เจ้าบ่าว เจ้าสาว รวมทั้งของฝาก บิดา มารดา และญาติๆ เจ้าบ่าว เจ้าสาว แล้วก็ร่วมงานเลี้ยงที่สนุกสนาน และมีความเป็นกันเอง จุดเด่นคือมีนักร้อง นักดนตรีสามคนเป็นหลัก เพื่อน ญาติ รวมทั้งเจ้าบ่าวผลัดกันขึ้นไปร้องเพลง เป็นบรรยากาศแห่งความสุขที่ไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
ครูอู๋รับประทานอาหารเม็กซิกันเบาๆ นั่งร่วมสนุกประมาณหนึ่งชั่วโมง คนขับแท็กซี่ก็แวะมารับ แวะเอาของบางอย่างไปเก็บไว้ที่โรงแรมแล้วไปเที่ยวต่อที่ the Museum of the Candy หรือ Museo del Dulce พอไปถึงก็ทำให้คิดถึงพี่พลอย เพราะความจริงเมื่อวานเราเดินจาก Villalongin Garden ไปไม่ไกลก็ถึงแล้ว ดูจากภายนอกนึกว่าเป็นตึกแถวที่ขายของรับประทาน แต่คนขับแท็กซี่บอกว่านี่แหละคือ Museo del Dulce ครูอู๋ก็เลยเดินงงๆเข้าไปข้างใน พอเข้าไปข้างใน โอ้โห ใช่เลย เดินๆๆดู แล้วก็ถ่ายภาพไว้ด้วยความประทับใจ ถ้าพี่พลอยมาเห็นคงชอบมากๆ เดินเลยเข้าไปข้างในมีอาหารน่ารับประทานเลยนั่งลงสั่งอาหาร เป็นการพักผ่อนและเรียนรู้ด้วย โดยสั่ง Fig cake เค้กผลไม้ชื่อ De La calle Real และ Jago de frutas เป็นน้ำส้มคั้น เดิมทีเห็นตัวสะกดคล้ายๆลิ้นจี่ ไม่ได้ดูละเอียด นึกว่าน้ำลิ้นจี่ กำลังจะสั่ง เขาเรียกคนที่พูดภาอังกฤษได้เล็กน้อยมาแปลให้ฟัง ปรากฏว่า จริงๆแล้วเขาเขียน Leche แปลว่า นม เพราะเขาสงสัยว่าครูอู๋จะสั่งนมจริงๆหรือ ความจริงครูอู๋ก็ศึกษาภาษาสเปนง่ายๆ ก่อนออกจากโรงแรม เพราะรู้ว่า อย่างไรก็ตามตั้งแต่บ่ายวันอาทิตย์เป็นต้นไป ต้องใบ้เป็นส่วนใหญ่ คำที่พูดบ่อยที่สุด คือ กราเซีย และ มูชา กราเซีย ซึ่งแปลว่า ขอบคุณ และขอบคุณมาก คำนี้ใช้กันได้ทั้งวัน แต่คุณเปเป้ (ผู้พ่อ) บอกว่า ความจริงชาวสเปนเขาใช้วันละหนึ่งครั้งหรือไม่เกินสองครั้ง เวลาได้รับอาหารเท่านั้น แต่ชาวเม็กซิกันนำมาใช้กันบ่อยเหมือนคำขอบคุณของชาวอเมริกัน ใน Museo del Dulce นอกจากขนมและเครื่องดื่มที่วางในตู้โชว์สวบงามภายในพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังมีส่วนที่จัดเป็นกระเช้าของขวัญ มีขนมตัวอย่างให้ชิม มีตุ๊กตา ของเล่นเด็ก เครื่องประดับ ของใช้เช่น ผ้า สบู่ หรือแม้แต่มุมหนังสือ ส่วนใหญ่จะเป็นของโบราณ อาหารและเครื่องดื่มก็เป็นของที่ผลิตจากพรรณไม้และวัสดุท้องถิ่น พูดง่ายๆว่าของที่ขายที่นี่หาซื้อที่อื่นยาก ฉะนั้น ขนมแม้จะมีรสชาติออกหวานไปหน่อย แต่ครูอู๋ก็ซื้อมาฝากญาติ เพื่อนฝูง คนใกล้ชิดพอหอมปากหอมคอ เพราะมาที่นี่ไม่ได้ซื้ออะไรมาก มาคนเดียว เวลากลับต้องผ่านประเทศสหรัฐอเมริกาอีก ก็เลยไม่อยากจัดกระเป๋าบ่อยๆ ในพิพิธภัณฑ์ นอกจากมีห้องแสดงและห้องขายของในตู้โชว์สวยงามแล้ว ยังมีป้ายแสดงประวัติพร้อมทั้งรูปบุคคลสำคัญด้วย แต่เป็นภาษาสเปน ครูอู๋เลยได้แต่ถ่ายภาพเก็บไว้ เผื่อจะหาผู้รู้มาแปลให้ทราบเนื้อหาในอนาคต สิ่งที่ครูอู๋ชื่นชอบมากอีกอย่างคือพนักงานขายทุกคนยังคงอนุรักษ์การแต่งกายอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวเม็กซิกัน ทำให้ดูสวยงามและมีเสน่ห์มาก
