ตลอดระยะเวลา 15 ปี ที่ผมรับราชการมา มีอยู่หลายครั้งแล้วที่ถูกรับเชิญให้ไปส่งผู้ที่ได้รับคำสั่งย้ายไปรับราชการต่างจังหวัด (ตำแหน่งสูงขึ้น) โดยการจัดรถบัสไป 1 – 2 คัน และมีผู้ร่วมเดินทาง 30 – 60 คน โดยประมาณ ค่าใช้จ่ายเท่าที่เห็นจากตัวโครงการตกอยู่ประมาณ 200,000 – 300,000 บาท ซึ่งในเนื้อหาสาระของโครงการก็มักจะเป็น การศึกษาดูงานแบบ “ด่วน” ที่ไร้ซึ่งสาระหรือประเด็นที่ไปดูงาน ไร้จุดหมายที่จะได้ซึ่งการพัฒนา ไม่ได้ประสานสถานที่ดูงานอะไรเลย นอกจากการเดินทางไปเที่ยว (เคยแลกเปลี่ยนกับคนที่กลับมา) อันนี้จะบอกว่าผมเขียนได้เพราะไม่เคยร่วมเดินทางไปในลักษณะนี้เลย ด้วยความตั้งใจที่จะปฏิเสธและใส่ใจการปฏิเสธในแต่ละครั้ง จริง ๆ เรื่องนี้มีลึกลงไปอีกว่าหากต้องสมทบบางส่วน หรือออกค่าใช้จ่ายเอง จะไม่มีใครสมัครร่วมเดินทางไปด้วย แต่เมื่อไหร่บอกว่า “ฟรี” (ไม่ทราบฟรีตรงไหน หากทบทวนดี ๆ) จะมีคนสมัครจนต้องคัดเลือก
ลองมาคิดดูนะครับถูกที่สุดตกหัวละ 5,000 บาท หากนับไปถึงการที่ไม่ได้ทำงานตามหน้าที่ในช่วงที่เดินทาง ประมาณ 5 วันราชการ ก็ย่อมจะมากขึ้นไปอีก แล้วผู้ที่ย้ายคนนั้นไปรับตำแหน่งไม่ได้เหรอครับ ก็ยังได้อยู่ (ไม่เห็นเกี่ยวกัน) ผมเห็นด้วยนะครับหากจะไปส่งกันบ้างพอหอม ๆ โดยออกค่าใช้จ่ายแสดงน้ำใจกันเอง ไม่รบกวนเงินของประชาชน เพราะทีเวลาจะนำงบฯ ไปใช้กับประชาชน คิดแล้วคิดอีก เบิกได้มั้ง ไม่น่าเบิกได้ อะไรทำนองนี้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่มักจะบอกว่าเงินจากโครงการหลักประกันสุขภาพไม่เพียงพอ ยิ่งมองไม่เห็นความจำเป็นหากยังให้ประชาชนไม่พอ ก็แสดงว่าเบียดบังอย่างชอบธรรม (อีกแล้ว “ชอบธรรม เพราะชอบใจ และชอบด้วยระเบียบ แต่ไม่ชอบด้วยความถูกต้องอย่างที่ควร”)
ที่เขียนนี่เพราะเห็นว่าใน GotoKnow.org
ยังไม่ใครเคยได้บันทึกเรื่องจริงลักษณะอย่างนี้ แต่เชื่อว่ามีอีกหลาย
ๆ แห่ง น่าจะได้ ลปรร.กันนะครับ ผมว่าหากพูดถึงกันมาก ๆ
บางครั้งอาจจะไปกระตุกปลายปากกาของผู้บริหารให้เปลี่ยนจาก “อนุมัติ”
เป็น “ไม่อนุมัติ-คืนเรื่อง” ได้บ้าง
ถูกใจโหวดให้ 1 เสียงครับ
ขอโหวดให้อีกคน...ยิ่งถ้าเป็นการโยกย้ายของผู้บริหารที่ไปรับตำแหน่งสูงขึ้นด้วยแล้ว อย่างนี้เบียดบังภาษีของประชาชนอย่างยิ่ง ขอสนับสนุนความคิดของท่านผู้บันทึก และขอต่อต้านพฤติกรรมของบุคคลเหล่านี้
คุณNaigod
ขอบคุณครับสำหรับเสียงโหวต แต่ไม่ได้ฮั้วไว้กับใคร ก็เลยต้องรอว่าถึง 20% ไหม (ยิ้ม)
ผมเพิ่งมาทำงานในระบบราชการได้ไม่นานนัก ไม่เคยรู้เรื่องแบบนี้มาก่อนเลยครับ....
