ความเหลื่อมล้ำบางครั้งก็ทำให้เสียขวัญ และเสียกำลังใจ แต่บางครั้ง ก็ทำให้เราไม่ยอมแพ้ และก้าวข้ามมันไป ไปสู่จุดที่มั่นคงในความเป็นตัวตนของเราจนได้
โบราณเข้าใจเปรียบเทียบ ความเหลื่อมล้ำ
ใช่แล้วฟังดูแล้วรู้สึก หมิ่นเหม่ ซ้อนเกยกัน แต่เกือบจะไปด้วยกันไม่ได้ หรือเข้ากันไม่สนิทอย่างนั้น คนที่ยืนอยู่จุดเหลื่อม หรือจุดล้ำกว่าใคร บางครั้งก็ดูดี แต่บางครั้งก็ดูไม่ค่อยจะมั่นคงนะคะ ความเหลื่อมล้ำ ที่กำลังกล่าวขวัญกันในบล็อก Gotoknow แห่งนี้ ผู้เขียนเข้าไปอ่านของหลายๆท่านมาแล้ว ได้ใจความและเข้าใจลึกซึ้งขึ้น
สมัยเรียนมัธยมปลาย ผู้เขียนต้องเข้ามาเรียนในเมือง ในตัวจังหวัด ซึ่งไม่ค่อยคุ้นเคยสภาพเช่นนี้ ต้องมาอยู่หอพักลำพัง ที่สุดเหงา มาเข้าโรงเรียนหญิงประจำจังหวัด จากการชักชวนของญาติ แต่เขาสอบเข้าไม่ได้ ส่วนผู้เขียนสอบติด เป็นความว้าเหว่สุดๆ ไม่รู้ว่าจะดีใจ หรือเสียใจดี แต่ลึกๆก็ภาคภูมิใจ
อาศัยเป็นคนใจสู้ ผู้เขียนก็อดทนเข้าสู่สังคมแห่งใหม่ ซึ่งต่อมาได้ที่สร้างความรู้สึกเหลื่อมล้ำให้ผู้เขียนได้เข้าใจความหมาย และทำให้จดจำได้จนทุกวันนี้
เมื่อแรกเข้านั้น ผู้เขียนเลือกเรียนเรียนศิลป์คำนวน สมัยนั้นมีให้เลือก ศิลป์ภาษา ,ศิลป์คำนวนและวิทย์คณิต คนรุ่นใหม่คงไม่เข้าใจ ไม่ทราบว่าปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง
เคยเล่าความในใจไว้นานแล้ว ว่าอยากเป็นหมอ ในความหมายของผู้เขียนนั้น คิดแต่ว่า จะเป็นหมอรักษาคน ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นแพทย์ หรืออะไรทั้งสิ้น เพราะในชีวิตผู้เขียนเอง โอกาสในการรักษา ก็แค่หมออนมัยเท่านั้น การมาเรียนมัธยมปลายคราวนี้ ทำให้รู้ว่า คนเรียนวิทย์คณิต มีโอกาสเรียนพื้นฐานที่ดี ที่จะต่อสายอาชีพทางหมอได้
หลังจากทราบผลสอบเข้าเรียนได้ ก็เห็นป้ายติดประกาศว่า ใครมีคะแนนสอบจามมัธยมต้น 75% ขึ้นไป ให้สามารถเปลี่ยนมาเรียนวิทย์คณิตได้
ผู้เขียนดีใจ ที่ตัวเองทำคะแนนเมื่อครั้งสอบไล่ครั้งสุดท้ายไว้สูงพอสมควร จึงตัดสินใจที่จะไปขอเปลี่ยนแผนกตามที่ติดประกาศ
และแล้ววันนั้น อาจารย์ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบครั้งนั้น ได้เป็นผู้สร้างรอยเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้น ในชิวิตของผู้เขียนอย่างเด่นชัด เป็นครั้งแรก
บอกแล้วว่าเป็นเด็กมาจากชนบท ผู้เขียนมีความลำบากในการไปโรงเรียนตลอดมา เพราะโรงเรียนอยู่ไกลมาก บางครั้งต้องเดิน บางครั้งก็ได้นั่งรถไป สิ่งหนึ่งที่ติดตัวผู้เขียนมาด้วย ในวันที่เข้ามาเรียนที่นี่ก็คือ เสื้อผ้าที่ติดฝุ่นแดง ถึงจะซักรีดเรียบร้อย แต่ฝุ่นนั้นจะติดเนื้อผ้าแน่น สีขาวจึงออกขาวๆปนแดงๆ
