สวัสดีครับ ผมขออนุญาต คุณครูสุธีรา เรื่องสุวรรณ จากโรงเรียนเขวาไร่ศึกษา อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ที่จะนำบันทึกนี้มาให้ท่านได้อ่าน มีหลายอย่างที่น่าศึกษา เชิญอ่านเลยครับ…..
สัปดาห์ที่สองของการเปิดเรียน คนที่มาไม่ทันเข้าแถวและกิจกรรมหน้าเสาธงเลยคือ
สุชาติ สุชาติจะมาถึงเมื่อชั่วโมงที่ 1 ผ่านไป หรือไม่ก็ขึ้นชั่วโมงที่สอง “ทำไมมาสายทุกวันล่ะสุชาติ” ฉันถามเขาในเช้าวันหนึ่ง ปีนี้ฉันทำหน้าที่ครูที่ปรึกษานักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง ม.6/4 “ผมไม่ทันรถบัสครับ” สุชาติตอบด้วยหน้าตาที่ไม่ทุกข์ร้อนกับการมาโรงเรียนสายของตน
. หมู่บ้านที่ครอบครัวสุชาติตั้งบ้านเรือนอยู่คือบ้านหนองบอน ระยะทางจากบ้านหนองบอนถึงโรงเรียนเขวาไร่ศึกษา ประมาณ 12 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอโกสุมพิสัย 5 กิโลเมตร แต่สุชาติก็เลือก มาเรียนที่โรงเรียนเขวาไร่ศึกษาตั้งแต่ชั้น ม.4 แทนการเลือกเรียนที่โรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ซึ่งอยู่ใกล้กว่า และประหยัดค่าเดินทางด้วย
“วันหลังมาเข้าแถวให้ทันนะ เธอมาสายหลายครั้งแล้ว รู้กฎของการมาสายใช่ไหม ถ้ามาสายติดต่อกัน 5 ครั้ง ต้องเชิญผู้ปกครอง” “ ครับคุณครู” สุชาติรับปากกับฉันซึ่งเป็นที่ปรึกษา
นอกจากจะมาโรงเรียนสายเป็นอาจิณ สุชาติมักจะหลับในห้องเรียนเป็นประจำ ทีแรก ฉันคิดว่าเขาจะหลับเฉพาะชั่วโมงสังคมศึกษาที่ฉันเป็นคนสอน เพราะบางครั้งฉันก็จำเป็นต้องบรรยาย โดยเฉพาะการนำนิทานมาเล่าให้เด็ก ๆ ฟัง ในชั่วโมงพระพุทธศาสนา เด็กจะชอบฟังนิทานที่ฉันเล่ามาก ยกเว้นสุชาติ เจ้าชายนิทรา ประจำห้องเรียน ที่ยินดีหลับฟังทุกครั้ง นอกจากจะเป็นเจ้าชายนิทราประจำห้อง สุชาติ ติด 0 เมื่อเทอมที่แล้ว (ม.5 ) หลายตัว และยังไม่ดำเนินการแก้ให้ทันในกำหนด
