อ.แหววไปอ่านบทความเรื่อง “เรื่องควรรู้ก่อนเลือกคู่ต่างชาติ” ในเดลินิวส์เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๒ พบความเห็นของคุณอาภรณ์จากกรมการปกครอง อ่านแล้ว ก็มีข้อน่าสงสัย ๒ ประการนะคะ เลยเขียนอีเมลล์มาคุยกับมวลมิตรที่สอนและทำงานเกี่ยวกับกฎหมายสัญชาติเพื่อตั้งเวทีโต๊ะกลมบนอินเทอร์เน็ตเอาดื้อๆ แล้วก็มาตั้งอีกวงในโกทูโน
ข้อสงสัยของ อ.แหวว ก็คือ
ข้อสงสัยประเด็นแรกมาจากที่คุณอาภรณ์ว่า กม.ไทยไม่ยินยอมให้คนสัญชาติไทยถือสองสัญชาติ ??
เอ..ข้อห้ามปรากฏตรงไหนของกฎหมายไทยล่ะคะ ช่วยกันตรวจสอบอีกทีซิคะ คนสอนกฎหมายสัญชาติทั้งหลาย อ.แหววไม่เคยเห็น “ข้อห้าม” นะคะ เคยตรวจสอบมาสัก ๒ ครั้งแล้ว สังเกตเห็น ความเป็นไปได้อยู่สองที่ กล่าวคือ มาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ แต่เมื่อพิจารณาตัวบท ซึ่งก็ไม่ได้ห้าม เพียงแต่บอกว่า ถ้าทำ ก็จะเสียสัญชาติไทย ไม่มีบทกำหนดโทษ และยังมิใช่การเสียโดยอัตโนมัติ จะต้องรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยข้อเท็จจริง เราจึงพบว่า มีคนไทยในอเมริกามากอยู่ไปแปลงสัญชาติเป็นอเมริกัน แต่เมื่อไม่มีการประกาศให้เสียสัญชาติไทยตามมาตรา ๕ การเสียสัญชาติไทยก็จะเกิดไม่ได้ นอกจากนั้น หากเป็นกรณีที่ได้สัญชาติต่างประเทศโดยผลของการสมรส ก็ไม่น่าจะเข้ามาตรา ๒๒ เพราะไม่ใช่การแปลงสัญชาติ จึงไม่น่าจะเสียสัญชาติ แต่อย่างไรก็ตาม เรื่องแบบนี้ ยังไม่มีคำพิพากษาศาลแพ่งหรือศาลปกครองไทยในเรื่องนี้ ประเด็นนี้ น่าเอามาทำวิจัยกันสักทีนะคะ หมู่เฮาว่าไงคะ ขอความเห็นค่ะ และคราวหน้าไปสนทนาวิชาการกับท่านอาจารย์มีชัย อ.แหววเห็นทีจะเอาเรื่องนี้ไปหารือค่ะ ประเด็นนี้ มีคนมาหารือเป็นประจำ
นอกจากนั้น คุณอาภรณ์กล่าวว่า บุตรของหญิงไทยและชายต่างด้าวต้องเลือกสัญชาติไทยเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี !!