เมื่อออกมาจากพิพิธภัณฑ์ตั้งใจว่าจะมาเรียกแท็กซี่ไปต่อที่อื่น ปรากฎว่าแท็กซี่คันเดิมมารออยู่ เนื่องจากพูดกันไม่รู้เรื่องและหน้าตาแกใจดีก็เลยนั่งกลับไปโรงแรม นำขนมไปเก็บไว้แล้วเจรจากับเจ้าหน้าที่ของโรงแรมสาวสวยสองคนเกี่ยวกับการแนะนำรายการท่องเที่ยวช่วงบ่าย ซึ่งข่วงเวลานั้นก็เกือบ ๑๖.๐๐ น.แล้ว พนักงานสาวสองคนมีชื่อว่า Blanca แปลว่า ขาวเธอบอกว่าบางครั้งเพื่อนๆเรียกคุณขาว และอีกคนชื่อ Tere ไม่มีคำแปล ทั้งสองคนมีอัธยาศัยดีเธอแนะนำให้ไปเที่ยวสวนสัตว์ และบอกว่าลุงคนขับแท็กซี่ชื่อ Chema เป็นคนดี เคยมาให้บริการแขกของโรงแรม ไม่ใช่แท็กซี่ของโรงแรม แต่ถ้าลูกค้าพอใจก็สามารถตามตัวมาได้ พนักงานสาวบอกให้รีบไป เพราะสวนสัตว์จะปิดเวลาประมาณ ๑๘.๐๐ นาฬิกา ลุง Chema ก็เลยออกไป ครูอู๋อยากได้รองเท้าแตะที่เดินสบาย เพราะนอกจากรองเท้าผ้าใบแล้วครูอู๋ก็มีแต่รองเท้าส้นสูงที่ใส่ไปงาน แกก็จอดให้ครูอู๋แวะซื้อรองเท้าแตะที่ห้างสรรพสินค้า เลยได้(จำชื่อไม่ได้) รองเท้าแตะยี่ห้อ Gillio สวยงามเกินคาด ต้องยอมรับว่า ลุง Chema เก่งจริงๆ ไปจอดตรงบริเวณใกล้จุดที่ขายรองเท้าแล้วแกก็ชี้ให้ดูทั้งบริเวณมีแต่ร้านขายรองเท้า ถ้าอยู่เมืองไทยคงได้เงินค่าแนะนำไม่น้อย แต่ที่นี่รู้สึกไม่มี พอมาถึงบริเวณสวนสัตว์ทั้งรถทั้งคนแน่นมาก เป็นเวลาที่เขาไม่ให้นำรถเข้าและรู้สึกว่าจะเริ่มปิดเร็วเป็นพิเศษในวันนี้ เมื่อไม่สามารถเข้าสวนสัตว์ได้ ลุง Chema ก็โทรศัพท์ไปที่โรงแรม แล้วก็ยื่นโทรศัพท์ให้ครูอู๋พูดกับคุณ Blanca โดย คุณ Blanca บอกว่า วันนี้สวนสัตว์ปิดเร็ว ไม่สามารถเข้าได้ แล้วถามว่าครูอู๋จะไปไหนต่อ ครูอู๋ก็เลยบอกว่า ก่อนกลับโรงแรมขอให้แวะซื้อวิตามิน (ทุกครั้งที่ไปต่างประเทศ ครูอู๋ต้องซื้อวิตามินฝากคุณพ่อ) ฉะนั้นช่วงเวลาหนึ่งขั่งโมงนี้ขอให้คุณ Blanca แนะนำ เธอเลยแนะนำให้ไปดูบรรยากาศยามเย็นของเมือง Patz Cuaro ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองโมเรเลียมีระยะห่างประมาณ ๓๓ ไมล์ ใช้เวลาไป-กลับ น่าจะประมาณหนึ่งชั่วโมงเศษ ครูอู๋ก็เลยตอบตกลง คุณ Blanca ก็เลยอธิบายกับ ลุง Chema นับเป็นความฉลาดในการใช้ล่ามของลุง Chema และแกจะรายงาน คุณ Blanca เป็นระยะ ว่าเราไปถึงที่ใด อาจเป็นการสร้างความไว้วางใจให้กับครูอู๋ด้วยก็ได้ แต่ถ้าใครทราบว่าครูอู๋นั่งแท็กซี่ไปต่างเมืองคนเดียวก็คงบ่นและอาจตกใจ แต่ไม่มีอะไรดีกว่าสติและความดี กับ ลุง Chema แวะเติมน้ำมัน ครูอู๋ก็ซื้อน้ำและขนมให้ลุง Chema รับประทาน แกก็ดูดีใจและมีทีท่าขอบคุณ ก็ยอมรับว่าเนื่องจากเป็นช่วงเวลาเย็น จึงรู้สึกว่า ระยะทางไกลมาก จนมาถึงเมือง Patz Cuaro ก็โล่งอก ลุง Chema บอกว่านี่คือเซนโทร (Centro) แล้วโทรศัพท์รายงาน คุณ Blanca ต่อจากนั้นก็ส่งโทรศัพท์ให้ครูอู๋พูด คุณ Blanca บอกว่า ลุง Chema ได้พาครูอู๋มายังใจกลางเมือง Patz Cuaro แล้ว ถ้าครูอู๋ต้องการไปดูอะไรในเมืองก็บอกลุง Chema แกจะพาไปทั่ว ครูอู๋ก็ได้แต่ขอบคุณ และคิดว่าคงไม่ไปดูอะไรมาก เพราะไม่ต้องการกลับค่ำ คงถ่ายรูปสิ่งที่น่าสนใจแล้วก็กลับ Patz Cuaro จัดว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเม็กฮิโก เป็นหนึ่งในศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในเม็กฮิโก มีสถานที่สวยงามน่าชมมาก ทั้งวัดที่โอ่อ่า Plaza Vasco de Quiroga ที่น่าประทับใจ สิ่งก่อสร้างสวยงามที่ทำจาก adobe ( อิฐ ที่ทำจากดินตากแห้ง) จะเห็นตึกต่างๆมีหน้าตาเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน โรงแรม ร้านขายของ ครูอู๋ได้ข้อมูลว่าตึกทั้งหลายนี้ในอดีตเป็นสถานที่อยู่ของเศรษฐีชาวสเปน ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ใช้งานดังในปัจจุบัน แต่ก็ยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูล ได้ทราบข้อมูลจากเอกสารว่าสมัยก่อนประวัติศาสตร์ของสเปนจนแม้กระทั่งปัจจุบัน สถานที่นี้เป็นศูนย์กลางของพิธีสำคัญของชนเผ่า Purepechas บุคคลที่อาศัยอยู่รอบๆบริเวณพื้นที่ยังคงเป็นชาวพื้นเมืองดั้งเดิมที่อนุรักษ์ประเพณีดั้งเดิม ครูอู๋เห็นความสุขของคนที่นี่ ยามเย็นพวกเขาจะพาครอบครัวโดยเฉพาะลูกหลานเล็กๆมาพักผ่อนร่วมกัน นอกจากของที่ขายในบริเวณตึกแล้ว ยังมีรถเข็ญขายอาหารและขนมรอบๆบริเวณ มีการแสดงภาพวาดให้เห็นโดยทั่วไป จุดเด่นคือการแสดงระบำเพลงหน้ากากที่เด็กๆใส่หน้ากากคนแก่ ซึ่งเป็นการแสดงที่ขึ้นชื่อมาก ช่วงที่ครูอู๋ไป พกเขากำลังเตรียมตัวแสดง ครั้งแรกครูอู๋งงมาก ไม่ทราบว่าคนจริงหรือคนปลอม เพราะเห็นเขานั่งเฉยๆไม่กระดุกกระดิก เดินเข้าไปใกล้ๆก็ยังเฉย เก่งจริงๆ เด็กที่นี่ ความจริงครูอู๋ว่าจะดูเร็วๆ แต่เห็นบรรยากาศแล้วอดถ่ายภาพไม่ได้ คนที่นี่ก็น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใส มีน้ำใจ ก่อนกลับแวะซื้อมันเทศให้ลุง Chema และตัวเองคนละถุง ลุงบอกว่า ที่นี่เรียกปาต๊าต้า รสชาติอร่อยมาก (อีกแล้ว) ที่นี่เขารับประทานกับน้ำจิ้มคล้ายๆซอสพริก ถ่ายรูปร่วมกันเสร็จ ลุง Chema ถามว่าต้องการไปไหนอีก ครูอู๋บอกกลับโมเรเลีย ก่อนกลับที่พัก ลุง Chema พามาแวะซื้อวิตามิน (แกจำรายการแม่นมาก) กลับมาที่โรงแรมพบ Fran มารอดร.มูนอยู่ บอกว่า ดร.มูนจะเชิญรับประทานอาหารเย็นกับครอบครัวไหวหรือไม่ ก็เลยขอบคุณและขอโทษ เพราะอิ่มและเหนื่อยมาก Fran คงเห็นสภาพเลยบอกว่าให้รีบขึ้นไปพักผ่อนเถอะ ก็เลยขึ้นห้องพัก รับประทานอาหารเล็กน้อยเพื่อจะทานยา แล้วก็โทรศัพท์อวยพรวันเกิดคุณพ่อ เนื่องจากกลางคืนวันที่ ๑๙ เมษายนของที่โมเรเลีย จะเป็นช่วงเช้า วันที่ ๒๐ เมษายน ที่กรุงเทพ ฯ เวลาที่โมเรเลียช้ากว่าเวลาที่กรุงเทพ ฯประมาณ ๑๒ ชั่วโมง