
สำหรับคนทั่วไป...
เราอาจจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่การใช้ชีวิตของเรามีทางเลือกเสมอ และ – แม้กระทั่งในการเดินทางสู่วาระสุดท้ายแห่งชีวิต
เราอาจจะคิดว่า การตายดีคือนอนนิ่งๆ สงบๆ แวดล้อมด้วยญาติมิตร และยิ้มอำลา – แต่ข่าวอุบัติเหตุรายวัน และโรงพยาบาลที่เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทำให้เรามั่นใจได้ขนาดนั้นจริงๆ ล่ะหรือ?
หลายคนไม่อยากเป็น “ผัก” – ฟื้นก็ไม่ได้ ตายก็ไม่ได้ – คนที่ยังอยู่ก็ยังต้องทุกข์ทรมาน หมอพยาบาลก็งานล้นมือ ค่าใช้จ่ายในการยื้อชีวิตก็ดูเหมือนจะสูงกว่าการช่วยชีวิต
หลายคนไม่อยากจากไปทั้งที่มีเครื่องเจาะคอ เครื่องช่วยหายใจ สายอะไรต่อมิอะไร โยงอยู่เต็มตัว
หลายคนหัวใจหยุดเต้นไปแล้ว แต่ไม่รู้จะบอกห้ามไม่ให้เอาเครื่องปั๊มหัวใจมาช่วยกระชากให้มันตื่นอีกได้อย่างไร – เคยเห็นไหม หัวใจหยุดเต้นไปสามครั้ง ก็ใช้เครื่องปั๊มหัวใจทั้งสามครั้ง – เราอยากเป็นอย่างนั้นไหม?
เวลาที่เราหมดสติ ไม่รู้ตัว เราจะสื่อสารกับญาติ กับหมอ กับพยาบาล ถึงความปรารถนาในวาระสุดท้ายของเราอย่างไร?
สำหรับหมอและพยาบาล...
หน้าที่ของหมอและพยาบาลคือการช่วยผู้ป่วย
การช่วยเหลืออาจจะเป็นการช่วยชีวิตก็ได้ อาจจะเป็นการยื้อชีวิตก็ได้ และอาจจะเป็นการช่วยให้จากไปอย่างสงบ สง่างาม สมความปรารถนาของผู้ป่วยก็ได้
หลายครั้งที่หมอและพยาบาลต้องตัดสินใจเลือก – และจะดีกว่าไหม หากความประสงค์และเจตจำนงของผู้ป่วยได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจนั้น
การแสดงเจตจำนงในการเลือกรับและหรือไม่รับการรักษา เพื่อสื่อสารกับผู้อื่นในยามที่เราอยู่ในภาวะ “ไม่ฟื้น ไม่ตื่น และยังไม่ตาย” มีประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม จริยธรรม และกฎหมาย อย่างไรบ้างนั้น
ขอเชิญทอดทัศนาและขอรับหนังสือ “ก่อนวันผลัดใบ” แบบไม่เสียสตังค์ได้ที่