อันนี้ อ.แหววเข้าใจว่า น่าจะเป็นไปตามกฎหมายที่ประกาศใช้ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ และถูกยกเลิกในเวลาราว ๑ เดือนต่อมา กล่าวคือ มาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งบัญญัติว่า “ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาเป็นคนต่างด้าว และอาจถือสัญชาติของบิดาได้ตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดา หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง ให้แสดงความประสงค์เข้าถือสัญชาติได้เพียงสัญชาติเดียว โดยให้แจ้งความจำนงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบรูณ์ ถ้าไม่มีการแจ้งความจำนงภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่า ผู้นั้นสละสัญชาติไทย เว้นแต่รัฐมนตรีจะสั่งเฉพาะรายเป็นอย่างอื่น” บทบัญญัตินี้ถูกประกาศใช้ในวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๕ และถูกยกเลิกในวันที่ ๘ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕ จะเห็นว่า การเร่งรีบแก้ไขบทบัญญัตินี้ก็เพราะเป็นบทบัญญัติที่ไม่อาจสร้างคุณประโยชน์มากนักสำหรับสังคมไทยซึ่งจะเป็นสังคมข้ามชาติมากขึ้นเรื่อยๆ จะเห็นว่า มาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๕ ซึ่งมาแทนที่ จึงบัญญัติว่า “ผู้ซึ่งมีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาเป็นคนต่างด้าว และได้สัญชาติของบิดาด้วยตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติของบิดา หรือผู้ซึ่งได้สัญชาติไทยตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง ถ้ายังประสงค์จะถือสัญชาติอื่นอยู่ต่อไป ให้แสดงความจำนงสละสัญชาติไทยตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่มีอายุครบยี่สิบปีบริบรูณ์" บทบัญญัติใหม่นี้แปลว่าอะไรล่ะ น่าจะชัดเจนนะคะ การสละสัญชาติไทยมิใช่ “หน้าที่” แต่เป็น “สิทธิ” หากไม่ไปแสดงความจำนงตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ก็ไม่เป็นการสละสัญชาติไทย เราจะสังเกตว่า เราจึงมีคนสัญชาติไทยที่มีสัญชาติต่างประเทศอยู่ด้วยไม่น้อย ในเวลานี้ ดังนั้น อ.แหววจึงคิดว่า ความเห็นของคุณอาภรณ์ในเรื่องนี้ก็น่าจะไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของมาตรา ๑๔ ที่มีผลตั้งแต่วันที่ ๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๓๕ เป็นต้นมา .... คนสอนกฎหมายสัญชาติเห็นอย่างไรกันคะ ?? ขอความเห็นเช่นกันค่ะ
สำหรับ อ.แหวว ความเห็นในการตีความทางกฎหมายแตกต่างกันได้ค่ะ แต่การตีความไกลจากตัวบทลายลักษณ์อักษรมากนั้นจะทำได้ก็ต้องเป็นคุณต่อมนุษย์ แต่หากเป็นการตีความในลักษณะที่จำกัดเสรีภาพของมนุษย์คงต้องระวังนะคะ ในสถานการณ์ที่ยกมานี้ มวลมิตรคิดกันอย่างไรคะ ??
