45.ราคาของมนุษย์...คิดเท่าไร??


...ความเหลื่อมล้ำของมนุษย์ ก็อยู่ที่การกำหนดคุณค่า ราคาของมนุษย์

เก็บภาพนี้น่ารักๆ นี้จากตลาดน้ำอัมพวา

หนูน้อย...ถูกวางไว้ในตะกร้าใส่ของ...ถ้าหนูน้อยเป็นสินค้า

ก็คงมีป้ายราคาปักบอกว่า...ราคาเท่าไร?? (เป็นจินตนาการที่โหดร้าย)

แต่...มนุษย์ ก็นิยมการกำหนดค่า ตั้งราคา กับทุกๆ อย่าง...ภายใต้วิธีคิดของสังคมปฏิฐานนิยม

และ...ความเหลื่อมล้ำของมนุษย์ ก็อยู่ที่การกำหนดคุณค่า ราคาของมนุษย์

และ...มนุษย์ก็มีเครื่องมือในการตั้งราคา "ความเป็นมนุษย์" หลายๆ อย่าง

อยากเล่านิทานเรื่องหนึ่งเพื่อใคร่ครวญการตั้งราคา "มนุษย์"

...........................

  

มีร้านค้าแห่งหนึ่งติดประกาศขายลูกสุนัข 7 ตัว

เมื่อรู้ข่าว ก็มีเด็กๆ แวะเวียนเข้ามาเล่น มาชมลูกสุนัขทุกวัน

แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงใจซื้อ เพราะเป็นสุนัขพันธุ์ดี มีราคาค่อนข้างแพง

 

วันหนึ่ง ขณะที่เจ้าของร้านกำลังยุ่งอยู่กับการขายของอื่นๆ ให้แก่ลูกค้าในร้าน

เด็กชายหน้าตาน่าเอ็นดูคนหนึ่งก็มากระตุกชายเสื้อเขา

เขาก้มลงมอง และถามว่ามีอะไรให้ช่วยหรือไม่

 

เพื่อนของผมบอกว่า ที่ร้านของคุณอามีลูกหมาขาย ผมอยากเลี้ยงลูกหมาสักตัว

พ่อแม่ก็อนุญาตแล้ว  ขอผมดูลูกหมาของคุณอาหน่อยได้ไหมครับ เด็กบอกอย่างสุภาพ

 

อ๋อ ได้สิหนู พวกมันกำลังนอนเล่นอยู่หลังร้านน่ะ เจ้าของร้านกล่าวอย่างยินดี

แล้วผิวปากเรียกสุนักทั้งเจ็ดออกมา 

เด็กชายยิ้มร่าเมื่อเห็นลูกสุนัขวิ่งตุ้ยนุ้ยออกมาทีละตัว

เขานับ...แต่ก็มีแค่หกตัวเท่านั้น

ไหนว่ามีเจ็ดตัว มีคนซื้อไปตัวหนึ่งแล้วหรือครับ เด็กชายถาม

 

เจ้าของร้านตอบว่า อ๋อ เปล่าหรอกหนู ยังไม่มีใครซื้อไปเลยสักตัว

เพียงแต่ตัวสุดท้ายขาหลังเขาไม่ดี มันก็เลยต้องคลานออกมา วิ่งมาพร้อมกับพี่ๆ ของมันไม่ได้

 

สิ้นคำเจ้าของร้าน ลูกสุนัขตัวที่เจ็ดก็คลานออกมา

ขาหลังทั้งคู่ของมันลีบเหลือนิดเดียว มันต้องใช้ขาหน้าลากพาร่างกายออกมาจากหลังร้าน

 

ลูกสุนัขมองมาทางเด็กชายแล้วครางงี้ดๆ

เห็นได้ชัดว่ามันพยายามคลานมาหาเขา

หางของมันกระดิกดุ๊กดิ๊กๆ อยู่ตลอดเวลา

มันคลานเข้าไปเลียรองเท้าของเด็กชาย ท่าทางจะชอบเขามาก

 

เด็กชายหัวเราะแล้วอุ้มมันขึ้นมา ก่อนจะถามเจ้าของร้านว่า หมาตัวนี้ราคาเท่าไรครับ

 

ปกติ อาบอกขายอยู่ตัวละสองพันบาทนะ เจ้าของร้านตอบ

เด็กชายนิ่งอึ้งไปก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบเงินออกมานับ

เขามีเงินอยู่เพียงสี่ร้อยห้าสิบบาทเท่านั้น

 