สุชาติ ไม่มาโรงเรียน 3 วัน. ติดต่อกัน ฉันตามไปที่บ้านหลังเลิกเรียนในวันที่สามของการขาดเรียน ไม่พบสุชาติ และผู้ปกครอง คนข้างบ้านบอกว่าไปเล่นกับเพื่อน ๆ ฉันได้ข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า สุชาติ แทบจะไม่ได้รับภาระหน้าที่อะไรเลยเกี่ยวกับการช่วยเหลืองานบ้าน .มีภาระเดียวคือ ตอนเช้าจะต้อนวัว 3-4 ตัว ไปให้พ่อที่ทุ่งนาใกล้ ๆ บ้าน และแต่งตัวมาโรงเรียน วันไหนตื่นสายแม่ก็จะทำหน้าที่นี้ แทน ด้วยกลัวลูกจะไม่ทันรถบัสเที่ยว เจ็ดโมงครึ่งซึ่งจะไปถึงโรงเรียน สองโมงพอดี แต่สุชาติจะไม่ยอมขึ้นรถเที่ยวเจ็ดโมงครึ่ง เขาจะรอรถคันสาย ๆ ซึ่งก็มาโรงเรียนไม่ทันทุกวัน
เพื่อนบ้านของสุชาติเล่าให้ฉันฟังว่า ตอนกลางคืนเด็กวัยรุ่นในหมู่บ้านจะขับมอเตอร์ไซด์ชวนกัน ออกเที่ยว หรือไม่ก็ชุมนุมกันที่ศาลาหน้าวัดในหมู่บ้าน ห้าหกทุ่ม ค่อยแยกย้ายกัน ถ้าวันไหนมีงานบุญที่หมู่บ้านอื่น ก็จะพากันไปเที่ยวงาน และกลับในเกือบเช้าวันใหม่ ซึ่งสุชาติก็เป็นหนึ่งในกลุ่มนั้น
สุชาติ มาเข้าแถวในเช้าวันต่อมา เพราะทราบว่าฉันไปที่บ้าน ฉันแซวสุชาติในแถวหน้าเสาธง
“ วันนี้ครู มีความสุขที่สุด ที่สุชาติมาทันโรงเรียน” และวันต่อมา สุชาติมาทันบ้างไม่ทันบ้าง เฉลี่ยแล้ว หนึ่งสัปดาห์ สุชาติมาทันแถว ครั้งเดียว ในที่สุดก็ถูกเชิญผู้ปกครอง เพราะฝ่ายวิชาการส่งข้อมูล การขาดเรียนและมาสายตามเกณฑ์การเชิญผู้ปกครอง
แม่ของสุชาติยอมรับกับฉันว่าลูกชายเป็นคนค่อนข้างขี้เกียจ และไม่ค่อยช่วยงาน ไม่รู้จะแก้ไขยังไง เพราะดุ ด่าก็แล้ว เขาจะไม่ทุกข์ร้อน หนังสือก็ไม่อ่าน ไม่เคยเห็นลูกทำการบ้าน .ฉันบอกกับแม่ของสุชาติว่า ควรจะมอบหมายหน้าที่ให้เขารับผิดชอบบ้าง อย่างน้อยก็ให้ล้างถ้วยชาม หุงข้าว(นึ่งข้าว) และ กำชับการเที่ยวกลางคืน ฉันรู้สึกว่า แม่ของสุชาติ ไม่เข้มงวดกับสุชาติ ในเรื่องการเที่ยวกลางคืน ในเวลาต่อมาแม่ของสุชาติต้องรายงานรายงานพฤติกรรมของสุชาติ ให้ฉันทราบทุกระยะ ในการร่วมกันแก้ไขพฤติกรรม
หลังจากนั้น แม่ของสุชาติก็ จะรายงาน พฤติกรรมของลูกชายให้ฉันทราบเป็นประจำ ถ้าวันไหน
ฉันชมว่าสุชาติเป็นคน มีวิสัยทัศน์ ทำงานส่งครูได้ดี ( ที่จริงงานของเขาอยู่ในเกณฑ์ประมาณ พอใช้ และบางครั้ง ก็ไม่เอาไหน ) พอไปถึงบ้านเขาก็จะนำไปอวดแม่ ว่าวันนี้ได้รับคำชมจากครู...