เมื่อถึงคิวของผู้เขียนก็ได้ยื่นหลักฐานการเรียนให้อาจารย์ดู แต่เมื่ออาจารย์เห็นผลการเรียนก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่สายตาอาจารย์นั้นมองผู้เขียนนาน แล้วก็ถามว่า เธอมาจากที่ไหน ทั้งที่อกเสื้อมีอักษรย่อ บอกไว้แต่ท่านคงไม่เคยได้รู้จัก เมื่อผู้เขียนบอกไปด้วยความภาคภูมิใจ ที่โรงเรียนของผู้เขียนนี้ ท่านเจ้าคุณมนูญวัดเขาบางทราย เป็นผู้สร้างให้ แต่อาจารย์ก็ทำหน้าว่าไม่รู้จัก แล้วยังพูดต่ออีกว่า ฉันไม่เคยได้ยิน แล้วทำไมเสื้อเธอถึงสีออกแดงๆอย่างนี้ โรงเรียนนอกเมืองใช่ไหม ฉันคิดว่าเธอคงจะเรียนสู้คนที่มาจากโรงเรียนดีๆไม่ได้แน่ อย่าเปลี่ยนเลย เดี๋ยวจะไปไม่รอด
เขาได้ตัดสินให้ผู้เขียนแล้ว และก็ไม่ได้ให้ความสนใจอีกต่อไป
ผู้เขียนจึงตั้งใจเรียนศิลป์คณิต จนสำเร็จการศึกษาในเวลาต่อมา และหลักสูตรวิชาชีพผดุงครรภ์อนามัย ก็รับผู้เรียนศิลป์คณิตด้วย ความฝันของผู้เขียน จึงได้เป็นหมออนามัยมาจนทุกวันนี้ แม้จะไม่ได้จบมหาวิทยาลัยที่ใหญ่โตใดๆมา แต่ผู้เขียนก็สนใจศึกษาหาความรู้จากสิ่งรอบตัวได้เสมอ อาจจากคนที่ด้อยกว่าด้วยซ้ำ หรือจากคน สิ่งของ ที่คนอื่นไม่เห็นคุณค่าแล้ว ผู้เขียนก็จะค้นหาคุณค่าของเขา ของมันให้ได้
ความเหลื่อมล้ำบางครั้งก็ทำให้เสียขวัญ และเสียกำลังใจ แต่บางครั้ง ก็ทำให้เราไม่ยอมแพ้ และก้าวข้ามมันไป ไปสู่จุดที่มั่นคงในความเป็นตัวตนของเราจนได้
ในเมื่อไม่ชอบความเหลื่อมล้ำ ก็ขออย่าได้เป็นผู้สร้างความเหลื่อมให้แก่ใครเลย
อ่านเรื่องราวของคุณพี่แล้วก็อึ้งครับ
นึกถึงคำพูดของคุณซูซาน บอย
นักร้องโนเนมที่ดังก้องโลกในชั่วข้ามคืน จากความกล้าหาญของเธอ
เธอกล่าวสั้นๆ ต่อคนที่เคยดูถูกเธอไว้ว่า
"กรุณาอย่าตัดสินคุณค่าของหนังสือ จากเพียงแค่ปก"
โยคีน้อย
ช่วยกันลดช่องว่างนี้ให้กับเด็กไทย
ลองติดต่ออาจารย์กมลรัฐ เผื่อจะเป็นเครือข่าย จัดโครงการเรียนภาษาอังกฤษหรือการแพทย์ทางไกลระหว่างกัน
ถ้าจิตใจเราเติมเต็มแล้ว ก็ไม่มีความเหลื่อมล้ำในใจเราแล้ว
เจริญสุขจ๊ะ
สวัสดีค่ะ
- ความเหลื่อมล้ำทางสังคมนั้นมีมากโข ขออย่าให้เราเป็นคนหนึ่งที่ยัดเหยียดความรู้สึกแก่ใครอีกเลยค่ะ
- ระลึกถึงค่ะ
มาแลกเปลี่ยนค่ะ
ไม่ได้กลับไปใช้ความรู้ชุดนั้นให้คุ้มค่า กับที่ได้ร่ำเรียนมากว่าสิบปี
ขอบคุณค่ะ
ในโลกนี้มีอะไรมากมายที่เราไม่รู้
และที่แน่แท้ที่สุด..คือใจคน
และที่ร้ายที่สุดคือตัดสินใจแทนตนอื่นดดยไม่มีเหตุผล
จำไว้เป็นบทเรียน สิ่งที่เราถูกกระทำ... อย่ากระทำสิ่งนั้นกับคนอื่น