ผมมีเงินไม่พอซื้อหมาตัวนี้  เด็กชายพึมพำอย่างเศร้าใจ

เจ้าของร้านรีบบอกทันทีว่า

โอ๊ะ! หนู ถ้าหนูอยากได้หมาตัวนี้ไปก็เอาไปเถอะ ไม่ต้องจ่ายเงินหรอก อายกให้หนูฟรีๆ ไปเลย

 

เด็กชายฟังเจ้าของร้านแล้วชะงักไป ก่อนจะถามกลับไปอย่างไม่พอใจว่า

ทำไมครับ ทำไมถึงบอกว่าไม่ต้องจ่ายเงินถ้าจะซื้อหมาตัวนี้

 

ก็อย่างที่หนูเห็นอย่างไรล่ะ  ลูกหมาตัวนี้มันติดมาพร้อมๆ พี่ๆ น้องๆ ของมัน

และอาก็ไม่คิดว่าจะขายมันอยู่แล้ว เพราะมันพิการ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้

ความจริง อาไม่อยากให้หนูได้ของมีตำหนิอย่างนี้ไปนะ ลองดูตัวอื่นดีไหม

 

เด็กชายเม้มปากแน่นก่อนจะพูดว่า คุณอาดูอะไรนี่สิครับ

ว่าแล้วเขาก็ดึงขากางเกงทั้งสองข้างขึ้น

เจ้าของร้านจึงได้เห็นว่าขาของเด็กชายคนนี้เล็กลีบเช่นเดียวกับขาหลังของลูกสุนัข

แต่ที่ทำให้เขายืนอยู่ได้ ก็เพราะมีขาเทียมช่วยพยุงเอาไว้

 

คุณอาครับ ขาของผมก็ลีบใช้การอะไรไม่ได้เหมือนกัน

ผมเดินช้ากว่าเพื่อนคนอื่นๆ วิ่งก็ไม่ได้ กระโดดก็ไม่ได้

อย่างนี้ผมก็เป็นคนไร้คุณค่าหรือเปล่าครับ

 

เจ้าของร้านนิ่งอึ้งไป ความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้าสู่หัวใจของเขา

 

เด็กชายปล่อยขากางเกงลงแล้วพูดต่อว่า

ผมจะซื้อสุนัขตัวนี้ในราคาสองพันบาทเท่ากับลูกหมาตัวอื่นๆ

แต่ว่าผมมีเงินไม่พอ  ถ้าผมจะอ้อนวอนคุณอา ขอผ่อนราคาของลูกหมาตัวนี้

เดือนละหนึ่งร้อยบาททุกเดือน จนครบสองพันบาท คุณอาจะว่าอย่างไรครับ

 

เจ้าของร้านน้ำตาไหลริน ทรุดตัวลงตรงหน้าเด็กชายและกอดเขาไว้ด้วยความประทับใจ

พลางกล่าวขอโทษขอโพยในสิ่งที่ตนได้ทำผิดพลาดไป

เขาบอกว่าไม่ขัดข้องที่จะให้เด็กชายผ่อนค่าตัวของลูกสุนัขตัวนี้

และกล่าวว่าถ้าสุนัขทุกตัวมีเจ้านายที่จิตใจดีอย่างเด็กชาย

พวกมันก็คงจะมีชีวิตที่เป็นสุขอย่างมาก.

....................

เรื่อง ราคาของลูกสุนัข

จาก นิทานสีขาว เล่าโดย ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา.

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 258042เขียนเมื่อ 28 เมษายน 2009 22:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 20:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (19)

เป็นความเคยชินของคน(ไม่ใช่มนุษย์มัก)ที่มักจะมองหา และเรียกร้องถึงความสมบูรณ์แบบอยู่เสมอ ทั้งที่ความเป็นจริงในสังคมมิได้มี มิได้เป็นเช่นนั้น ดังนั้น ความสมบูรณ์แบบที่ผู้คนมักได้รับจึงเป็นเพียงความสมบูรณ์แบบจอมปลอม มิได้มีความงดงามดังเช่นจิตวิญญาณของเด็กน้อยคนนี้ ขอบพระคุณมากครับ

ขอบคุณบทความดี ๆ ครับ...

 

สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิด

รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ด้อยคุณค่าอย่างที่เราเห็นเลย

อ่านแล้วพลอยสงสารจับใจไปด้วยค่ะ

ขอบคุณบันทึกที่ทำให้จิตใจสูงขึ้นค่ะ

สวัสดีค่ะ อาจารย์บวร

  • "ความเคยชินของมนุษย์" ทำให้มนุษย์ใช้ในการกำหนดและให้คุณค่ากับความเคยชิน
    โดยไม่เปิดโอกาสให้สิ่งที่แตกต่างจากความเคยชิน
  • มนุษย์กำหนด "ความสมบูรณ์แบบ" จากความเคยชิน จึงทำให้ มนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ กลายเป็นสิ่งด้อยค่า ค่ะ

ขอบคุณค่ะที่อาจารย์เข้ามาแลกเปลี่ยน.

