|
เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ |

(เข้าสู่หน้าเว็บไซด์ "มูลนิธิฉือจี้" ที่นี่ค่ะ)
อัลบั้มแห่งชีวิตของจิตอาสา
เขียนโดย ; วรรณวิภา มาลัยนวล (ครูอ๊อด)
(โยคะสารัตถะ ฉ.;ต.ค.,พ.ย.,ธ.ค.'๕๑)
ถ้าถามว่าพวกเราส่วนมากเคยไปเที่ยว ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกบ้างไหม แน่นอนว่าทุกคนต้องตอบว่าเคย บางคนชอบถ่ายรูปมากๆ แต่บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่ว่าร้อยทั้งร้อยส่วนมากแล้วจะมีรูปถ่ายแน่นอน เมื่อถ่ายรูปแล้วก็จะเก็บเป็นรูปไว้ใส่เป็นอัลบั้มส่วนตัว ในยุคไฮเทคอย่างนี้หลายคนทำอัลบั้มส่วนตัวไว้บนระบบอินเตอร์เน็ตด้วยซ้ำไป
จากเรื่องราว "จิตอาสา" ของเหล่าอาสาสมัครมูลนิธิฉือจี้ในประเทศไต้หวัน ที่บางคนอาจเคยได้ยินได้อ่านจากเหล่าบรรดาบุคลากรสาธารณสุขหลายท่าน ที่ได้เคยมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลของมูลนิธิฉือจี้ในไต้หวัน แล้วเกิดความประทับใจ ท่านเหล่านั้นจึงนำกลับมาเขียนบันทึกทั้งเป็นบทความ เป็นหนังสือ รวมถึงการแปลคำสอนของท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียนออกมาเป็นภาษาไทยด้วย
เมื่อวันเสาร์ที่ 1 พย. 2551 ที่ผ่านมา หลังจากเลิกเรียนพวกเราชาวหลักสูตรครูโยคะระยะยาวประจำปี 2551 ร่วมกับเพื่อนครูอีกบางส่วนก็ได้รวมตัวกัน โดยได้รับการประสานงานผ่านทางครูดล ช่วยเป็นธุระจัดการนัดหมายให้เราได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมกิจกรรมของ มูลนิธิพุทธฉือจี้ ไต้หวันในประเทศไทย ที่ซอยรัชดาภิเษก3 ถนนรัชดาภิเษกซึ่งไม่ไกลจาก มศว.ประสานมิตร ที่เราเรียนกันอยู่นัก
เมื่อคณะเราทยอยกันไปถึงที่มูลนิธิฯ ชาวฉือจี้ก็ได้ให้การต้อนรับกลุ่มคณะเราทุก ๆ คนเป็นอย่างดีราวกับเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน น้ำใจไมตรีที่แสดงออกทั้งสีหน้าและแววตาท่าทางทำให้พวกเราประทับใจนับแต่แรก ย่างก้าวเข้าประตู เมื่อทำการลงชื่อในสมุดเยี่ยมแล้วเรียบร้อย ก็ได้มีโอกาสเข้าฟังการบรรยายโดยคุณสุชล ผู้บรรยายได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติต้นกำเนิดมูลนิธิฉือจี้ ไต้หวัน ก่อตั้งโดยท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน ภิกษุณีที่ได้อุทิศชีวิตบำเพ็ญเมตตาที่พระพุทธองค์ทรงสอนในหลักการของพุทธ ศาสนาให้แสดงออกมาเป็นรูปธรรมในด้านสังคมได้จริง เริ่มจากในแผ่นดินประเทศจีนไต้หวัน โดยเริ่มจากเงินบริจาคจากกลุ่มแม่บ้านเพียงวันละ 50 สตางค์ มูลนิธิเติบโตเป็นปึกแผ่นขึ้นจนได้เผื่อแผ่ความรัก ไปยังประชาชนในประเทศอื่นๆ ในยามที่เกิดภับพิบัติต่างๆ ทุกที่ในโลก ไม่เว้นแม้ในประเทศไทย ตลอดระยะเวลา 13 ปีที่มูลนิธิก่อตั้งมาในประเทศไทย ผลงานการกุศลของอาสาสมัครที่น่าประทับใจตลอด 10 กว่าปี ด้วยอาสาสมัครประมาณ 50 ทาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวัน ที่มีความรักความเมตตาให้เพื่อนมนุษย์โดยไม่เลือกว่าเป็นชนชาติใดและมีความ รักในผืนแผ่นดินไทย พร้อมทั้งมีจิตอาสาร่วมกันพัฒนางานการกุศลเป็นหลัก
นอกจากนั้นสิ่งที่ประทับใจน่ารักอีกอย่างหนึ่งคือ การที่ชาวฉือจี้ยังสอนการทำภาษามือประกอบเพลงให้กับคณะโยคะของเราได้ทำไป พร้อม ๆ กันทุกคน นี่เป็นสิ่งที่เราได้เรียนรู้ได้ทำสิ่งใหม่ ๆ ที่มีคุณค่าทั้งด้านกายและใจไปด้วยพร้อมกับการทำภาษามือ บทเพลงทำนองจีนที่ถ่ายทอดความรักของแม่ ที่เปรียบดังต้นไม้ใหญ่ ลูกๆ เป็นเหมือนหนอนตัวน้อยๆ ที่คอยแต่จะเก็บกินใบไม้เพื่อให้เติบโตขึ้นมามีพละกำลังแข็งแรง แม่ก็ยังคงเป็นเฉกเช่นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงากับเราอยู่เสมอๆ ฝึกทำไปแล้วพาลให้น้ำตาซึมคิดถึงแม่ขึ้นมาจับใจเป็นอย่างยิ่ง
ถัดจากนั้นคุณเมตตา ซึ่งเป็นหนึ่งในอาสาสมัครของเราก็ได้มาเล่าเรื่องราวอัลบั้มชีวิตของเธอ ที่ทำให้พวกเราอดประทับใจกับรอยยิ้ม ที่เธอบอกเล่าว่า รอยยิ้มของเธอสดใสในวัย 50 นี้ก็คือ ครีมฉือจี้ที่บำรุงให้หน้าตาสดใส ยิ่งกว่าครีมบำรุงยี่ห้อแพง ใดๆ ที่เธอเคยใช้มา เรื่องราวชีวิตของคุณเมตตาจากสาวสวยเปรี้ยวจัดในแวดวงสังคมธุรกิจ ที่มีฐานะพอควรมีทรัพย์สินเงินทองพอที่จะเปลี่ยนเครื่องเพชรเครื่องประดับ ได้บ่อยๆ แต่เบื้องลึกที่ไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนมี กับภาพเหตุร้ายที่เพื่อนสาวของเธอที่ต้องถูกฆาตกรรมถึงแก่ชีวิต เพียงเพื่อช่วงชิงเครื่องประดับบนร่างกายของเธอเท่านั้น หลังจากนั้นคุณเมตตาได้เริ่มผันชีวิตสู่การเป็นจิตอาสา ละวางเครื่องประดับตกแต่งทั้งหลายทั้งปวง มาเป็นการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย รับอาสาใช้แรงกายเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ตกทุกข์ได้ยาก เมื่อครั้งที่เธอเคยไปเยี่ยมเยียนผู้ที่ประสบภัยและพบว่าบ้านขนาดเล็กเท่า ห้องน้ำที่บ้าน แต่คนยากจนเขาต้องอยู่รวมกันอัดแน่นถึงห้าคนในห้องสี่เหลี่ยมนั้น เธอเล่าว่าเมื่อเห็นภาพนั้นแล้วกลับมาที่บ้าน เธอต้องยกมือไหว้ขอบคุณที่มีบ้านให้เธออยู่ สบายกว่าคนเหล่านั้นหลายร้อยเท่านัก งานที่น่าภูมิใจกับการเป็นอาสาสมัครมากขึ้น ก็คือเมื่อครั้งเกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มทางภาคใต้ ภาพที่เธอแสดงให้เราดูประจักษ์แก่ใจพวกเราผู้เข้าร่วมฟังการบรรยายว่า