นักศึกษาหรือเยาวชนควรระมัดระวังในการจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรกับการเรียนให้อยู่ในระเบียบวินัยคือไม่ทิ้งการเรียนนั่นเองและทุกอย่างที่ได้มาคุ้มค่าจริงๆ
กิจกรรมนอกหลักสูตร (จำเป็นหรือไม่จำเป็นอย่างไร)ขอเล่าเรื่องย้อนรอยประวัติศาสตร์ในอดีตที่คงคุณค่าแก่เยาวชนรุ่นหลังจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติก็ตามไม่เป็นการบังคับเป็นความคิดส่วนบุคคล ขึ้นอยู่กับผู้ปกครองทางบ้านและครู อาจารย์เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในการที่จะให้นักเรียน นักศึกษา หรือเยาวชนของพวกเรา อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ทำกิจกรรมนอกหลักสูตรหรือไม่ขึ้นอยู่กับประโยชน์ที่พึงจะได้รับจากการทำกิจกรรมนั้นๆ
ในอดีตที่ผ่านมาดิฉันได้ศึกษาสถาบันมหาวิทยาลัยรามคำแหง(สโลแกนมหาวิทยาลัยที่ว่า"เปลวเทียนให้แสง รามคำแหงให้ทาง")สมัยนั้น(พ.ศ.2533)ก้าวย่างเข้ามหาวิทยาลัย สนุกสนานมากๆตามประสาวัยรุ่นประกอบความคิดเป็นผู้นำมาตั้งแต่สมัยชั้น ป.6(ประธานนักเรียน) สมัยเรียนปริญญาตรีได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคสมัยนั้นชื่อว่าพรรคสานแสงทองในองค์การนักศึกษารามคำแหงซึ่งมีท่านสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์เป็นนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง(ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านไปในทางที่สร้างสรรค์)
ท่านสิริวัฒน์ เป็นคนนิสัยดีมากๆ ท่านมีความคิดที่สร้างสรรค์มากมาย ในการจะนำพาน้องๆนักศึกษาในพรรคสานแสงทองและในมหาวิทยาลัยทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเองและสังคม ท่านจะไม่ส่งเสริมพฤติกรรมไปในทางชู้สาว ไม่ส่งเสริมอบายมุขต่างๆ และไม่ส่งเสริมสิ่งไม่ดีไม่งามต่างๆ อดีตจนถึงปัจจุบันท่านเคยเป็นประธานมูลนิธิพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนคนหนุ่มสาวจนได้ก้าวหน้าพัฒนาเป็นสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้กล่าวถึงท่าน เพราะอยากให้เยาวชนคนหนุ่มสาวในยุคปัจจุบันดูไว้เป็นตัวอย่าง ว่าบุคคลสำคัญได้สร้างความดีงาม อะไรให้กับสังคมบ้างและการก้าวหน้าขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงๆนั้นท่านมีการประพฤติตนอย่างไร ท่านเป็นนักกิจกรรมที่โชกโชนในการพัฒนา สร้างสรรค์สังคม
ถามว่ากิจกรรมในสมัยนั้นมีอะไรบ้าง เช่น เคยไปเข้าค่ายอาสาพัฒนาชนบท หลายจังหวัดด้วยกันบ้างก็บริจาคเสื้อผ้า สิ่งของอุปโภค บริโภค ส่วนใหญ่จะเป็นงานการกุศล สร้างศาลาหมู่บ้าน ถ้านักศึกษาในพรรคสานแสงทองเห็นว่า อะไรไม่ถูกต้อง ไม่ดีไม่งาม ก็จะร่วมกันรณรงค์ เพื่อทำให้สังคมสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นและให้เป็นไปในทางที่ถูกต้องดีงาม กิจกรรมที่นอกเหนือจากนี้คือ จัดอบรม สัมมนา ดูงานให้รู้จักพบปะสังคมบ้างเป็นครั้งเป็นคราว การจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยน ระดมความคิดเห็นกับประเด็นปัญหา การเมือง เศรษฐกิจและสังคม ฯลฯ
ถามว่าประโยชน์ที่ได้รับคืออะไรบ้างในสมัยนั้นและโยงใยมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อความเป็นไปได้ในอนาคต ประโยชน์คือ
1. การฝึกตน ฝึกคน และการฝึกงานให้รู้จักพบปะสังคม สร้างสรรค์สังคมให้เจอแต่สิ่งที่ดีงาม
2. ฝึกกระบวนการคิด โดยเฉพาะกระบวนการเสนอความคิดเห็นเป็นระบบกลุ่ม
3. อานิสงส์ที่ได้รับจากการช่วยเหลือสังคมในกิจกรรมการกุศลต่างๆ
4. การควบคุมตนเองให้อยู่ในระเบียบวินัย กฎเกณฑ์ของสังคม
แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น น้องๆนักศึกษาหรือเยาวชนควรระมัดระวังในการจัดสรรเวลาในการทำกิจกรรมนอกหลักสูตรกับการเรียนให้อยู่ในระเบียบวินัย คือไม่ทิ้งการเรียนนั้่นเองและทุกอย่างที่ได้มาคุ้มค่าจริงๆค่ะ

สวัสดีคะ
ขอบคุณที่มาทักทายนะคะ
จะมาอ่านอีกรอบนะคะ
สวัสดีค่ะ คุณพี่แดง
ค่ะยินดีค่ะ
โชคดี มีสุขค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณธนิตย์ สุวรรณเจริญ
ค่ะมีให้เห็นเยอะ "ชีวิตสมบูรณ์ได้เพราะมีกิจกรรมนี่แหละค่ะ"
โชคดี มีสุขค่ะ
สวัสดีค่ะ
มาอ่านอีกรอบนะคะ
เป็นคนที่ชอบออกค่ายเหมือนกัน
ได้รู้จักการทำงานร่วมกัน...
ได้ไปทำประโยชน์ให้ชาวบ้าน...
แม้ขณะที่ทำงานก็ยังได้นำมาใช้...ค่ะ
สวัสดีค่ะ คุณแดง
การทำกิจกรรม(เข้าค่าย)เป็นการระดมสมอง ความคิดเห็น
โชคดี มีสุขค่ะ