สวัสดีค่ะ

   P   2. Mr.Direct

ขอบคุณบทความดี ๆ ครับ...

ขอบคุณค่ะ ที่แวะมา. 

สวัสดีค่ะ

  • P  3. NU 11
    สิ่งที่เราเห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิด

    รูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้ด้อยคุณค่าอย่างที่เราเห็นเลย

    อ่านแล้วพลอยสงสารจับใจไปด้วยค่ะ

 

คุณค่าของมนุษย์ มีมากกว่ารูปลักษณ์ที่มองเห็นค่ะ

ขอบคุณที่แวะมา.

สวัสดีค่ะ

  • P
    4. สี่ซี่
    ขอบคุณบันทึกที่ทำให้จิตใจสูงขึ้นค่ะ

 

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันค่ะ.

เรื่องเล่าในห้องเรียนหนึ่ง

ครูเล่าเรื่อง "ลูกน้อยหอยสังข์" หน้าห้องเรียน

คำถามคือ หากนักเรียนคลอดลูกเป็นหอยสังข์

นักเรียนจะทำอย่างไร?

คำตอบหลากหลาย...หนึ่งในคำตอบนั้น

หนูจะรักเขาให้มากค่ะ...???

มีเสียงปรบมือเกรียวกราว

สวัสดีค่ะ คุณอุมา

  • ปรบมือให้กับคำตอบที่แสนธรรมดาของความเป็นแม่ค่ะ
  • แม่หลายคน ไม่เคยบอกรักลูก แต่มันมีคำตอบอยู่ในตัวเองเสมอในคำว่า "แม่".

อ่านแล้วได้ข้อคิดค่ะ ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณอีกเช่นกันสำหรับบทความดี ๆ ขอบคุณพี่มณีรัตน์ รพร.สระแก้ว ที่แนะนำ เว็บไซด์นี้

สวัสดีค่ะ

ยินดีค่ะ ที่ได้รับประโยชน์ .

สวัสดีค่ะ

  • ไม่มีรูป
    12. หมออนามัย
    ขอบคุณอีกเช่นกันสำหรับบทความดี ๆ ขอบคุณพี่มณีรัตน์ รพร.สระแก้ว ที่แนะนำ เว็บไซด์นี้

 

ขอบคุณ คุณหมออนามัย และคุณมณีรัตน์ค่ะ ที่เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน เรื่องดีๆ มีไว้แบ่งปันค่ะ.

สวัสดีค่ะ

* หนูน้อยน่ารักมากน่าหิ้วตระกร้ากลับบบ้านจังเลย

* ชื่อบันทึกทำให้ระลึกถึงเรื่องคนตายได้เท่าไร ของนายแพทย์ท่านหนึ่งที่สูญเสียลูกชาย...เรื่องนี้ต้องการตอกย้ำคุณธรรมของเจ้าหน้าที่และผู้ขายประกัน   เคยอ่านเมื่อ ๒๐ กว่าปีมาแล้วแต่ยังทันสมัยไม่สร่างเลย

* สุขกายสุขใจนะคะ

อ่านตอนต้น น่ารักมากๆ

แต่ตอนท้าย สุดยอดมากๆ

ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ

  • P

    * หนูน้อยน่ารักมากน่าหิ้วตระกร้ากลับบ้านจังเลย

    * ชื่อบันทึกทำให้ระลึกถึงเรื่องคนตายได้เท่าไร ของนายแพทย์ท่านหนึ่งที่สูญเสียลูกชาย...เรื่องนี้ต้องการตอกย้ำคุณธรรมของเจ้าหน้าที่และผู้ขายประกัน   เคยอ่านเมื่อ ๒๐ กว่าปีมาแล้วแต่ยังทันสมัยไม่สร่างเลย

    * สุขกายสุขใจนะคะ

 

ขอบคุณค่ะ..อยากอ่านบันทึกของคุณหมอบ้างค่ะ.

 

สวัสดีค่ะ

  • ไม่มีรูป
    16. charung [IP: 118.174.174.119]
    อ่านตอนต้น น่ารักมากๆ

    แต่ตอนท้าย สุดยอดมากๆ

    ขอบคุณครับ

 

ขอบคุณค่ะ...ที่แวะมาแลกเปลี่ยน.

น้ำตาไหลไม่หยุดเลยค่ะ อยากให้บนโลกใบนี้มีแต่ความสุข

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี