
ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย เป็นรอง ผอ. สกว. และ ผอ. ฝ่ายวิจัยชุมชนและสังคม เดิมทำงานอยู่ที่ สกศ. ในฐานะนักวิชาการศึกษา แล้ว ศ. ดร. สิปปนนท์ เกตุทัต แนะนำให้ผมชักชวนมาทำงานที่ สกว. เพื่อริเริ่มงานสนับสนุนการวิจัยด้านชุมชน ที่เรียกว่า ฝ่าย ๔ เมื่อ ๑๓ ปีมาแล้ว ดร. สีลาภรณ์ จัดเป็นคนหัวไวอย่างหาตัวจับได้ยาก อย่างผมนี่ชิดซ้ายไปเลย
เวลานี้ ดร. สีลาภรณ์ เป็นกำลังสำคัญของ สกว. (และของประเทศ) ในการขับเคลื่อนการวิจัย ABC (Area-Based Collaborative Research) และการวิจัยเพื่อนำระบบการศึกษาออกจากวิกฤต งานหนึ่งคือ LLEN (Local Learning Enrichment Network) ที่เน้นชักชวนมหาวิทยาลัยในพื้นที่ออกหา success stories ของครูในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แล้วดำเนินการให้เกิดการ ลปรร. และยกระดับ success ขึ้นไป
ผมพยายามค้นประวัติของท่านเพื่อเอามา link ไว้ ค้นไปค้นมาไปพบประวัติของคุณพ่อของท่าน คือ ศ. ดร. อรรถ นาครทรรพ ที่เป็นคนเก่งและคนดีคนหนึ่งของบ้านเมือง จึงเอามา link แถมไว้ และเนื่องจากประวัติของท่านค้นยาก ผมจึงนำมาลงไว้ที่นี่
และอ่าน CV ของ ดร. สีลาภรณ์ ได้ที่นี่
นึกว่าจะไม่เขียนถึงซะแล้ว...
กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว...
หนุ่มน้อยคนหนึ่ง กำลังสับสนเรื่องวิทยานิพนธ์ โดยเฉพาะความเข้าใจเรื่องตัวชี้วัด หนุ่มน้อยได้ค้นคว้าหนังสือเรื่องนี้หลายเล่้ม และประทับใจกับหนังสือของ "ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย" ที่สุด
ด้วยความดีใจผสานกับความร้อนรน จึงบุ่มบ่ามเข้าไปขอพบ "ดร. สีลาภรณ์ บัวสาย" โดยไม่ได้คำนึงพิธีรีตองและระบบระเบียบอีกมากมาย
โชคดีที่ท่านเป็น "ผู้ใหญ่ใจดี" คนหนึ่ง ที่กรุณาต่อหนุ่มน้อยคนนั้น เขายังจำได้ดีถึงบรรยากาศในวันนั้น แม้ว่า "ผู้ใหญ่ใจดี" จะมีท่าทีแบบนักวิชาการ และไม่ได้แสดงความนุ่มนวลละเอียดอ่อนในการต้อนรับ แต่หนุ่มน้อยรู้ดีว่า "ผู้ใหญ่ใจดี" ได้พยายามอธิบายรายละเอียดและความรู้อย่างเต็มที่ กระทำทุกวิถีทางเพื่อให้ "หนุ่มน้อย" ได้รับข้อมูลอย่างละเอียดลึกซึ้ง จนคลาย "วิจิกิจฉา" ทั้งหมดได้
นั่นคือ การต้อนรับอย่างอบอุ่นที่สุด ในอีกรูปแบบหนึ่ง
ขอบคุณ คุณหมอวิจารณ์ ที่ช่วยแนะนำท่านในบทความนี้
ผมจึงสามารถแสดง "กตัญญูกตเวทิตา" ต่อท่านอาจารย์ได้
ผมยังจำวันนั้นได้ดีครับ แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว
แม้ผมจะแทบไม่ได้ใช้ "ความรู้" ที่เรียนถาม "ผู้ใหญ่ใจดี" ในวันนั้นเลย
แม้กระทั่งวิทยานิพนธ์ ก็แทบไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรอีกเลยกับชีวิตผม
แต่ความทรงจำและประทับใจยังตราตรึงอยู่จนบัดนี้
ปล. ผมเห็นด้วยกับคณหมอวิจารณ์ว่า ดร. สีลาภรณ์ "หัวไวอย่างหาตัวจับยาก" ผมนับถือเป็นอย่างยิ่ง แต่ความเก่งกาจนั้นจะไม่ได้อยู่ในความทรงจำของผมเลย หากไม่ได้รับความเอื้ออาทรเช่นในวันนั้น
แน่นอนว่า "ผม" เป็นคนเล็กๆ ที่อาจไม่ได้มีราคาค่างวด แต่การที่ ดร. สีลาภรณ์ ให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่นั้น ได้สะท้อนว่า ท่านเป็นทั้งคนเก่งและคนดีขนานแท้
ผมไม่ได้ต้องการ "ชื่นชมจนเลิศลอย" เพราะตระหนักดีว่า ทุกคนก็ล้วนแต่ขาดตกบกพร่องไม่ว่าเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่อยากชี้ให้เห็นคือ "คุณความดีเล็กๆ" ที่คนทั่วไปอาจมองข้าม และ "น้ำใจ" หยดหนึ่ง ที่เมื่อหลั่งรินแล้ว ย่อมส่งต่อไปไม่สิ้นสุด
วันนี้เรียนได้ฟังบรรยากับดร.สีลาภรณ์ค่ะ
เฉียบ คม จนเลือดซิบๆเลยค่ะ