เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ

 

ช่วงที่ดีที่สุด

หนูหลี่ , เจ๊หลี่ (จู)
คอลัมน์ ; เล่าสู่กันฟัง
โยคะสารัตถะ ฉ.;ต.ค.,พ.ย.,ธ.ค.'๕๑

 

ปรากฎการณ์ "พระจันทร์ยิ้มหวาน" ในค่ำคืนนั้นที่คล้ายกับถูกส่งมาเพื่อช่วยปลอบประโลมและผ่อนคลายบรรยากาศอึมครึมขึ้งเครียดจากความขัดแย้งแบ่งข้าง มีส่วนทำให้ฉันเริงรื่นไปกับเขาด้วย เจ้าลูกลิงในหัวใจก็พลอยกระดี๊กระด๊า ถึงขนาดรบเร้าให้ฉันหยิบมือถือส่ง SMS ไปบอกเพื่อนฝูงให้ออกไปดูพระจันทร์ยิ้ม

ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งทอดอารมณ์ดื่มด่ำอยู่กับความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างขึ้น เสียงเล็กๆของเจ้าลูกลิงในหัวใจก็กระซิบถามขึ้นกับฉันแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า "พี่ฮับ..ใกล้สิ้นปีแล้ว พี่ว่าพี่มีความสุขกับชีวิตในปีที่กำลังจะผ่านไปไหมฮับ ?"

คำถามของเจ้าลูกลิงทำเอาฉันอึ้งไปชั่วขณะ ภาพแห่งความหลังค่อยๆทะยอยออกมาจากกล่องความทรงจำ หนึ่งในนั้นเป็นภาพเหตุการณ์และคำทำนายจากการดูหมอครั้งสุดท้าย

เมื่อประมาณสามปีก่อน ฉันถูกเพื่อนลากให้ไปหาหมอดูด้วยกันเพื่อทำการ "เช็คดวง" ซึ่งจัดเป็นภาระกิจสำคัญประจำปีลำดับต้นๆที่พลาดไม่ได้เป็นอันขาดสำหรับเพื่อนสาวของฉัน จากแรกที่ตั้งใจว่าจะแฝงตัวไปในฐานะผู้สังเกตการณ์ มารู้ตัวเข้าอีกที ฉันพบตัวเองสมัครใจนั่งพับเพียบเรียบร้อยเข้าร่วมวงเป็นลูกค้าพี่หมอดูไปกับเขาอีกรายซะอย่างนั้น

ปล่อยให้คนแปลกหน้าพิเคราะห์ทำนายชะตาชีวิตอย่างละเอียดละออทุกแง่มุมราวกับว่าเราเคยรู้จักสนิทสนมกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน , ฉันสะดุดหูและจดจำคำพูดของเขาได้เพียงประโยคเดียวหลังจากการพูดคุยนานนับชั่วโมงว่า "ช่วงอายุ32 จะเป็นช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตของคุณ"

แม้เวลานั้นพี่หมอไม่มีการรับประกันความแม่นยำด้วยการ "ฟันธง" และแม้ฉันจะจัดตัวเองให้อยู่ในประเภท "ไม่เชื่อและไม่หลบหลู่" แต่ฉันก็อดไม่ได้ที่จะเฝ้ารอปีที่32ของชีวิตด้วยความหวังเล็กๆในใจว่า เห็นทีเราอาจโด่งดังตกเป็นข่าวหน้า1ในนสพ.ไทยรัฐ ด้วยการสร้างประวัติศาสตร์ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่1สามงวดซ้อน หรือไม่ก็อาจจะถึงเวลาที่จะมีหนุ่มโสดนิสัยดี หล่อ ฉลาด สมาร์ทและเป็นผู้ชายแท้ๆ มาตกหลุมรักเราเข้าบ้างซักทีละมั๊ง

ตัดภาพกลับสู่โลกของความเป็นจริง ....

