พ่อ.....ทางขวามือ คืออะไรคะ  ใช่ศาลหลักเมืองไหมคะ  ทำไมสวยงาม  เปลี่ยนไปตั้งเยอะ  เมื่อสมัยแม่ยังเด็ก.....หน้าตารูปร่าง  ไม่ได้เป็นอย่างนี้สักหน่อย 

ครูอ้อย  ถามพ่อบ้าน  ในคราวที่พากันไปเที่ยวในวันหนึ่งที่ผ่านมา  มีการตกแต่งไฟสวยงาม  ปานสวรรค์  ครูอ้อยกดภาพได้ชัดเจนเท่านี้  เพราะเป็นเวลากลางดึกแล้ว  แต่รถยนต์ยังวิ่งกันหนาแน่นทีเดียว

*****

เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก  ครูอ้อยได้ไปที่ศาลหลักเมืองกับคุณแม่เสมอ  และยังจำได้ว่า  กลิ่นธูปแสบจมูกและแสบตามาก  จนครูอ้อยต้องรอคุณแม่อยู่ข้างนอก  ผู้คนขวักไขว่  มีเสียงเพลง  ร้องตลอดเวลา  คุณแม่บอกว่า.....นั่นคือ  การรำแก้บน

คุณแม่บอกกับครูอ้อยว่า.....มากราบไหว้  เพื่อเสริมหลักชัยให้กับชีวิต นะลูกและครูอ้อยก็มีโอกาสอีกคราวหนึ่ง  เมื่อเรียนชั้น มศ.5 ได้มากับเพื่อนๆๆ  จนมาถึงวันนี้  ที่พ่อบ้านพามานี่ล่ะค่ะ  ครูอ้อยไหว้....และอธิษฐาน  ในสิ่งที่ดีงาม  ให้แก่สรรพสิ่งที่ปกปักรักษา  สรรพสิ่งแห่งโรคภัยและเคราะห์

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ  ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  รัชกาลที่ 1 ก่อนที่จะสร้างเมือง  วันที่  21 เมษายน พ.ศ.2325 ต้องทำพิธีการยกเสาหลักเมืองในที่อันเป็นชัยภูมิสำคัญ  กำหนดความสูงของเสาหลักเมืองอยู่พ้นดิน 10 นิ้ว ฝังลงในดินลึก 79 นิ้ว มีเม็ดยอดสวมลงบนเสาหลัก  ลงรักปิดทอง เป็นช่องสำหรับบรรจุชะตาเมือง

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองที่จะสร้างขึ้น  เป็นมิ่งขวัญแก่พสกนิกรสำหรับยึดถือทางจิตใจ  ให้อยู่เย็นเป็นสุขรุ่งเรืองสถาพรตลอดไป

*****

Met21

*****

ครูอ้อยจำได้ว่า  คุณแม่  ให้เสี่ยงเซียมซี  และคุณแม่ก็ยิ้ม  เมื่อได้ใบกระดาษสี่เหลี่ยมสีชมพู  ครูอ้อยรู้แล้ว  ว่ามันคืออะไรในตอนนี้ 

ครูอ้อยเห็นคุณแม่  นำผ้าสี สวยงามมาก  ซึ่งเป็นความเชื่อถือว่า.....ไม้ที่นำมาทำเป็นศาลหลักเมืองนั้น มีรุกขเทวดาอยู่ด้วย

นอกจาก.....พระหลักเมืองแล้ว  บริเวณศาลหลักเมืองยังมี  เทพารักษ์ พิทักษ์ให้ความร่มเย็นแก่บ้านเมือง 5 องค์ คือ  พระเสื้อเมือง  พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี  เจ้าพ่อเจตคุปต์  เจ้าพ่อหอกลอง  

ทำบุญกับพระประจำวันเกิดเป็นสิริมงคลแก่ตัวเอง  และยกองค์พระเสี่ยงทาย  ก่อนยกองค์พระ ต้องตั้งนโม 3 จบ และอธิษฐาน  จึงยกได้  .....

*****

ข้อมูลเพิ่มเติมที่.....  http://travel.sanook.com/bangkok/bangkok_08134.php