ต้องจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์แห่งความสร้างสรรค์ของสภาคณาจารย์   ที่คิดวิธีทำงานที่จะเกิดผลต่อการร่วมขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยมหิดลสู่ Wisdom of the Land   ได้อย่าง “ธรรมดาแบบไม่ธรรมดา”


          ในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัย ผมพยายามทำความเข้าใจว่าสภาคณาจารย์ต้องทำหน้าที่เป็นพลังหนึ่งของความสร้างสรรค์   ไปสู่เป้าหมายร่วมกันของมหาวิทยาลัย   ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายแค้น คอยตรวจสอบจับผิดฝ่ายบริหาร


          ดังนั้นการประชุมระดมสมอง เรื่อง “ลักษณะสำคัญของการเป็นมหาวิทยาลัยในระดับโลก”  ที่จัดโดยสภาคณาจารย์ เมื่อบ่ายวันที่ ๓๐ เม.ย. ๕๒ จึงทำให้ผมเกิดความชื่นใจเป็นพิเศษ    เพราะเป็นการทำงานสร้างสรรค์ที่สุดยอดสร้างสรรค์    ผมนึกในใจว่า “คิดได้ไง”


          สภาคณาจารย์หารายชื่อมหาวิทยาลัยอันดับ Top 50 ของโลก   เอาไปหารายชื่ออาจารย์ที่ผ่านการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเหล่านั้น   แล้วเชิญมาประชุมระดมสมอง


          ช่วงแรกประชุมกลุ่มใหญ่  แล้วแบ่งเป็น ๔ กลุ่มย่อย   เพื่อคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันเฉพาะเรื่อง
               กลุ่มที่ ๑  เรื่องการบริหารจัดการ
               กลุ่มที่ ๒  เรื่องการเรียน การสอน รวมถึง Graduate International Program
               กลุ่มที่ ๓  เรื่องการวิจัยและพัฒนา การส่งเสริมการตีพิมพ์
               กลุ่มที่ ๔  ชีวิตในมหาวิทยาลัย (Campus life)  หอพัก  รวมถึง facilities ต่างๆ
          แล้วจึงกลับมารายงานผลการประชุมกลุ่ม


          ผมตื่นเต้นมากกับการประชุมนี้   จึงอุตส่าห์บึ่งรถจากโรงแรมเอราวัณ ไปศาลายา เพื่อร่วมประชุมนี้   แม้ว่าจะร่วมได้เพียงชั่วโมงเศษๆ   ผมก็มีความสุขมาก   การประชุมนี้ทำให้เกิดผลอย่างน้อย ๓ ด้าน


๑.  สร้างวัฒนธรรมทำงานสร้างสรรค์ของสภาคณาจารย์   เป็นพลังขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย

๒. เป็นเครื่องมือ ให้อาจารย์จากต่างวิทยาเขต ต่างคณะ ได้มาพบปะกัน คุยกันในเรื่องที่เป็นเรื่อง   สร้างโอกาสร่วมมือกันในการสร้างสรรค์วิชาการ


๓. สร้างสรรค์วัฒนธรรมวิชาการ/วิจัย เพื่อการเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยระดับโลก


วิจารณ์ พานิช
๒ พ.ค. ๕๒