วันหนึ่งแม่สุชาติ รายงานฉันว่า ลูกชายไม่สบาย ขอลาหยุด 1 วัน วันต่อมา ฉันถามสุชาติว่า“เป็นอะไร แม่บอกว่าไม่สบาย” สุชาติบอกฉันว่า “ผมสบายดีครับ แต่ดูฟุตบอลดึกเลยขี้เกียจตื่น” สุชาติตอบฉันตรง ๆ หน้าตาเฉย ฉันนึกในใจว่า สุชาติถูกพ่อแม่รังแก เหมือนคำสุภาษิตว่าไว้หรือเปล่าหนอ ..แต่ฉันก็เข้าใจ แม่สุชาติกลัวว่าลูกจะถูกเชิญให้ผู้ปกครองไปพบ เลยต้องโทรมาบอกครูว่าลูกไม่สบาย
ก่อนถึงวันแม่ หนึ่งวัน ฉันให้นักเรียนชมวีดีทัศน์ เกี่ยวกับการคลอด เด็ก ๆ ดูแล้วร้องไห้เกือบทั้งห้อง กับคำบรรยายเกี่ยวกับแม่และเพลงกว่าจะคลอด ลงท้ายด้วยการพาเด็ก ๆ ร้องเพลงค่าน้ำนม จบเพลงในวันนั้น ฉันพูดกับเด็ก ๆ ว่า “นักเรียนเห็นแล้วใช่ไหมว่ากว่าแม่จะคลอดและเลี้ยงพวกเราโตขนาดนี้ท่านต้องลำบากแค่ไหน ครูอยากให้ทุกคนกลับไปถึงบ้านแล้วกราบแม่ใครที่แม่ไม่ได้อยู่ด้วยก็ ให้ระลึกถึง และให้ตั้งใจเรียน เพื่อเราจะได้ตอบแทนบุญคุณท่าน” ฉันอดไม่ได้ที่จะมองไปที่สุชาติ...เขาก้มหน้านิ่ง
“คุณครูคะ พวกหนูยังไม่ได้กินข้าวเลย ค่ะ...หิวจะตายอยู่แล้วค่ะ ข้าว ที่โรงอาหารก็หมดค่ะ จะออกข้างนอกก็ไม่กล้าขอฝ่ายปกครอง.”.. นักเรียนฟ้องฉันพร้อมกับทำหน้าตา เหย เก ขณะที่ฉันเดินเข้าห้อง 6/4 เพื่อทำการสอน “แล้วพวกเราทำอะไรอยู่ล่ะถึงไม่ได้ทานข้าว” “คุณครู....ปล่อยช้าค่ะ ข้าวเลยหมด”
ฉันบอกหัวหน้าห้องไปสหกรณ์ เอานมและขนมปัง มาให้ครบจำนวนนักเรียน “ครูให้เวลากิน 10 นาที หัวหน้าห้องจะเป็นคนไป เอาขนม - นม มาให้พวกเรา ลงบัญชีเครดิตของครู” ”คุณครูคะ ขนมชิ้นละ 5 – 10 บาท นมกล่องละ 8 บาท พวกเรา 31 คน เป็นเงินหลายบาทนะคะ”เสียงหนึ่งพูดขึ้น “ ไม่เป็นไรหรอก. ไปเอาเถอะ ถือว่าครูเลี้ยงข้าวพวกเราก็แล้วกัน “ไชโย” .แล้วชั่วโมงนั้น ห้องเรียนของฉันกลายเป็นห้องอาหารจำเป็นขึ้นมาทันที
“ นักเรียนครูจะบอกคะแนน รู้ไหม ใครได้คะแนนสูงสุดในห้องเรา สุชาติ....เอ้า..ทุกคนปรบมือให้
สุชาติหน่อย ครูขอชมเชยนะ ..สุชาติ” ฉันสะท้อนผลการประเมินตามจุดประสงค์โดยตั้งใจจะให้ทุกคนได้ทราบผลการเรียนของตนเพื่อเป็นข้อมูลในการนำไปปรับปรุงตัวเอง
“สุชาติ สอบแก้ตัวครบทุกวิชาหรือยัง” “เกือบครบแล้วครับคุณครู”....”เหลือวิชาอะไรล่ะ” “คณิตเพิ่มเติมครับ” เดี๋ยวนี้สุชาติมาโรงเรียนทันเข้าแถว 2 -3 ครั้ง ในหนึ่งสัปดาห์ จากเมื่อก่อน สัปดาห์ละ 1 ครั้ง
