เมื่อทุกข์ก็ยอมรับว่าทุกข์ เพื่อที่จะก้าวไปยังจุดที่จะคลายความทุกข์นั้นได้…
หากเราทุกข์แล้วยังปฏิเสธว่าไม่ทุกข์ ทุกข์นั้นก็ยังเกาะเกี่ยว ผูกพันธุ์กับจิตใจเราไปนานเท่าใด
ตราบใดที่ใจเรายอมรับว่า “เราทุกข์” ตราบนั้นจุดเริ่มต้นที่จักคลายทุกข์ก็จักเริ่มขึ้น
การยอมรับความทุกข์ เป็นการเปิดศักราชในการมองเห็น “เหตุที่เกิดทุกข์”
เมื่อดวงตาเบิกกว้างเห็นเหตุแห่งทุกข์แล้ว จิตใจยอมเข้าสู่กระบวนการแก้ไขโดยฉับพลัน
ถึงแม้ว่าในกระบวนการ “รักษาทุกข์” นั้น จะต้องทุกข์อย่างสุด ๆ เหมือนกับการดึงหัวลูกศรที่ส่วนโคนใหญ่กว่าส่วนปลาย
การดึงทุกข์ออกจากจิตนี้ก็เช่นเดียวกัน
คราวที่ทุกข์กำลังถูกดึงหรือถอนออก บาดแผลต้องเปิดกว้างเพื่อให้ความทุกข์ถอดถอนออกมาจากชีวิต
จุดเริ่มต้นและใจที่พร้อมยอมรับต่อความเจ็บปวดนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง
หากยอมรับความทุกข์เมื่อใด เมื่อนั้นเราย่อมเดินเข้าสู่กระบวนการ “การรักษาทุกข์...”
นมัสการพระคุณเจ้า
สวัสดีค่ะ...
วันนี้เจอความทุกข์ของแม่เด็กมะเร็งรายหนึ่ง
หมอบอกว่าโรคกลับมาเป็นซ้ำ...และตอนนี้โรคลุกลามไปที่สมอง
ต้องเริ่มรักษาใหม่...ถ้ายังไม่ตอบสนองจะหยุดให้เคมี
และจะรักษาแบบประคับประคอง...น้ำตาไหล...
รอ้งไห้กับความโชคร้ายของตัวเอง...กลัวลูกจะตาย...
สาธุ
ตอนแผลเปิดกว้างหน่อย เมื่อเห็นทุกข์ และยอมรับ นี่ ลำบากหน่อยจริงๆ
แต่หลังจากนั้น ทุกข์จะสอนเรา
เราจะถึงความสงบแห่งจิตเอง ตรงนี้ ไม่อาจทดแทนด้วยอะไรเลย
ต้องอดทน ยอมรับ กล้าหาญ มีความเพียร