เป็นภาระที่น่ารับมาทำมาก

เรื่องเล่าจากคนทำงานแพทย์แผนไทย บริการแพทย์แผนไทย-โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง

                27 เมษายน 2552 สำหรับโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชบ้านดุง  คนทำงานเล่าให้ฟังว่าจะมีดารามาเยี่ยมทุก 2 ปี ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์โรงพยาบาล เนื่องจากเป็นโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก และมีโอกาสการประชาสัมพันธ์มากกว่าโรงพยาบาลชุมชนทั่วไป ทั้งนี้ในส่วนของงานบริการการแพทย์แผนไทยของที่นี้นั้นมี ภรรยาท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยดูแลและให้คำแนะนำ ปรับปรุง ตกแต่งห้องทำงาน สถานที่ให้บริการออกแนวพื้นเมือง สวย บรรยากาศดี ส่วนคนทำงานนั้นมีแพทย์แผนไทย คือคุณนภาพร (แดงเล็ก)  พร้อมกับพนักงานนวด ซึ่งมีคนนึงน่าสนใจตรงที่เป็นผู้พิการทางหู และพูดไม่ได้ ต้องใช้ภาษามือกัน ดูเหมือนจะเป็นภาระ แต่เป็นภาระที่น่ารับมาทำมาก เพราะเป็นการช่วยให้คนที่ด้อยกว่าคนปกติ คือไม่ครบ 32 ซึ่งอาจจะมีความสามารถเท่าคนปกติ ตรงนี้หมายถึงเขามีความสามารถมากกว่าเชียว  ที่นี้มีบริการนวด นวด และ นวด กำลังมีแผนจะขยับขยายสถานที่ต่อไป  และงานบริการของที่นี้มีการกำกับดูแลโดยเภสัชกรประเสริฐ ฤทธิศรธนู ซึ่งจะคอยให้คำแนะนำ เน้นหนักงานบริการเป็นหลัก จนแทบไม่มีเวลาในการทำงานด้านการพัฒนาด้านอื่น ๆ แต่ตามความเห็นผู้เขียนนั้นเห็นว่าเฉพาะงานบริการที่คนทำงานทำอย่างเต็มที่ที่สุดนี้ก็เต็มเวลาแล้ว จัดบริการจันทร์ถึงเสาร์ หยุดเฉพาะวันอาทิตย์ จัดได้ว่ายอดเยี่ยมในการบริหารจัดการ คราวนี้มาดู 2 ประเด็น คือ ประเด็น QD2QP  และ ประเด็น M-Spa

ประเด็น QD2QP

                1.JSJD อย่างที่เล่านะคือที่นี้ในการทำงานมีหัวหน้างานที่กำกับและให้คำปรึกษา แก่คนทำงานคือแพทย์แผนไทย  เน้นหนักที่งานบริการ  และมีการ Morning Talk ทุกสัปดาห์ และตัวแพทย์แผนไทยเองจะคอยเก็บตกเรื่องราวเพื่อนำไปวิเคราะห์งาน ไม่ว่าจะเป็นแผนการฝึกอบรม การจัดการภายในส่วนบริการ

                2.การจัดการความเสี่ยง การพัฒนาคน นั้นทุกสิ้นเดือนมีการอบรมพนักงาน จนมีขั้นตอนปฏิบัติหนึ่งในการบริการประคบที่พนักงานทุกคนต้องถามผู้รับบริการว่า เคยแพ้ลูกประคบมั้ย เพราะเคยเจอผู้ที่แพ้ลูกประคบมารับบริการ  ในประเด็นการพัฒนาคนทำงานเอง จะมีบันทึกการฝึกอบรมว่าใครไปฝึกอบรมอะไรมาบ้าง รวมทั้งมีการพูดคุยเกี่ยวกับการนวดกับการรักษาโรคทุกเดือน แต่ยังไม่ได้มีบันทึกไว้

                3.การจัดการบริการ อย่างที่เล่าไว้ตอนต้นที่นี้มีพนักงานที่เป็นผู้พิการทางหู และพูดไม่ได้ ต้องใช้ภาษามือกัน ดูเหมือนจะเป็นภาระ แต่เป็นภาระที่น่ารับมาทำมาก ถึงแม้ว่าจะต้องดูแลกำกับอย่างใกล้ชิด ถ้าเราใช้ภาษามือเป็นการสื่อสารระหว่างคนทำงานด้วยกันเองนั้นอาจจะทำให้ผู้รับบริการสงสัย และอาจไม่พึงพอใจ แต่ถ้าเราใช้ภาษาเขียน โดยหาคำฮิตที่ใช้บ่อย ๆ มาพิมพ์ซะก็น่าจะทำให้ทั้งสนุกสนาน ผู้รับบริการก็จะรู้เรื่องกับเราด้วย  คนที่นี้ชอบอ่าน ชอบดู มีป้ายที่ไหนอ่านที่นั่น ก็ทำให้การสื่อสารการทำความเข้าใจได้ดี   ก็มีบ้างที่ผู้รับบริการปวดอย่างหนึ่งแต่อยากนวดมากกว่าที่เป็น ก็จะมีการพูดคุยทำความเข้าใจ ตรงนี้นับว่าเป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งเพราะลดความไม่พอใจได้มากผ่านยายพยงค์ซึ่งเป็นพนักงานนวดคนนึง “หนูโชคดีที่มีทีมงานยิ้มแย้มแจ่มใส”  นี้เป็นเสียงสะท้อนจากคนทำงาน

                4.ด้านแนวทางเวชปฏิบัติ มาตรฐานการให้บริการ มีการใช้ประโยชน์ในส่วนนี้โดยประสานงานกับแพทย์ เวียนให้ทราบกัน

ประเด็น M-Spa

ก็อย่างที่เล่าครับบริการเต็มที่ และมีการประสานงานกับงานบริการนวดเท้าในคลินิกเบาหวานซึ่งทำมาตั้งแต่พฤศจิกายน 2551 ซึ่งจัดได้ว่าดีระดับหนึ่ง แต่งานอื่น ๆ ยังไม่ได้ขยายออกไป