มนุษย์ทุกคนล้วนเกิด แก่ เจ็บ ตายไป แต่ภาพแห่งอัลบั้มชีวิตของคนแต่ละคนนั้น เล่าเรื่องราว เหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะสร้างสรรค์อัลบั้มชีวิตของเราให้เป็นอย่างไร บางคนอาจจะเริ่มต้นด้วยภาพแห่งความสดใสงดงามยามวัยเยาว์ ใช้ชีวิตอยู่บนเปลือกแห่งวัตถุตลอดจนสิ้นอายุขัย บางคนอาจจะเริ่มด้วยภาพแห่งความขุ่นมัวของความขาดแคลนแต่จบลงด้วยภาพแห่ง ชีวิตที่สะอาดสดใส และเป็นสุขด้วยการให้ ภาพเหตุการณ์ของชีวิตผู้คน ที่กำลังหาความสุขที่เกาะภูเก็ตขณะที่คลื่นยักษ์ถาโถมเข้าใส่ ไม่มีใครล่วงรู้ว่าหายนะที่คืบคลานเข้ามาใกล้และคร่าชีวิตพวกเขาให้จากครอบ ครัวแสนรักไปตลอดกาล บอกเล่าความเป็นจริงที่สุดรอบของทุกชีวิต ว่าทุกอย่างคือความไม่แน่นอน ความตายเท่านั้นที่แน่นอน
คุณเมตตาเล่าเหตุการณ์ครั้งนั้นว่าเธอกำลังทำงานอาสา ฯ อยู่กับมูลนิธิฯ ในขณะที่ลูกชายที่เคยได้ไปช่วยงานอาสาตั้งแต่เด็ก ขออนุญาตไปเที่ยวที่ภูเก็ตในช่วงนั้น เมื่อเธอได้เห็นภาพข่าวทางโทรทัศน์ โลกทั้งโลกของเธอก็พลันเหมือนหยุดลงไปด้วย เพราะไม่ทราบชะตากรรมของลูก แต่เดชะบุญของผลการกระทำงานด้านอาสาสมัครของเธอและลูกที่ส่งผลหรืออย่างไร ที่ดูราวกับว่าจะส่งผลได้ทันเวลาที่ควรจะเป็น เพราะเกิดเป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่าลูกชายของเธอเกิดป่วยกะทันหัน และเพื่อนๆ อีก 7-8 คน รุมล้อมกันนำเขาไปส่งที่โรงพยาบาล ก่อนที่คลื่นยักษ์จะถาโถมเข้าใส่ชายหาดภูเก็ต เขารอดตายราวกับมีมือแห่งความรักความเมตตาที่โอบอุ้มไว้ ลูกชายเล่าว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนพาเขาไปส่งโรงพยาบาลมากมายหลายคน แบบนี้ คุณเมตตาแม้ทราบว่าลูกชายของเธอรอดจากเหตุร้าย แต่ก็ไม่ได้รั้งรอ เธอพร้อมกับอาสาท่านอื่นๆ เดินทางไปช่วยงานที่วัดย่านยาว ร่วมกับอาสาสมัครจากหน่วยงานอื่นๆ อย่างเต็มกำลัง ภาพทุกภาพที่เธอแสดงให้เราดูวันนั้น บอกเล่าเรื่องราวชีวิตหลากหลายแง่มุม ที่ทำให้เราต้องจดจำ หลายๆ คนคงคิดว่าจะกลับไปทำอัลบั้มชีวิตของตนเองต่อไปอย่างไรดี
นอกจากนี้ในช่วงสุดท้าย เรายังได้รู้ถึงเรื่องกระปุกออมสินจากชาวฉือจี้ นั่นคือให้รู้จักการใช้จ่ายไม่ฟุ่มเฟือย ให้รู้จักออม และสละบางส่วนช่วยเหลือคนจนอีกด้วย เพื่อนครูหลายท่านได้รับกระปุกเอากลับไปหยอดทุกวัน เพื่อที่ว่าจะรวบรวมนำไปทำบุญช่วยเหลือคนได้อีกต่อไป หลายๆ คนสมัครเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิ เพื่อใช้เวลาส่วนหนึ่งมาทำกิจกรรมเพื่อสังคม
(ประมวลภาพกิจกรรมการเรียนคอร์สโยคะฟรี
เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