“คุณครูแม่คะ”คุณครูแม่ เป็นสรรพนามที่เด็ก ๆ มักจะเรียกฉันเสมอ. “หนูมีเรื่องจะสารภาพผิดค่ะ”สภาพร มาพบฉันที่โต๊ะห้องทำงาน พร้อมกับเพื่อนอีกหนึ่งคน “ มีอะไรหรือ”...แล้วสภาพรก็เล่าเรื่องราวให้ฉันฟัง ”.ครูบอกแล้วไงล่ะว่าให้ใช้ความอดทน”... “ก็เขามาด่าหนูก่อน”... “ ครูเคยบอกเสมอใช่ไหมว่า ให้เอาวิกฤติให้เป็นโอกาส . แล้ววันนี้เธอก็ละเมิดสัญญาที่ให้ไว้กับครู ” ”หนูลืมตัวค่ะ” สภาพรก้มหน้านิ่ง ฉันมองดูด้วยความสงสาร และสะท้อนใจ
สภาพรอยู่กับยาย แม่มีสามีใหม่และไปทำงานที่กรุงเทพฯ ทิ้งให้สภาพรอยู่กับยายตั้งแต่เล็ก ๆ วันหยุด และในช่วงปิดเทอม เธอจะไปทำงานหาเงินมาเป็นทุนเรียน ด้วยตัวเอง โดยที่ฉันไม่กล้าจะหา ความจริงเกี่ยวกับงานที่สภาพรทำ ฉันรู้แต่ว่า เธอมีเงินเยอะ ชอบแต่งตัว มีของใช้ราคาแพง ใส่สร้อยทอง หน้าที่ของฉัน คือทำอย่างไรที่จะให้สภาพรได้มีวิชาความรู้ คิดวิเคราะห์ได้ ถึงความดีความชั่ว แยกแยะสิ่งที่ถูกและผิดให้ได้ เพื่อที่จะไม่เป็นปัญหาของสังคม ถ้าเจอฉัน เธอจะรีบดึงคอเสื้อปิดไว้ เพราะฉันเคยคาดโทษไว้ว่าถ้าเห็นใส่เครื่องประดับมาอีก ฉันจะริบให้หมด
สภาพร ถูกทำทัณฑ์บนไว้กับฝ่ายปกครอง ในคดี ทะเลาะวิวาท ซึ่งถือว่าสาหัส เธอจึงมีพันธะสัญญากับฉันหลายข้อ ฉันรู้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับสภาพร เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว อบต.กับผู้ปกครองนักเรียนชั้นม.3 มาพบผู้อำนวยการที่โรงเรียน บอกว่า สภาพรทำร้ายร่างกายเขา ขอให้เอาสภาพรออกจากโรงเรียน พวกเรา ชี้แจงไปว่า เหตุไม่ได้เกิดขึ้นในโรงเรียน ก็ เลยถือว่าเด็กไม่ได้ทำความผิด ฉันทราบในเวลาต่อมาว่า พวกเขาได้ไปแจ้งความ และเรื่องก็ไปจบที่ตำรวจ...โดยสภาพรต้องเทียวไปโรงพักในฐานะที่ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกาย สุดท้ายตำรวจให้ออมชอม เรื่องจึงได้สิ้นสุด
“แล้วเราคิดว่าจะทำยังไงล่ะ” ฉันหยั่งความรู้สึกของสภาพร”หนูยังไม่รู้เลยค่ะ ...คุณครูแม่คะ เขาบอกว่าเขาจะให้ ผอ.ไล่หนูออกจากโรงเรียนให้ได้นะคะ”เธอพูดเสียงสั่น น้ำตาคลอ ฉันยกย่อง สภาพร อยู่อย่างหนึ่ง คือ เธอรู้จักเลือกในสิ่งที่ถูกต้องคือการที่จะเรียนให้จบ ถึงแม้เธอจะมีพฤติกรรมที่บางครั้งครูคนบางคนรับไม่ได้ และเอือมระอากับพฤติกรรมของเธอ การเรียนของสภาพรถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้ฉันชอบที่เธอเขียนตัวหนังสือสวยอ่านง่าย