ปีที่ 32ของชีวิต ที่ฉันตั้งตารอคอย เป็นปีที่ธรรมดามาก มาก

ไม่มีเรื่องตื่นเต้นถึงขนาดที่จะพลิกผันชีวิตนางเอกได้เหมือนในละครหลังข่าว

เรื่องดีๆและเรื่องร้ายๆ ผ่านเข้ามาและผ่านไป, เหมือนอย่างที่มันเคยเป็นมาเสมอ

ฉันไม่ถูกลอตเตอรี่ หนำซ้ำยังถูกความทุกข์โศกจากความรักหยั่งเอาจนทำให้ใจบอบช้ำเข้าอีกครั้งหนึ่งจนได้

นี่น่ะหรือ ... ช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของฉัน ?

ตัดภาพกลับไปยังโลกของการคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลอีกครั้ง ......

แต่ว่ากันไปตามจริงแล้วอ่ะนะ ,

มีบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกว่า ช่วงอายุปีที่ 32 อันแสนจะปรกติ ธรรมดานั้น ได้ซุกซ่อนสิ่งสำคัญมีค่าบางอย่างไว้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ฉันมองโลกด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ฉันไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าเข้าใจชีวิตดีขึ้น แต่มั่นใจว่าได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ได้ค้นพบบางแง่มุมที่แตกต่างของตนเอง และได้ใช้กาย-ใจลงสนามทดสอบความเชื่อบางอย่างที่ไม่เคยมีโอกาสลองทำมาก่อน

ฉันคิดว่า สิ่งสำคัญที่กล่าวมาเรียกว่า "การเรียนรู้" - - การเรียนรู้ของฉันซึ่งเกิดจากจากการสอนโยคะ

เมื่อได้รับโอกาสในการสอนครั้งแรกในชีวิตโดยถูกมอบหมายให้สอนผู้ฝึกจำนวนร่วมร้อย ฉันเรียนรู้ว่า ตัวเองมีทักษะในการควบคุมความตื่นเต้นได้ปานกลางถึงค่อนข้างต่ำ ฉันมักจะเผลอตัวทำเสียงดุ และเผลอยืนเท้าเอวอยู่เสมอ จนทำให้ครูรุ่นพี่ต้องคอยถลึงตาใส่อยู่หลายรอบเพื่อเป็นการส่งสัญญานเตือน

เมื่อมีโอกาสได้เข้าไปสอนประจำเป็นแห่งแรก ฉันเต็มไปด้วยความประหม่าและกังวลว่าอาจทำได้ไม่ดีอย่างที่ตัวเองและผู้ฝึกคาดหวัง สติแทบหลุดกระเจิงครั้งหนึ่งเมื่อผู้ฝึกลุกหนีออกจากห้องกลางคันด้วยอาการ "ไม่ได้ดั่งใจ" ฉันจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะต้องลดทอนความกดดันและความคาดหวังในตัวเอง ค่อยๆก้าวออกจากกรอบความกลัวด้วยการหมั่นฝึกฝนทักษะต่างๆที่จำเป็นต่อการสอนเพื่อช่วยสร้างความมั่นใจและเตรียมตัวให้พร้อมอยู่เสมอ จากนั้นจึงปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ค่อยๆรุกไล่ความกังวลให้คลายตัวลงไปพร้อมๆกับประสบการณ์สอนหน้าห้องที่สั่งสมมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อได้รับคำชมจากผู้ฝึกเป็นครั้งแรกว่าสอนได้ดีมาก บางอย่างในตัวฉันจะค่อยๆพองขึ้น โตขึ้น โดยที่ควบคุมไม่ได้ ฉันมักจะหลงใหลได้ปลื้มกับเหล่ากับคำชมอยู่เป็นนาน จนทำให้ภายในใจรู้สึกอึดอัด หนักทึบ

ในทางกลับกัน หากถูกคอมเมนท์ ตำหนิว่าเนื้อหาการสอนไม่น่าสนใจ วิธีการสอนก็งั้นๆ ฉันจะรู้สึกต่อต้าน โต้แย้งคันปากจนอยากจะเถียงออกไปให้เห็นดำเห็นแดง บางครั้งถึงขั้นหงุดหงิดจนต้องบ่นให้เจ้าลูกลิงในหัวใจฟังอยู่บ่อยๆ จนเเมื่อฉันได้เห็นความแปรเปลี่ยนของขั้วสองด้านคือทั้งชื่นชอบและชิงชังครั้งแล้วครั้งเล่า ฉันจึงเริ่มเรียนรู้การทำงานของจิตใจและอารมณ์ตามธรรมชาติ และเรียนรู้ว่าตัวเองสามารถยินดีกับคำชมต่างๆที่ได้รับเพียงเพื่อใช้เป็นกำลังใจในการทำงาน อีกทั้งควรเปิดใจให้กว้างน้อมรับคำวิจารณ์กับความเห็นที่แตกต่าง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยขัดเกลาให้เราพัฒนาการสอนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เมื่อจำเป็นต้องพาร่างกายซึ่งแบกความทุกข์ล้นเต็มสองบ่าออกไปสอนในวันที่จิตใจเหนื่อยล้า ความแน่วแน่ของจิตที่เกิดขึ้นระหว่างการสอนเปรียบเสมือนแว่นขยายความละเอียดสูงขนาดมหึมาที่ส่องให้เห็นภาพภายในจิตใจอีกด้านที่กำลังดิ้นรนตะเกียกตะกายหนีจากความทุกข์ได้อย่างแจ่มชัดและยังรับรู้ถึงการต่อรองเหวี่ยงแกว่งไปมา ระหว่างความเข้มแข็งและความอ่อนแอภายในตนเอง ประสบการณ์ภายในที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนอาสนะครั้งนั้นทำให้ฉันเริ่มตระหนักถึงการจัดระเบียบให้กับความรู้สึก เรียนรู้ที่จะจัดหาที่ทางที่จะประคับประคองกาย-ใจให้อยู่ร่วมกับความทุกข์ได้อย่างสมานฉันท์ ฉันประเมินว่าตัวเองยังทำได้ไม่ดีนัก แต่ก็พร้อมเรียนรู้ต่อไปที่จะก้าวผ่านอย่างระมัดระวัง และมั่นคง

เมื่อได้เจอผู้ฝึกที่หลากหลาย ถูกทดสอบด้วยโจทย์ทั้งยากและง่าย พบเจออุปสรรค ข้อจำกัด คำถามจากผู้เรียนที่ทำให้ต้องกลับไปค้นคว้าหาคำตอบจากครูอาจารย์ หรือเพื่อนผู้มีประสบการณ์ ฉันเรียนรู้ว่าเส้นทางสายยังนี้ยังมีกองกำลังสนับสนุนที่ชื่อว่า "กัลยาณมิตร" ที่ทำหน้าที่ทั้งในและนอกห้องฝึก ให้ความช่วยเหลือ คำแนะนำ เป็นที่ปรึกษา คอยกระตุ้นให้เกิดกำลังใจ ท้วงติงชี้แนะให้เห็นความบกพร่อง เยาะเย้ยถากถางบ้างในกรณีที่เพื่อนตักเตือนแล้วยังฝืนดันทุรัง แลกเปลี่ยนทั้งวิชาและปัญญาระหว่างกันเมื่อมีโอกาส น้ำใจและมิตรภาพจากกัลยาณมิตรที่ฉันได้เรียนรู้ทำให้ฉันนึกถึงสโลแกนของทีมฟุตบอลอังกฤษทีมโปรดของฉันที่ว่า "You'll never walk alone"ซะจริงๆ

ฉันเชื่อว่ามนุษย์ได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายนับตั้งแต่วันที่เราเกิด เพียงแต่เราอาจละเลยหรือรีบร้อนจนไม่ทันสังเกตเห็นลำดับขั้นตอนของกระบวนการเหล่านั้น ซึ่งจะต้องดำเนินต่อเนื่องไปเรื่อยๆจนกว่าชีวิตของเราจะหาไม่

สำหรับฉัน , ฉันเพิ่งสังเกตเห็นกระบวนการเรียนรู้ทั้งหลายที่ได้กล่าวมาอย่างชัดเจนมากกว่าที่เคยเป็นมา ในช่วงปีที่ตัวเองอายุครบ32 - ช่วงที่ดีที่สุดในชีวิตของฉันตามคำพูดที่พี่หมอดูเขาว่าไว้นี่เอง

ขอให้ปี 2552 ที่กำลังจะมาถึง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของกองบก.และผู้อ่านทุกทุกท่าน

ขอให้รื่นรมย์กับการเรียนรู้โดยทั่วกันค่ะ 

 


มูลนิธิหมอชาวบ้าน

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com