เข้าดูที่นี่ค่ะ)
ภาพแห่งความประทับใจที่เก็บกันมาฝากพวกเราเป็นเพียงบางส่วน ที่สาคัญกว่าก็คือภาพอัลบั้มแห่งชีวิตของผู้ที่มีจิตอาสา ที่ได้ประทับลงในใจของพวกเรา อีกทั้งถ้อยคำที่ท่านรองประธานมูลนิธิ ที่ขึ้นมากล่าวขอบคุณพวกเราที่มาเยี่ยมเยือน คือขอบคุณคนไทยทุกคนที่มา ชาวไต้หวันที่ทำงานในมูลนิธิรอพวกเราอยู่ และขอเชิญชวนพวกเราให้มาร่วมกันเป็นอาสาสมัครทำงานเพื่อแผ่นดินเกิด เพราะพวกเขาเหล่านี้แม้ไม่ใช่คนไทยโดยกำเนิด แต่ก็รักแผ่นดินนี้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเรา สำหรับพวกเราเองคงไม่มีแผ่นดินผืนใดที่มีความหมายเท่ากับแผ่นดินที่ให้เรา เหยียบย่ำจนเราเติบโตขึ้นมาและรองรับเราในวันสุดท้ายที่จากไป คำเชิญชวนจากอาสาสมัครเหล่านี้ คงจะเป็นเหมือนพลังผลักดันให้พวกเราได้ก้าวต่อไป ด้วยศรัทธาในเส้นทางแห่งจิตอาสา เช่นกัน
ท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณคณะอาสาสมัครฉือจี้ ที่เมตตาให้ข้อมูลและให้บทเรียนแสนมีคุณค่ากับพวกเรา ขอขอบคุณครูดล และเพื่อนครูทั้งคณะที่ได้ไปร่วมกันทำวันเวลาแสนดีเหล่านี้ให้เกิดความ ประทับใจที่ไม่อาจจะลืมเลือน
ข้อธรรมคำสอน ท่านธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน
-
เมื่อเราเริ่มแก้ตัว นั่นคือจุดเริ่มต้นของความเสื่อม
We start to slacken the minute we find excuses for ourself -
ในการบริหารงานต้องใช้เหตุผลเหนืออารมณ์
การบริหารบุคคลต้องใช้ความรักความเข้าใจเหนือเหตุผล
In handling matters, let your mind influence your heart
In dealing with people, let your heart influence your mind -
ความงดงามขององค์กร เกิดจากการมุ่งมั่นในการทำดีของปัจเจกบุคคลในหน่วยงาน
The beauty of group lies in the refinement of its individuals.

มูลนิธิหมอชาวบ้าน
2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ;
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com
.....

มูลนิธิหมอชาวบ้าน
2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ;
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com

จอง ก่อนค่ะพี่แตง
พอลล่า ง่วงนอนแล้ว อิอิ
สวัสดีจ๊ะ
paula
เที่ยงคืนแล้วนะ และพรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีกไม่ใช่หรือ
เข้านอนได้แล้ว
ดูแลตัวเองหน่อยนะ....จิตเข้มแข็งนั่นแหล่ะ...แต่ร่างกายจะแย่เอานะ
เป็นห่วงจ๊ะ
ง่วงตามน้องพอลล่าค่ะ
สวัสดีค่ะ
คุณ berger
ง่วงนอน...เนอะ...
แต่ไหงส่งมะละกอ...โตงเตง...มาให้เราอารมณ์ดีก่อนนอน...เน๊ะ
ดก...แต้...น้อ....