ในโลกนี้ไม่มีความยุติธรรม(เสมอภาค)
มีโอกาส ได้โอกาส /ด้อยโอกาส เสียโอกาส
ไม่อยากให้มีเลยคำเหล่านี้ สงสารเด็กในชนบท
ขอบคุณมาก
สวัสดีค่ะคุณซวง ณ ชุมแสง
แรงบันดาลใจของคนมีพลังมาก
นับจากวันนั้นมา
ดิฉันก็กลายเป็นคนที่เข้มแข็ง
อะไรที่ใครทำไม่ได้
ก็จะพยายามทำจนสำเร็จ
ไม่เป็นไปตามคำทำนายของใครทั้งนั้น
และ"กรุณาอย่าตัดสินคุณค่าของหนังสือ จากเพียงแค่ปก"
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ได้รับmail เรียบร้อยแล้ว
ขอบพระคุณค่ะ
ในชีวิตคนเรามีความเหลื่อมล้ำอยู่เสมอ
เพียงใจเราเข้มแข็ง
ก็จะไม่ส่งผลใดๆแก่ตัวเรา
และกำลังใจจากคนรอบข้างก็สำคัญมาก
การไปอินเดียของโยคีน้อย
ก็พบความเหลื่อมล้ำมากมาย
แต่ก็มีกัลยาณมิตรมาช่วยลบช่องว่าง
จนได้อยู่อย่างเป็นสุข
จนถึงวันเดินทางกลับ
และรอว่าสักวัน
ธรรมะคงจัดสรรให้มีโอกาสไปอีก
สวัสดีค่ะคุณเพชรน้อย
คนที่รู้ตัวดี
จะไม่มีวันนำความทุกข์ใจไปยัดเยียดให้ใคร
แต่สำหรับบางคน
เขาก็ทำไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
และรอยเหลื่อมล้ำนั้น
ก็จะไม่ประสานกลมกลืนกันอีกต่อไป
ขอบคุณที่เราจะไม่ทำในสิ่งเหล่านี้
ด้วยความคิดถึงเสมอค่ะ
สวัสดีค่ะคุณpis.ratana
เป็นธรรมดาของค่านิยม
และประสบการณ์ก็จะสอนเราเอง
และทำให้รู้ว่า เราสามารถเรียนรู้ได้
โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ในกฎเกณฑ์
กรอบ หรือค่านิยมเท่านั้น
วันนี้ได้ค้นพบตัวเองแล้ว
ดีใจด้วย
และขอให้มีความสุขกับสิ่งที่เป็นเรา
ตลอดไปค่ะ
สวัสดีค่ะพี่เกษตรยะลา
เหมือนที่พี่บอกทุกประการ
มีได้ก็มีเสีย
เป็นความสมดุลย์ธรรมชาติ
ได้เรียนรู้ทั้งความสุข ความทุกข์
ก็ถือว่าชีวิตครบถ้วนแล้ว
ขอบคุณค่ะ
เป็นความเหลื่อมล้ำที่ไม่มีโอกาสได้ก้าวข้ามเลยใช่ไหมคะ
ได้ข้อคิดอีกแง่มุมหนึ่งค่ะ ในเมื่อไม่ชอบความเหลื่อมล้ำ ก็ขออย่าได้เป็นผู้สร้างความเหลื่อมให้แก่ใครเลย
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณNU 11
เป็นการหมดโอกาสไปครั้งหนึ่งในชีวิต
และรู้สึกเห็นถึงความเหลื่อมล้ำ
ที่วัดกันด้วยสายตา แล้วตัดสินใจ
ค่ะต้องเริ่มลดความเหลื่อมล้ำ หรือจะก้าวข้ามได้
ต้องเริ่มจากความคิด ทิฏฐิภายในตัวเราเองก่อน
ตามกฎแห่งกรรมค่ะ
เมื่อไม่ทำ ก็จะไม่เกิด ส่ิ่งนั้นๆ
สวัสดีค่ะ
ความเหลื่อมล้ำทางสำคัญมากๆ อย่างหนึ่ง คือความเหลื่อมล้ำในจิตใจคนค่ะ
ขอบคุณตัวอย่างและแนวคิดการปฏิบัติดีๆ ที่เด็กๆ ควรเรียนรู้ไว้ค่ะ
ขอบคุณค่ะ
ในเมื่อไม่ชอบความเหลื่อมล้ำ ก็ขออย่าได้เป็นผู้สร้างความเหลื่อมให้แก่ใครเลย
ชอบประโยคนี้ครับ...