“สัญญากับครูเป็นครั้งสุดท้าย” ฉันพูดพร้อมกับลูบหัวเธอเบา ๆ “ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาอีก ครูช่วยไม่ได้แล้วนะ เหลืออีก 2 เดือนกว่า ๆ ก็จะจบแล้ว” . “ถ้าเขามาด่าหนูอีกละคะ บ้านเราก็อยู่ใกล้กันนะคะคุณครู”. “ให้นับหนึ่งถึงร้อย ถ้าถึงร้อยแล้วความโกรธไม่หาย ก็นับต่อไปถึงพัน . แล้วสติก็จะกลับคืนมา ที่แน่ ๆ คือ เราอย่าไปสนใจเขา ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังไม่ใช่หรือ”
“.ค่ะ” เธอรีบรับปาก ฉันทันที
“ขอบคุณค่ะ...คุณครูแม่ ..ช่วยหนูจริง ๆ นะคะ อย่าให้ ผอ.เอาหนูออกโรงเรียนนะคะ ...หนูจะไม่สนใจเขาอีก และขอโทษที่หนูผิดสัญญา” สภาพร ยิ้มทั้งน้ำตา
เรื่องมีอยู่ว่า ผู้ชายที่สภาพรรัก มีใจให้กับนักเรียนรุ่นน้อง ชั้น ม. 3 ก็เลยเกิดเรื่องขึ้น และเด็ก ม.3
ก็เป็นเด็กที่ฉันสอน เช่นกัน ก่อนหน้านี้ฉันได้เป็นพนักงานสอบสวนคดีหึงหวงของเธอมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งสุดท้าย ฉันถามเธอว่า จะเลือกอะไร ระหว่างความสำเร็จของการเรียน กับความหึงหวงที่ไม่มีเหตุผล เธอ บอกฉันว่า เลือกเอาความสำเร็จของการเรียน
ในวันปีใหม่ เด็ก ๆ สนุกสนาน กับงานปีใหม่ที่โรงเรียนจัดขึ้น และสุดท้าย ฉันให้ของขวัญทุกคนในห้องที่ปรึกษา และให้จับของขวัญชิ้นใหญ่ 1 ชิ้น ที่ฉันเตรียมไว้เป็นพิเศษ เพื่อสร้างความแปลกใจให้เด็ก ๆ ทุกคนมากันครบ ยกเว้นสุชาติ ที่ไม่มาในวันนั้น ฉันอยากจะถามว่าสุชาติไปไหน ก็กลัวเด็ก ๆ จะคิดว่าฉันสนใจสุชาติ คนเดียว ฉันเลยไม่ถาม แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้ เพราะเราสัญญากันแล้วว่าวันปีใหม่ครูมีของขวัญให้ ..ฉันมีข้อตกลงกับเด็ก ๆ ว่า ครูจะมอบของขวัญให้ ถ้าตลอดหนึ่งสัปดาห์ ไม่มีคนขาดและมาทันเข้าแถวเคารพธงชาติทุกวัน เด็ก ๆ ปรึกษาและประชุมหามาตรการร่วมกัน โดยเฉพาะสุชาติและอีก 2-3 คน ที่ชอบมาสาย ฉันรู้ว่าการครั้งนี้เด็ก ๆ รับปากสัญญากับเพื่อน ๆ ในการจะมาโรงเรียนให้ทันและครบในสัปดาห์ที่ตกลงกันไว้ และทุกคนก็ทำได้
ใกล้สอบปลายภาค และในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ฉันสอนเด็ก ๆ ที่ห้องจริยธรรม ทุกคนมาพร้อมกันที่ห้อง ปกติฉันจะให้สวดมนต์ไหว้พระทำสมาธิเพื่อ นำเข้าสู่บทเรียน...
