น่าจะสื่อสารกับคนมารับบริการคือเราบริการอะไร

เรื่องเล่าจากคนทำงานแพทย์แผนไทย บริการแพทย์แผนไทย-โรงพยาบาลบ้านผือ

                29 เมษายน 2552 สำหรับโรงพยาบาลบ้านผือ  มีภญ.พิชญาภา มารับงานต่อจากไล่มาตั้งแต่ภญ.รุ้ง , ปอ แดง ประ อิ๊ฟ ตกมาถึงติ๊กก็เป็นจังหวะผลไม้กำลังสุกพอดี มีการตกผลึกงานมาเรื่อย ๆ และส่งมอบงานถ่ายทอดวิทยายุทธให้กันมาทำให้ติ๊กไม่ต้องเหนื่อยเหมือนเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่นี้มีแพทย์แผนไทยคือพี่นิลวรรณ ดิ่งแก้ว ซึ่งเดิมเป็นลูกจ้างในห้องยาแล้วก็ไปเรียนต่อ ช่วงแรกปี 2544 (ประมาณ) ที่ภญ.รุ้งเริ่มทำนั้น ไม่มีคนช่วยดอก  นวดกันในห้องทำงานเภสัชนั่นแหละ เหนื่อยแทนนะ แต่ก็มีพัฒนามาเรื่อย ๆ ไปอยู่ข้างห้องทำงานของฝ่ายแผน คนจะมานวดปวดขาก็ต้องขึ้นบันไดไปนวด ห้องนวดไม่มีการระบายอากาศที่ดี ก็แนะนำไปท่านผู้อำนวยการก็จัดการให้ ไม่อย่างนั้นคนทำงานเสี่ยงต่อการติดเชื้อในทางเดินหายใจนะ  ทีนี้ก็มีการขยับขยายมาอยู่ห้องข้างล่าง สวยงามน่าเข้า มีคนมารับบริการจนหมอนวดเราปวดแขนเลย ก็เลยแนะนำว่าเวลานวดให้โยกตัวด้วย (นวดเท้านะต้องโยกตัว ถึงจะได้น้ำหนักมือ)  นอกจากมีแพทย์แผนไทยแล้ว มีพนักงานนวด 2 คน อ้วนกับผอม เป็นหญิงทั้งคู่ ได้ข่าวว่าจะมีหมอนวดผู้ชายมาช่วยอีก  ที่นี้มีบริการนวดอย่างเดียว เฉพาะนวดเท้าจากคลินิกเบาหวานก็แทบจะมมีเวลาแล้ว แถมยังมีคนโทรมานัดอีก บางทีก็ต้องปฏิเสธไป แต่เทคนิควิธีการปฏิเสธหรือนัดคนไข้ยังมีน้อยเลยบางครั้งอาจไม่พอใจบ้างก็ต้อง อดทน (คำของคนทำงาน)  แต่ผู้เขียนเห็นว่าต้อง บริหารคนและเวลา ดีกว่า สรุปที่นี้สถานที่ดี คนทำงานตั้งใจทำงานเพียงแต่สื่อสารกับคนมารับบริการน้อยไปหน่อย คล้ายกับบ้านดุงตรงที่เน้นงานบริการ  คราวนี้มาดู 2 ประเด็น คือ ประเด็น QD2QP  และ ประเด็น M-Spa

ประเด็น QD2QP

                1.JSJD ภญ.ติ๊ก จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ช่วยประสานงาน วิเคราะห์ เพียงแต่แผนพัฒนายังไม่เข้าใจมากก็รอจากพี่จีน (คุณนิลวรรณ) ซึ่งจะกำกับงานบริการให้พนักงานนวดที่มี 2 คนรวมทั้งเจ้าตัวจัดบริการนวด จัดว่างานที่นี้ชุกมากนะ แนะนำว่าหัวหน้างานเองอาจจะต้องมาทำ WORK LOAD แล้ววิเคราะห์งานเพื่อสื่อสารกับผู้บริหารและผู้รับบริการด้วย

                2.การจัดการความเสี่ยง การพัฒนาคน ที่นี้มีการพูดคุยกันก่อนเลิกงาน เช่นนวดเท้ามีปัญหาอะไรหรือไม่  ตอนนี้มีคนไข้มาเกินกำลังหมอแล้วนะจะทำอย่างไร แต่ก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้ผู้เขียนแนะนำว่า น่าจะทำป้ายสถิติการให้บริการในวันนี้เทียบกับความสามารถที่จะทำได้ในแต่ละวัน เช่น นวดได้วันละ 6 คน วันนี้นวดไปแล้วกี่คน แล้วเอามาสรุปภาพรวมแยกรายคนให้พนักงานด้วยกันดู  บริการก็ดีมาก ๆ อยู่แล้ว คิดว่าน่าจะขาดการสื่อสารที่ดีเท่านั้นเอง   รวมทั้งอาจจะต้องจัด CASE CONFERENCE เป็นการฝึกการสื่อสารของคนทำงานด้วยนั่นเอง

                3.การจัดการบริการ เนื่องจากเพิ่งได้ห้องมาใหม่ การทำป้ายติดอะไรจะทำให้เสียทัศนียภาพ ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดี  สิ่งที่น่าจะสื่อสารกับคนมารับบริการคือเราบริการอะไร อย่างไร อาจจะอยู่ในคู่มือการให้บริการ ที่นี้ส่วนที่ยังต้องปรับปรุงคือรูปแบบบริการที่ครบถ้วน โดยเฉพาะการให้คำแนะนำหลังบริการ บางคนเคยให้แผ่นพับไปแล้วเลยไม่ให้อีก  ประมาณว่าคิดแทนคนไข้ว่ารู้แล้ว ก็แนะนำว่าแจกไปเถอะ

                4.ด้านแนวทางเวชปฏิบัติ มาตรฐานการให้บริการ ได้จัดทำแต่คนทำงานมองว่ายังไม่สมบูรณ์ ก็แนะนำว่าค่อย ๆ สะสม SOP ไปเรื่อย ๆ ส่วน CPG ถ้าให้ผู้รับบริการรู้ด้วยจะดีมาก ซึ่งตอนนี้ยังเป็นจุดอ่อนอยู่

                5.รายการแผ่นพับ  6 เรื่อง ได้แก่ น้ำสมุนไพรกับการแพทย์แผนไทย  การดูแลสุขภาพสตรีหลังคลอด   คำแนะนำหลังการนวด 2 กล่มอาการ  การยบริหารแบบไทยท่าฤาษีดัดตน  โครงการนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ รพ.บ้านผือ

ประเด็น M-Spa

ที่นี้มีการประสานงานกับงานบริการนวดเท้าในคลินิกเบาหวาน และมีการสรุปวิเคราะห์งานไว้ในระดับหนึ่ง ในตัวเลขเชิงร้อยละ ถ้าเป็นไปได้อาจต้องนำสถิติมาวิเคราะห์คุณภาพอีกครั้งหนึ่ง