อ่านๆแล้วตกใจมากเลย....
จำได้ว่าเคยอ่านเรื่อง "สารวัตรใหญ่" ในเรื่องสารวัตรใหญ่ได้ย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ และไม่ให้ใครไปส่งเลย
แล้วก็ไม่ให้มีการจัดเลี้ยงต้อนรับด้วย โดยให้เหตุผลว่าเพื่อการประหยัด
แต่ไม่คิดเลยว่าการไปส่งข้าราชการที่ย้ายฯ จะสิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินขนาดนี้
คุณNiplak
ขอบคุณสำหรับเสียงโหวต เช่นกันนะครับ จริง ๆ ใครมีอะไรดี ๆ ในหน่วยงานมาเล่าให้ฟังกันบ้างนะครับ เช่นแรงต้านเงียบ ๆ ที่ก่อเกิดจนเป็นกระแสนะครับ มีบ้างไหมครับ
ผมจะ ลปรร.ต่ออีกสักนิด เคยได้ยินคำนี้ไหม (ผมพูดเองนะ) ผู้บริหารจะพยายามหาเหตุผลว่าอนุมัติแล้ว(เกิดก่อน) จะได้อะไรบ้าง (เกิดหลัง) ส่วนผู้เสนอ จะพยายามว่าทำ (เขียน) อย่างไร (เกิดก่อน) ผู้บริหารจึงจะอนุมัติ (เกิดหลัง)
อาจารย์ Handy
ขอบคุณสำหรับการ ลปรร. ด้วยเสมอ หลงอ่านของอาจารย์จนมาถึงประเด็นที่ 4 ก็ยังคิดว่าอาจารย์มายังไงแน่...ยิ้ม เมื่ออ่านข้อสุดท้ายก็เลยหงายหลังตีลังกา (ฮาอีก 3 ตลบ)
คุณตุมปัง
ครับ! น่ากลัวหากมัวนิ่งเฉย
เรื่อง "สารวัตรใหญ่" แม้จะเป็นนิยาย แต่ก็แฝงด้วยเรื่องจริง และที่สำคัญเรื่องชีวิตจริงก็คือนิยายดี ๆ นี่เอง
คุณ dreamer
ขอบคุณครับที่ถูกใจ (ผมมักจะเรียกว่า "จริต" ตาม Dr.Ka-poom)
ใช่ครับจริง ๆ แล้วการศึกษาดูงานนะมีประโยชน์และเป็นการเรียนรู้ที่ดีมาก หากแต่บ่อยครั้งได้ถูกเบี่ยงประเด็นไป ที่สำคัญต้นทุนต่อหน่วยแพงนะครับ เที่ยวเอามาทำเป็นเล่นไป
เป็นธรรมเนียมใหม่ไปแล้ว หากแต่พอจำได้ เมื่อก่อนจะไม่ใช้เงินหลวง แต่จะช่วยกัน ๆ กันออกเอง
ก็เคยเจอมาด้วยแล้วเช่นกัน ไปด้วย 1 ครั้ง หลายปีก่อน เป็นการพักผ่อนจริง ๆ แต่เหนื่อยในการนั่งรถ ไม่ทราบว่ามีค่าใช้จ่ายมากอย่างนี้ แต่ก็นึกไม่สบายใจอยู่เหมือนกัน
ที่หน่วยงานกำลังมีการโยกย้ายระดับผู้บริหารเช่นกันคะ
เป็นการโยกย้ายด้วยระยะทางที่ยาวไกล...
