- เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของพุทธศาสนา จึงอยากจะเขียนบันทึกที่เกี่ยวข้องเอาไว้ นึกอยู่หลายนาทีว่าจะเขียนอะไรดี แต่ก็นึกไม่ออกเขียนไม่ค่อยออก ทั้งนี้อาจจะเพราะว่า ช่วงหลัง ๆ นี้ดูเหมือนว่า ภูมิธรรม ไม่ค่อยก้าวหน้า เพราะเอาเวลาไปสะสางงานทางโลกเสียเป็นส่วนใหญ่ จนแบ็ตเตอรี่ธรรมกำลังจะหมดอยู่แล้ว อีกประการหนึ่งคือ เริ่มให้ความสนใจกับกายกับใจน้อยลงกว่าเดิมมาก
- แต่ก่อนยึดมั่นถือมั่นว่า กายกับใจเป็นของเรา แต่ช่วงหลังเริ่มรู้และสงสัยว่า กายกับใจ มันไม่ใช่ของเรา
- แต่ด้วยความยึดมั่นถือมั่นว่า เป็นของเรา เป็นตัวตนของเรา เป็นเรา มาหลายปีเหลือเกิน อยู่ดีจะสลัดหรือโยนทิ้งเพราะว่า รู้ว่าไม่ใช่ของเรานั้น ผมว่า มันทำได้ยากเหลือเกิน คงต้องค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ค่อย ๆ แกะ ค่อย ๆ คลาย
- คืนวันขึ้น ๑๔ ค่ำ มีเหตุปัจจัยทำให้ต้องผิดศีลไปนั่งดื่มสุรากับเพื่อน ๆ ที่ห่างหายไม่ได้พบหน้ากันนานอักโข เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้กายกับใจเป็นไปตามเหตุปัจจัย
- แต่ก็มีความแปลกนิดหน่อย คือ ร้านอาหารที่ไปนั่งกัน เจ้าของร้านเขามีจุดขายหรือการประดับประดาร้านด้วยการเขียนข้อคิด คำคม เอาไว้เต็มร้านไปหมด หลายบท หลายตอนอ่านแล้วได้ข้อคิดไม่น้อย เช่น บทหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า...
"ทุกข์จะมี ก็เพราะอยาก
ทุกข์จะมาก ก็เพราะยึด
ทุกข์จะยืด ก็เพราะพลอย
ทุกข์จะน้อย ก็เพราะลด
ทุกข์จะหมด ก็เพราะละ"
- ผมเห็นด้วยกับข้อความทั้งหมด แต่ก็มาติดตรงบันทัดสุดท้าย ผมอยากจะเปลี่ยนเป็น "ทุกข็จะหมด ก็เพราะรู้แล้วละ" ทั้งนี้เพราะ ส่วนใหญ่ไม่รู้ทุกข์ จึงเป็นทุกข์
- ...ในการผิดศีลข้อห้าในครั้งนี้ ทำให้เข้าใจหลายสิ่ง หลายอย่างมากขึ้นอีกไม่น้อย กล่าวคือ นานมาแล้วผมสงสัยว่า ถ้าไม่มีศีลแล้ว สมาธิ กับ ปัญญา จะเกิดขึ้นได้หรือไม่?
- เหตุปัจจัยหรือแรงจูงใจสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมหันหน้ามาศึกษา "ธรรมะ" นั่นก็คือต้องการ "ปัญญา" คือ อยากมีปัญญาเพื่อนำกลับไปใช้ในการดำเนินชีวิตทางโลก ไม่ได้มุ่งหวังไปสู่ "นิพพาน"
- ส่วนประเด็น เรื่อง "ศีล" นั้น ตอนนั้นผมมองว่า เพียงข้อแรกก็เป็นไปไม่ได้แล้ว เพราะในการดำเนินชีวิตประจำวันของผมต้อง "ฆ่าปลา" เพื่อนำมาเป็นอาหาร ฆ่ายุงและแมลงที่กัดต่อยอยู่เป็นประจำ
ได้อ่านที่เด็กข้างบ้าน ~natadee ออกตัวว่าเขียนไม่ค่อยออก ขนาดท่านเขียนไม่ค่อยออก ยังขนาดนี้ ก็นับถือครับ นับถือ
ขนาดท่านไปพิจารณาอารมณ์ตามเหตุปัจจัย ยังได้วัตถุดิบที่ร้านได้เขียนไว้ที่ข้างฝามาพิจารณาเลยครับ
ที่ว่า
"ทุกข์จะน้อย ก็เพราะลด
ทุกข์จะหมด ก็เพราะละ"
น่าสนใจมากครับ... ลองเพิ่มเติมซักสองบรรทัดว่า
"ทุกข์จะน้อย ก็เพราะลด
ทุกข์จะหด ก็เพราะรู้
ทุกข์จะทู่ ก็เพราะบด
ทุกข์จะหมด ก็เพราะละ"
ห.ม.อ.สุ.ข.
แบ่งปันให้กัน ผ่านมิตรภาพ
สวัสดีครับ
"ทุกข์จะน้อย ก็เพราะลด
ทุกข์จะหด ก็เพราะรู้
ทุกข์จะทู่ ก็เพราะบด
ทุกข์จะหมด ก็เพราะละ"
เมื่อเจ้าของร้านหยิบกระดาษและปากกามาให้นั้น ผมคิดอยู่ในใจว่า จะเขียนคำสอนของหลวงปู่ดูลย์ แต่จะเขียนบทใดดีระหว่าง...
บทแรก :
การส่งจิตออกนอก เป็นทุกข์
ผลของการส่งจิตออกนอก เป็นสมุทัย
จิตเห็นจิต เป็นมรรค
ผลอันเกิดจากจิตเห็นจิต เป็นนิโรธ
กับ บทนี้ :
ผู้รู้ไม่คิด ผู้คิดไม่รู้
ไม่รู้ต้องคิด ไม่คิดไม่รู้
ท่านทั้งหลายลองเดาดูสิว่า สุดท้ายแล้วผมเขียนบทใด ?
รู้ทุกข์
ละสมุทัย
แจ้งนิโรธ
อริยมรรคจะเกิด
...................................
ศีล 5 เป็นบาทฐานเบื้องต้นของการเจริญสมาธิและภาวนา
ถ้าผิดศีลข้อที่ 5 ง่ายมากที่จะผิดศีลข้ออื่นทั้งหมด
ที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ถ้าตั้งต้นได้ก็จะดี
ถ้าเป็นไปได้ถือศีล 5 เป็นเบื้องต้น เพราะเป็นการจัดการกับกายและวาจา
ส่วนใจใช้สมาธิ ภาวนา
ผมทายว่าข้อ 2 ครับ
ขอเพิ่มเติมนะครับ
เราไม่ควรปฏิบัติบัติเพราะความอยาก เพราะจะเป็นโลภเจตนา ควรจะมุ่งพระนิพพานแต่ถ้าไม่ได้ก็เพียรต่อไป
สำหรับการฆ่าที่ทำตามหน้าที่ ก็อาจเลี่ยงไม่ได้แต่ถ้าหมั่นแผ่เมตตา ให้ทาน ทำบุญ ก็จะทำให้เราสบายใจมากขึ้น
ถ้าเราหมดหน้าที่ตรงนั้นแล้ว ก็พยายามถือศีล ภาวนา ทำใจให้บริสุทธิ์ ปฏิบัติเป็นช่วงเวลาก็ได้นะครับ
ขอให้เจริญในธรรมนะครับ
สวัสดีครับ
สวัสดีอีกครั้งครับ