ขอบคุณครับผม...
สวัสดีค่ะ
ความลำบากในการไปโรงเรียนตลอดมา เพราะโรงเรียนอยู่ไกลมาก บางครั้งต้องเดิน บางครั้งก็ได้นั่งรถไป สิ่งหนึ่งที่ติดตัวผู้เขียนมาด้วย ในวันที่เข้ามาเรียนที่นี่ก็คือ เสื้อผ้าที่ติดฝุ่นแดง ถึงจะซักรีดเรียบร้อย แต่ฝุ่นนั้นจะติดเนื้อผ้าแน่น สีขาวจึงออกขาวๆปนแดงๆ
สวัสดีค่ะคุณสี่ซี่
จิตใจคนเราสำคัญมาก
และเป็นเรื่องแก้ไขยากมาก
แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วไม่ไปสร้างความรู้สึกเหลื่อมล้ำนั้นให้แก่ใคร
ก็ไม่เป็นไร
แต่ความจริงคือ
ความรู้สึกที่ว่านี้
มักจะอดรณทนไม่ได้ ที่จะให้อยู่ในใจ
เพราะตามที่บอกว่าความเหลื่อมล้ำนั้น
เหมือนคนอยู่ในจุดหมิ่นเหม่
จึงมีความเฝ้าระวังตัวตนน้อยค่ะ
เป็นตัวอย่างจากชีวิตจริง
และยินดีที่จะนำมาเปิดเผยเรียนรู้กันค่ะ
และหวังว่าจะมีอานิสงส์ช่วยลดข่องว่างในใจคนได้บ้าง
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณMr.Direct
เป็นประโยคที่ใช้เตือนตัวเอง
นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
เหมือนแทนใจเขา ใจเรา จำเอาไว้ให้ดี
เป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำไปได้บ้าง
แม้จะเพียงจุดเล็กๆจุดเดียว
แต่ตั้งใจค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ครูคิม
เด็กบ้านนอก
ดูด้อยค่าขึ้นมาทันที
เราอาจไม่ทัดเทียมในประสบการณ์บางอย่าง
ที่บ้านนอกเราไม่มี
แต่สิ่งหนึ่งที่เราน่าจะเท่าเทียมกัน
คือการเรียนรู้
เรียนทุกอย่างรอบตัว รวมทั้งการใช้เทคโนโลยี่ทุกวันนี้
ไม่ใช่เพื่อสร้างปมเด่น กลบปมด้อย
แต่แค่จะทำให้รู้สึกว่า
จิตใจของคนเราสามารถพัฒนาไปได้ไกล
จนไม่พบจุดจบเลยค่ะ
ขอบคุณ คุณพี่ครูคิม ที่ให้กำลังใจ
กำลังใจเป็นตัวเชื่อมให้รอยเหลื่อมล้ำนั้นหายไปได้ค่ะ
พี่รุ่งค่ะ ใครๆ ก็เขียนบันทึกเรื่อง digital divide ในมุมมองของแต่ละคน ได้อ่าน พยายามทำความเข้าใจ จนกระทั่งอ่านมาถึงบันทึกนี้...
อ่านแล้วเข้าใจการก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำด้วยตัวเราเองมากขึ้นค่ะ (กำลังร่างบันทึกเรื่องนี้เหมือนกัน กลัวจะเหลื่อมล้ำ ตามกระแส divide ไม่ทันนะค่ะ ^^) ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี
เช่นกันเลยค่ะ
ตัวเองก็ไม่กล้าเขียนเพราะกลัวจะเป็นการเข้าใจไม่ถูกต้อง
แต่เมื่อเอาคำไทยๆเรามาแปล
จึงได้ความหมาย
และคิดว่าเรื่องที่เล่านี้
น่าจะใช่เหมือนกัน
เขียนเถอะค่ะ
บางทีบันทึกเรา
ก็ถูกอัธยาศัยใครบางคน
จนเข้าใจลึกซึ้งได้
Gotoknowแห่งนี้ดีนะคะ
เข้าใจหาเรื่องราวมาให้เรียนรู้กันเอง
ไม่มี ผิด ถูกค่ะ
เพราะควาคิดของเราทุกคน
มีค่าและมีความหมายเสมอ
รออ่านนะคะ