แรกเริ่มเดิมที แทบไม่มีใครอยากไป...
แต่ไฉน...ณ ตอนนี้ กลับมีคนแย่งกันไป...
ยิ่งบางฝ่ายปิดฝ่ายกันไปเลย...
ด้วยเหตุหรือแรงจูง"ใจ" อันใดหนอ...
จึงสามารถทำให้คนเปลี่ยนใจตามไปส่งได้มากขนาดนี้
คุณผู้ใหญ่
หากออกกันเอง ก็ยังพอรับได้นะครับ เพื่อสืบสานการดูแลกันของสังคมไทยที่ควรมี (อย่างพอดี ๆ)
คุณ rc
แค่คุณนึกไม่สบายใจ ก็มีท่าทีที่ดีออกมาแล้วครับ ช่วย ๆ กันครับ
Dr.Ka-poom เพื่อนที่รักที่ดีที่สุด
เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากครับ หากเป็นไปตามกรณีเหมือนที่ผมเขียนบันทึกนี้ ขอไว้อาลัยล่วงหน้า หากไม่ใช่แต่เป็นการไม่เบียดเบียนอะไรประชาชนเลย คืออนุโมทนา...สาธุ ด้วยคนครับ หวังไว้ว่าจะเกิดในประการหลัง (ไม่ทราบทำไมรู้สึกสงสารประเทศไทยจัง)
จะมีข้าราชการสักกี่คนกันนะที่มีความคิดเห็นเหมือนคุณ แต่อย่างน้อยถ้ามีสัก 50% ก็จะช่วยประเทศชาติให้สูงขึ้นได้อีกเป็นกอง ข้าราชการทำงานรับเงินเดือนโดยเอาภาษีไปจากประชาชน การใช้จ่ายแต่ละบาทแต่ละสตางค์ ก็ควรจะคิดให้รอบคอบ และคิดให้มากๆด้วย ว่าทำประโยชน์ให้กับสังคม คุ้มกับเงินที่ต้องจ่ายไปจริงๆ หรือเปล่าใช่ใหมคะ คุณชายชอบ
คุณ Jaja
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาให้แรงใจ แต่ละคนควรจะได้คิดกันนะครับคนละเล็กละน้อย ประเทศไทยจะได้พัฒนาอย่างที่ควรจะพัฒนา อย่าง "พอเพียง"
มีผู้นำชุมชนท่านหนึ่งบอกผมว่า ตั้งแต่เงินผัน จนถึงยุคกองทุนหมู่บ้าน หมู่บ้านละล้าน หากทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ จริงใจในการพัฒนา ประชาชนจะได้อะไร ๆ เยอะมากครับ
คุณjaja
ไม่เพียงแต่ผู้บันทึก...หากแต่รอยของผู้มาให้ คห. ต่างร่วมกันกระทุ้ง..ช่วยกันคนละแรง...หวังคะหวังว่าประเทศชาติ..จะเจริญขึ้น...ไม่ทราบหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณแผ่นดิน..ท่านๆ ทำอะไรกันอยู่นะคะถึงได้ปล่อยให้เกิดโครงการ/กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ในองค์กรภาครัฐ...สงสารชาวบ้านคะ..ที่แทบจะมีชักหน้าไม่ถึงหลัง...หากแต่ "ข้า+ราช+การ" กลับมาช่วยกันถลุงเงินประเทศชาติอย่างนี้..เพื่อเสริมบารมีตน...
อย่างไรก็ตาม...ดิฉันยังเชื่อในเรื่อง"ทำดีได้ดี...ทำชั่วได้ชั่ว"...
5,000 X 50 = 250,000 บาท
5,000 X 60 = 300,000 บาท
หากเป็นไปตามที่คุณ"ชายขอบ"ว่าก็ตกประมาณ 250,000 - 300,000 บาท
เป็นจำนวนเงินที่มากเหมือนกันนะคะ