ปัญญา พารอด จากเข่ง..

...การเป็นรัฐชาติที่ไร้พลเมืองร่วมกันดูแลเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมีรูปแบบการทำมาหากินที่ไม่สร้างความผูกพันได้เสียของประชาชนให้ลุกขึ้นมาร่วมดูแลรัฐส่งผลให้วิถีทางการเมืองของประเทศไทยหลุดพ้นห่างไกลจากการทำหน้าที่เจ็บร้อนเอาใจใส่กับทางอยู่ทางไปของบ้านเมืองประชาชนก็ล้วนแต่เป็นราษฎรที่รอรับการมาทำอะไรให้ของรัฐอยู่เต็มแผ่นดินการเมืองภาครัฐจึงกลายเป็นเกมอำนาจกับผลประโยชน์อันเป็นเรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องภายในกลุ่มพวกของนักการเมืองและข้าราชการประจำล้วนๆไม่ใช่เรื่องของส่วนร่วม....
...นี่คือความไม่สามารถในการผนวกและประสานคนให้อยู่ร่วมกันเป็นชาติที่มีความปึกแผ่นในเชิงสังคมและการเมืองที่ซ้ำเติมเข้ามาอีกจากความไม่สามารถผนวกและประสานคนในเชิงเศรษฐกิจ...
...ชี้ให้เห็นรากเหง้าปัญหาที่สั่งสมและกำลังชักลากจูงประเทศชาติและประชาชนเข้าสู่วิกฤตทั้งวิกฤตการเมืองและวิกฤตเศรษฐกิจเป็นวิกฤตที่เกิดจากปัญหาสภาพความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ผิดเพี้ยนเป็นโทษทั้งในเชิงเศรษฐกิจสังคมและการเมือง นอกจากผิดแล้วยังลากยาวมาเนิ่นนานฝังรากลึก  ความผิดพลาดความไม่ถูกต้องของความสัมพันธ์ของคนในสังคมอย่างนี้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่อีกสิบพานก็ทำอะไรไม่ได้เพราะต้องเป็นกระบวนการที่ทั้งสังคมต้องหาทางมาตกลงปรับความสัมพันธ์กันใหม่ทั้งหมดปรับไปพร้อมๆกับการออกแบบกำหนดทิศทางและโครงสร้างชุดใหม่ที่จะรองรับสนับสนุนความสัมพันธ์ใหม่สภาพการอยู่ร่วมกันใหม่นั้นอีกต่างหาก... 
....ต้องยกเครื่องกันใหม่อย่างนี้ไม่ยังงั้นไปไม่รอด แก้วิกฤตพ้นวิกฤตไม่ได้  แน่ใจว่าวิกฤตคราวนี้เมืองไทยของเราต้องคิดทำกันถึงขนาดนั้นเรียกว่าต้องถึงขนาดลอกคราบใหม่เกิดใหม่กันเลยไม่งั้นหนักหนาแน่....
บทความโดย อ.ขวัญสรวงอติโพธิ
คัดลอกจาก หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน หน้า 6 ฉบับ
วันที่
28 เมษายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 32 ฉบับที่ 11371