อยากทราบเหตุผลของคุณอาภรณ์เช่นกันค่ะ ทัศนคตินี้เป็นของคุณอาภรณ์ท่านเดียว ?? หรือเป็นของกรมการปกครองทั้งหมด ??
เราน่าจะมาช่วยกันค้นแนวคำพิพากษาของศาล ความเห็นกฤษฎีกา แนวปฏิบัติของนานาอารยประเทศนะคะ
อ.แหววคะ
มาอ่านบันทึกนี้แล้วอยากชวน อ.แหวว มาทำกิจกรรม ร่วม "เขียน และ ขุด" บันทึก เพื่อทำหนังสือ "เรื่องเล่าจากคนทำงาน " ค่ะ
หากพอมีเวลา บันทึกเก่าๆ ที่เคยเขียนไว้ที่เกี่ยวข้องก็สามารถเพิ่มคำสำคัญ "Digital Divide" เข้าไปได้เลยค่ะ
ขอบคุณค่ะ ^_^
พ่อเป็นคนไทยแม่เป็นคนลาวและไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่ลูกเกิดที่เมืองไทย
ถ้าพ่อรับรองบุตรจะได้มั้ย แล้วลูกจะได้เป็นคนไทยหรือเปล่า
อยากทราบคะ
คุณนุคะ
หากพ่อเป็นคนสัญชาติไทย
แม้แม่จะเป็นคนสัญชาติลาวและไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน
แต่ลูกเกิดที่เมืองไทย
บุตรก็มีสัญชาติไทยโดยหลักดินแดนค่ะ โดยไม่ต้องมีการรับรองบุตร
แต่ถ้าพ่อรับรองบุตร บุตรก็จะได้สัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตด้วยค่ะ
รวบรวมพยานหลักฐานแล้วไปอำเภอหรือเขตหรือเทศบาล ตามแต่กรณี หรือหากฝ่ายปกครองไม่ยอมรับ ก็อุทธรณ์แล้วไปศาลปกครองได้เลย
สวัสดีครับ
ผมมีเรื่องอยากถามครับ คือว่างี้น่ะครับผมเกิดที่เยอรมัน ซึ่งบิดาเป็นคนเยอรมันและมารดาเป็นคนไทย ปัจจุบันผมถือสัญชาติเยอรมัน เชื่อชาติเยอรมัน แต่เนื่องด้วยผมย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยได้ 10 กว่าปีแล้ว(พ่อแม่ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยถาวร) และได้อาศัยและร่ำเรียนหนังสือ มาตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 5จนถึงปัจจุบันก็จบปริญญาตรีแล้ว ซึ่งจบก็หางานไมไ่ด้เลยเพราะ ผมสัญชาติเยอรมัน และบริษัทส่วนใหญ่ไม่รับเข้ามาทำงาน จึงอยากถือสัญชาติที่สอง คือสัญชาติไทย จะสามารถทำได้รึป่าวครับ
และสมควรทำรึป่าวอ่ะครับ หรือหางานที่มีบริษัทต่างชาติจ้างแทน หรืออย่างไงดีครับ ที่ผมควรจะทำครับ
ผมรบกวนช่วยแนะนำแนวทางให้ผมด้วยน่ะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
แมธทิว
ตอบคุณแมธทิวแล้วค่ะ
คลิกตรงนี้นะคะ
http://gotoknow.org/blog/people-management/315262
สวัสดีครับ
ก่อนอื่น ผมต้องขอบคุณ อ.แหวว (Archanwell) มากๆน่ะครับ
ที่เสียสละเวลามาเปิดประเด็นใหม่และเสียสละเวลามาช่วยผมน่ะครับ ตอนนี้ผมยังอ่านไม่หมดเดี๋ยวขอไปอ่านและทำความเข้าใจก่อนน่ะครับ ขอบคุณมากๆ จากใจจริงน่ะครับ ^^
แมธทิว
สวัสดีค่ะ
เรียนสอบถามอ.แหววค่ะ
***คือว่าดิฉันจดทะเบียนสมรสกับคนนิวซีแลนด์ที่ประเทศนิวซีแลนด์ และไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับสามีที่ประเทศไทย และก็ไม่ได้เปลี่ยนนามสกุลตามสามี และทะเบียนสมรส ที่ประเทศนิวซีแลนด์ใช้เป็นหลักฐานตามกฏหมายในประเทศไทย ได้หรือเปล่าคะ
***และถ้าในอนาคตเราอยากกลับไปอยู่เมืองไทย สามีดิฉันจะสามารถอยู่ประเทศไทยได้หรือเปล่า
***คือตามเอกสาร ทะเบียนบ้าน พาสปอร์ต บัตรประชาชน ทุกอย่างของดิฉันยังคงสถานะเดิม และจะมีผลอย่างไร กับดิฉันตามกฎหมายประเทศไทยหรือนิวซีแลนด์หรือเปล่าคะ
***และตอนนี้ ดิฉันเป็น PR ที่ประเทศนิวซีแลนด์ แล้วก็กำลังตัดสิใจ ขอสัญชาตินิวซีแลนด์ค่ะ และดิฉันจะต้องถามทางประเทศนิวซีแลนด์ด้วยหรือเปล่าคะว่าจะสามารถถือสองสัญชาติได้หรือเปล่า
ในประการแรก ทะเบียนสมรสตามกฎหมายนิวซีแลนด์มีผลตามกฎหมายไทยค่ะ หากทำอย่างถูกต้องตามกฎหมายนิวซีแลนด์
ในประการที่สอง เมื่อสามีเป็นสามีตามกฎหมาย ก็มีสิทธิร้องขออนุญาตเข้ามาอาศัยอยู่กับภริยาได้ค่ะ ต่อวีซ่า ครั้งละ ๑ ปีค่ะ
ในประการที่สาม ควรปรับเอกสารพิสูจน์ตนต่างๆ ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง เมื่อต้องการใช้สิทธิ จะได้ไม่ต้องมาพิสูจน์กันอีกทีค่ะ
ในประการที่สี่ การแปลงสัญชาติเป็นนิวซีแลนด์มีผลเป็นการเสียสัญชาติไทยนะคะ โปรดระวัง แม้ทางกระทรวงการต่างประเทศจะไม่ค่อยตรวจสอบ แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะมีการกล่าวอ้างการเสียสัญชาติไทย (มาตรา ๒๒ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘)
ขอบคุณ อ.แหวว มากค่ะ ก็ขอให้อ.แหวว ได้ทุกๆสิ่งตามที่ปรารถนา นะคะ
ขอบคุณข้อมูลของอาจารย์แหววมากค่ะ คือตอนนี้มีลูกอายุ 8 ขวบค่ะ มีพาสปอร์ต 2 ใบ ไทยใบหนึ่งกับอังกษใบหนึ่ง สามีถือสัญชาติบริติช กลัวเรื่องลูกชายต้องสละสัญชาติใดสัญญชาติหนึ่ง เพราะอนาคตไม่แน่ว่าเค้าอยากทำอะไร ถ้าเค้าต้องสละสัญชาติไทยก็กังวลเรื่องบ้านและที่ดินที่มีอยู่ของดิฉันว่าเค้าจะถือต่อไม่ได้ แต่ถ้าตามอาจารย์ตีความก็คือเค้ายังไม่ต้องเลือกแม้ว่าจะอายุครบ 20 ปีไปแล้ว
ตอนนี้มีคนไทยแต่งงานกับต่างชาติมาก แต่ยังไม่มีบรรทัดฐานสำหรับเด็กลูกครึ่งเหล่านี้ เจ้าหน้าที่ต่างคนต่างตีความเอาเองพวกเราก็ลำบากเมื่อต้องติดต่อกับพวกเค้าเหล่านั้น
นี่ยังไม่นับรวมเรื่องความยากลำบากที่จะทำให้เราอยู่กันแบบครอบครัวได้ในแต่ละปีก็ใจหายใจคว่ำทีกับการขอวีซ่าว่าจะต่อได้มั้ย ทำไงได้คะความรักมันไม่มีพรมแดน
คุณปาริชาตคะ
ไม่ใช่เรื่องตีความค่ะ เป็นข้อกำหนดของกฎหมายที่ชัดเจน ไม่ต้องตีความ ไม่มีอะไรคลุมเครือ ปัญหาของคนไทย ก็คือ ไม่สนใจว่า กฎหมายไทยเขียนอะไรเอาไว้ สำหรับบุตรของคุณไปดู มาตรา ๑๔ แห่ง พ.ร.บ.สัญชาติ พ.ศ.๒๕๐๘ ซึ่งถูกแก้ไขโดย พ.ร.บ.สัญชาติ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๓๕
อย่าให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเอาอะไรก็ไม่รู้มาขู่ได้นะคะ
ความรู้ทำให้พ้นภัยค่ะ
สวัสดีค่ะ
อยากสอบถามค่ะ
1.ดิฉันเป็นคนไทย แต่สามีเป็นกัมพูชา ค่ะ มีแต่พลาสปอร์ตทำงานนคะ ซึ๋งถือว่าเป็นชาวบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทย ลูกที่คลอดมาจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าค่ะ สามารถทำเรื่องทุกอย่างได้เหมือนคนไทยปกติหรือเปล่าค่ะ (เนื่องจากในใบเกิดได้แจ้งชื่อพ่อด้วยนะค่ะ)
2.ถ้าต้องการถอนชื่อพ่อออกจากสูติบัตร ต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ ปัจจุบันไม่สามารถหาสามีได้เจอแล้วค่ะ (ตอนนี้ลูก 6 เดือนแล้วค่ะ)
**เคยทำเรื่องไปต้องแต่ตอนคลอดแล้วนะค่ะ ไปที่อำเภอตั้งแต่ยังไม่ได้ออกสูติบัตรมาที่คอมพิวเตอร์แลย แต่เจ้าหน้าที่บอกไม่สามารถทำได้ค่ะ แต่ตอนนี้อยากถอนออกจริงๆ คะ
แม่สัญชาติไทย ลูกก็มีสัญชาติไทยค่ะ
ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ
ขอรบกวนอาจารย์อีกสักครั้งนะค่ะ
คืนเห็นเค้าพูดกันว่า บุตรที่มีพ่อเป็นชาวกัมพูชา ไม่สามารถ สมัครเป็นทหารหรือตำรวจได้หรือค่ะ และเด็กที่มีพ่อเป็นกัมพูชาจะมีขีดจำกัดต่างๆ ซี่งต่างไปจากเด็กพ่อแม่ไทยค่ะ (คือสงสารลูกก็เลยอยากลองศึกษาไว้นะค่ะ) แล้วที่จะถอนชื่อพ่อเด็กออกจากสูติบัตรสามารถทำได้หรือเปล่าค่ะ
ขอบคุณค่ะ
โดยรัฐธรรมนูญ การเลือกปฏิบัติต่อคนสัญชาติไทยน่าจะเป็นสิ่งที่ขัดรัฐธรรมนูญนะคะ หากมีกฎระเบียนที่ยังเลือกปฏิบัติ ก็ต้องร้องเรียนล่ะค่ะ
การเอาชื่อพ่อออกจากสูติบัตรไปทำไมคะ ให้ลูกไม่มีบิดาเป็นตัวตนชัดเจน ยิ่งไม่สร้างปัญหาแก่ลูกหรือคะ แล้วที่แจ้งไปตอนแรก จะไม่มีเป็นการแจ้งความเป็นเท็จหรือคะ
กังวลในสิ่งที่ไม่ควรกังวลหรือเปล่าคะ ดูแลลูกดีๆๆ เถอะค่ะ
สวัสดีค่ะอาจารย์ มีเรื่องขอความกรุณาอาจารย์ค่ะ ตอนนี้ที่บ้านกำลังปวดหัวเพราะความไม่รู้ค่ะ 1 พี่สาวแต่งงานกับคนมาเลย์เซียจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามหลักกฎหมายและศาสนาค่ะ แต่พี่สาวยังคงถือสัญชาติไทยและใช้นามสกุลเดิมอยู่ อันนี้ไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ 2 ตอนนี้พี่สาวคลอดน้องมาได้สองเดือนแล้วค่ะ น้องแจ้งเกิดแล้วน้องสามารถถือสองสัญชาติได้ไหมคะ กฏหมายมาเลย์เซียสามารถทำได้หรือเปล่าเพราะพ่อของน้องบอกว่าจะมีปัญหาทีหลังให้เลือกสัญชาติมาเลย์เซียอย่างเดียวพอ ทีนี้พี่สาวก็ไม่ยอมค่ะเพราะกังวลว่าน้องจะเสียสิทธิ์ความเป็นคนไทยในอนาคตค่ะ 3 เรื่องหนังสือเดินทางค่ะ สามารถมีได้สองเล่มหรือเปล่าคะ 4 น้องสามรถมีสองชื่อได้ไหมคะ เพราะชื่อที่แจ้งเกิดตอนนี้เป็นชื่อแบบมาเลย์เซียค่ะ ( ยาวมาก ) พี่สาวเลยอยากให้น้องมีชื่อไทย และใช้นามสกุลของพี่สาวเพื่อที่จะง่ายต่อการติดต่อเรื่องต่างๆและการใช้ชีวิตในเมืองไทยค่ะ ขอขอบพระคุณอาจารย์ล่วงหน้านะคะ
ในประการแรก การสมรสตามกฎหมายกับชายต่างด้าวไม่ทำให้หญิงสัญชาติไทยเสียสัญชาติไทยค่ะ หากอยากเสีย ต้องไปแสดงเจตนาสละสัญชาติไทย และต้องมีการประกาศการสละสัญชาติไทยในราชกิจจานุเบกษษ
ในประการที่สอง หากบุตรเกิดในขณะที่มารดายังมีสัญชาติไทย บุตรก็จะมีสิทธิในสัญชาติไทยโดยหลักสืบสายโลหิตจากมารดา ในส่วนที่จะได้สัญชาติมาเลเซียตามบิดาหรือดินแดนที่เกิดหรือไม่ ก็เป็นไปตามกฎหมายมาเลเซียค่ะ
ในประการที่สาม มีความเป็นไปได้ที่กฎหมายมาเลเซียอาจห้ามถือสองสัญชาติ อันนี้ ต้องไปดูกฎหมายสัญชาติมาเลเซียค่ะ อ.แหววไม่รู้กฎหมายของประเทศนี้ในรายละเอียด
ในประการที่สี่ หากมีการแจ้งการเกิดของน้องในทะเบียนราษฎรของรัฐไทย ก็จะได้รับรองสถานะคนสัญชาติไทย ย่อมถือหนังสือเดินทางไทยได้แน่นอน แต่จะถือหนังสือเดินทางมาเลเซียได้หรือไม่ ก็ต้องว่าตามกฎหมายมาเลเซียค่ะ
ในประการที่ห้า น้องจะมีชื่อในทะเบียนราษฎรไทยได้ตามที่แจ้งล่ะค่ะ ควรมีชื่อเดียวกันทั้งในภาษาไทยและมาเลย์นะคะ หากมีหลายชื่อ จะยุ่งยากในการทำนิติกรรมสัญญา
เรื่องนี้ต้องดูว่า น้องจะใช้ชีวิตในประเทศไทยในอนาคตหรือไม่ ? ถ้าไม่ ก็ควรทำตามกฎหมายมาเลเซียค่ะ สัญชาติเป็นเงื่อนไขในการใช้สิทธิค่ะ ในเรื่องเสรีภาพในการถือสัญชาติ กฎหมายไทยมีลักษณะเสรีนิยมมากกว่ามาเลเซียค่ะ
การมีหลายสัญชาติเป็นสิ่งที่ห้ามไม่ได้ แต่การใช้สิทธิในสัญชาติอาจถูกรัฐจำกัดเสรีภาพได้ค่ะ
ขอบคุณค่ะอาจารย์
ได้ถามทางกงศุลมาเลย์ทราบว่าทางมาเลย์ไม่ให้ถือสองสัยชาติค่ะ ก็เลยจะโอนสัญชาติน้องเป็นมาเลย์ ขอรบกวนเพิ่มนะคะ
1 ถ้าหากว่าเราโอนสัญชาติน้องไปเป็นมาเลย์เซียน้องจะเสียสิทธิความเป็นคนไทยไปเลยหรือไม่คะ สามารถแก้ไขได้ภายหลังหรือไม่
2 ได้ถามไปยังสถานฑูตมาเลย์เซียทราบว่าน้องไม่สามารถถือหนังสือเดินทางสองเล่มได้ ถ้าน้องถือหนังสือเดินทางมาเลย์เซียเวลาน้องกลับมาเมืองไทยน้องจะได้วีซ่านานเท่าไหร่คะ หรือว่าได้แค่วีซ่านักท่องเที่ยวคะ เพราะในเบื้องต้นน้องคงต้องเรียนชั้นอนุบาลและประถมศึกษาในเมืองไทยค่ะ รบกวนอาจารย์ให้คำแนะนำในเรื่องนี้หน่อยนะคะ
หมายเหตุ....น้องอยู่ไทยเป็นหลักในช่วงสิบปีแรก อาจไปมาเลย์เซียเป็นครั้งคราวปีละครั้งหรือสองครั้งค่ะ พี่สาวเลยกังวลว่าน้องจะมีปัญหาถ้าอยู่ไทยนานๆไม่ได้
ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีครับผมเป็นข้าราชการทหารสามมารถจดทะเบียนกับคนลาวได้หรือเปล่าครับ ตอบด่วนนะครับ
สิทธิในการก่อตั้งครอบครัวเป็นสิทธิมนุษยชนค่ะ