“คุณครูคะ วันนี้วาเลนไทน์ ค่ะ” นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับเอาหัวใจสีแดงเล็กๆ มาติดที่อกเสื้อให้ฉัน .เด็ก ๆ กรูกันเข้าติดหัวใจดวงเล็ก ๆ ให้กับคุณครูด้วยความสนุกสนาน...”.ยิ้มหน่อย”
</span></span>
คุณครูสุธีรา เรื่องสุวรรณ จากโรงเรียนเขวาไร่ศึกษา อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม
เยี่ยมมากครับ
สวัสดีค่ะ
เท่าที่เคยมีประสบการณืถ้าคุณครูทราบข้อมูลเด็ก ไปเยี่ยมบ้านเด็กจะช่วยเหลือเด็กได้มากกว่าปกติครับ อยากพบปู่เบดูอิน พี่ ศน add มีธุระไปประจวบฯ อดพบเลย แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆอยากพบปู่เบดูอิน ทำอย่างไรดี มาเที่ยวไหม ที่หมู่บ้านโนนจาน
" ...to sir with love..."
ถ้าครูสุธีรา จะมาตอบเองในบล็อกนี้ก็ยินดีนะครับ
สวัสดีครับ งานครูเป็นงานหนัก...หนักทั้งกายและใจ เป็นกำลังใจให้ครับ คุณครูจะมีความสุขก็ต่อเมื่อได้รับข่าวความสำเร็จของลูกศิษย์ของตน มีการงานอาชีพที่ดี และที่สำคัญเมื่อทราบว่าเขาได้เป็นคนดีของสังคม...
สวัสดีครับ เบดูอิน
ชอบมาก อดทนมาก ใจเย็นมาก
นับถือจริงๆ... ครูดีๆ
ขอเป็นกำลังใจให้ครู..ครูสุธีรา
ขอบคุณมากครับ
ผมเคารพครูทุกคนที่เป็นครูอย่างแท้จริงเช่นครูสุธีรา ไม่ว่าจะสอนผมหรือไม่ เพราะครูคือผู้เสียสละจริงๆ ไม่ได้พูดเพื่อเอาใจครูที่มาอ่าน ถามใครก็ได้เพราะผมเข้าไปโรงเรียนผมไหว้ครูทุกคนครับ ยิ่งเป็นประธาน อ.ก.ค.ศ.ครูยิ่งเกรงใจเข้าไปใหญ่ ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้นเลยจริงๆครับ
ผมเดินทางไปเก็บข้อมูล โรงเรียน ทั่วทุกมุมประเทศ (ตามโรงเรียนเป้าหมาย) Humanized Edu care เห็น สัมผัส อุดมการณ์ของคุณครู รู้สึกว่า งานครูเป็นงานยิ่งใหญ่มากครับ
แต่กระทรวงศึกษาธิการ ก็ทำร้ายครูจังเลย
ถือโอกาสมาราตรีสวัสดิ์ บังครับ
สวัสดีค่ะ
ขอขอบคุณทุกกำลังใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้และต่อไปหายเหนื่อยค่ะ ตอนนี้กำลังเตรียมงานอบรมโครงงานเยาวชนไทยทำดีถวายในหลวงให้กับ 81 โรงเรียนในจ.มหาสารคาม ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
สุธีรา เรืองสุวรรณ
สวัสดีค่ะ
*** ทำงานฝ่ายปกครองมีข้อมูลเยอะ ที่กดดันหนักๆ บางครั้งก็ท้อจนเบื่อก็มีค่ะ
*** แต่ยีงซึ้งค่าคำว่าครูเลยต้องอดทนและทนอดในบางเรื่องค่ะ
ที่ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งอีกคนคือเบดูอิน ที่เป็นเพื่อนคอยให้กำลังใตในการทำงาน ความดีครั้งนี้ขอมอบอุทิศให้กับดวงวิญญาณคุณครูของดิฉันที่ล่วงลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ดร.อดุลย์ศักดิ์ ดวงคำน้อย...สาธุ
"กำลังใจในการทำงาน" ไม่ใช้กำลังไต ขอแจ้ง แก้คำผิดค่ะ