ผู้เขียนอยากเล่าเรื่อของพ่อที่เส้นเลือดในสมองแตกให้ผู้อ่านได้รับรู้ เพราะมีบทเรียนรู้หลายๆอย่างและคงเป็นประโยชน์กับบุคลากรทางสาธารณสุขและญาติผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกหลายๆราย แต่ที่รอเวลาผ่านมา 5 เดือนกว่า เพราะอยากจะเล่าตั้งแต่แรกจนอาการในปัจจุบันนี้

บทเรียนเรื่องที่สี่  :  การวางแผนกลับบ้าน

           ปัญหาการไม่ค่อยวางแผนกลับบ้านร่วมกลับญาติ ในการทำงานในโรงพยาบาลทั่วๆไปผู้เขียนเป็นพยาบาลจึงเข้าใจดีว่าต้องทำอย่างไร เมื่อเราตั้งเป้าว่าพ่อจะหายระหว่างที่พ่ออยู่ ICU ผู้เขียนจะวางแผนกับพี่สาวที่เป็นพยาบาลให้แม่ฟังว่า เราต้องเตรียมบ้านเพื่อรอรับพ่อกลับ มิใช่พอหมอบอกให้กลับบ้านแล้วไปขออยู่ต่อเพราะทางบ้านไม่พร้อม การอยู่บ้านบรรยากาศย่อมดีกว่าโรงพยาบาลแน่นอน ผู้เขียนและพี่สาวบอกแม่ให้หยุดมาเฝ้าพ่อ ให้พี่สาวมาดูแทนและให้แม่ดูแลเรื่องการปรับปรุงบ้าน เพื่อพร้อมรับพ่อเมื่อแพทย์อนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ขณะเดียวกันผู้เขียนก็เตรียมซื้อเตียงนอน เตียงลม  รถเข็น รถอาบน้ำ เครื่องดูดเสมหะ  อุปกรณ์ต่างๆที่ต้องใช้ จัดเรียงให้พร้อมใช้  เมื่อพ่ออยู่โรงพยาบาลครบ 2 เดือน  วันเสาร์มาเยี่ยมตามปกติ แพทย์บอกไม่มีไข้แล้วกลับบ้านได้ ผู้เขียนรับกลับวันนั้นเลย เพราะกลัวมากอยู่โรงพยาบาลนานๆ เดี๋ยวก็ติดเชื้อโรคได้ง่าย ไข้ขึ้นทีก็ต้องลุ้นให้ไข้ลง ตอนแรกตั้งใจอยู่โรงพยาบาลนานๆ จนทำกายภาพไปสักพัก แต่ด้วยกลัวติดเชื้อประกอบกับอยู่บ้านคนมาเยี่ยม ได้ง่าย เช้าๆมานั่งดูคนผ่านไปผ่านมาหน้าบ้าน น่าจะเป็นสิ่งกระตุ้นที่ดี

          นี่เป็นผลของการวางแผนเตรียมตัวที่ดี เมื่อแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ เราก็กลับได้ทันทีไม่ต้องไปขอเวลาเตรียมตัวเตรียมของ เตียงโรงพยาบาลก็ว่างเร็วขึ้นรับคนใหม่ได้เพิ่มขึ้น ผู้เขียนคิดว่าถ้าเราวางแผนกลับบ้านผู้ป่วยดีๆและญาติเข้าใจ การหมุนการใช้เตียงก็จะเร็วขึ้น รับผู้ป่วยได้มากขึ้นประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของโรงพยาบาลก็จะดี