สัมพันธภาพของฉันและเพื่อนบ้านเหนียวแน่น กลมเกลียวมานานกว่า ๑๐ ปี  นับตั้งแต่ตื่นนอนเช้าจะต้องมีเพื่อนบ้านมาชวนให้ไปทานข้าว แต่ละครอบครัวยกอาหารมารวมกัน  วันนี้ก็เช่นกัน  หลังอาหารเช้าแล้วมีส้มตำ ไก่ย่างและข้าวเหนียวในมื้อกลางวัน 

       เมื่อได้โอกาสฉันได้เปิดประเด็นการสนทนาเรื่องความเหลื่อมล้ำและการเขียนบันทึกใน gotoknow ให้พวกเขาฟัง มีทั้งเป็นข้าราชการและแม่บ้าน  ทุกคนเข้าใจว่าคนในสังคมต้องเอื้อเฟื้อ ให้โอกาส และแลกเปลี่ยนความรู้ ฝึกใช้คอมพิวเตอร์และหาข้อมูลทาง Internet และเล่าเรื่องคุณหม่ำ จ๊กมก ให้พวกเขาฟัง  เพื่อให้เขารู้จักวิเคราะห์ว่าเรื่องที่ฉันเล่าไม่ได้มาจากหนังสือพิมพ์รายวัน แต่มาจากนิตยสาร Secret ทุกคนมีความคิดเห็นตรงกันว่าคุณหม่ำ จ๊กมก เป็นบุคคลตัวอย่างในแต่ละด้านได้ แล้วพวกเขาก็ขอยืมอ่าน Secret ด้วย

      การสนทนาพาไปตามสาระต่าง ๆ แต่ฉันทำหน้าที่ควบคุมการสนทนา พยายามเปลี่ยนประเด็นใหม่  เมื่อประเด็นสนทนาจะพากันคุยเรื่องไร้สาระ และฉันได้เล่าเรื่องที่ฉันร้องเพลงไม่เก่งแต่จำเป็นต้องไปร้องคู่กับครูวิบนเวทีที่ไทรโยค หลังอาหารกลางวันจึงนัดกันไปร้องเพลงคาราโอเกะที่บ้านคุณครูฉลอง  แผ้วเกษม  แม่บ้านทุกคนสามารถพิมพ์ชื่อเพลงที่ต้องการและใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างมีทักษะ  แม้ว่าไม่เคยเรียนกันมาก่อน  ทักษะเกิดจากการร้องคาราโอเกะที่นี่

         แต่ละคนร้องตามคิว และร้องได้ดีกันมาก ๆ ทุกคน พวกเขาให้ฉันเลือกร้องเพลงที่ชอบและคิดว่าร้องได้ให้ฟัง  และร้องเพลงอื่นไปเรื่อย ๆ ในที่สุดเพลงที่ฉันชอบร้องคือเพลงครวญ และเพลงสุดท้ายที่กรุงเทพ ถูกตัดสินให้โล๊ะทิ้ง  บอกว่าร้องได้ไม่ดีเท่า ๓ เพลงต่อไปนี้คือ กุหลาบเวียงพิงค์  บุษบาเสี่ยงเทียน  ขอสูมาเตอะเจ้า  และทุกคนรับปากว่าจะต้องฝึกให้ฉันร้องเพลงทั้ง ๓ เพลงนี้ให้ได้ 

        ความเหลื่อมล้ำของฉันด้อยกว่าพวกเขาคือการร้องเพลง  ส่วนด้านอื่น ๆ พวกเขาได้รับการพัฒนาและเปลี่ยนพฤติกรรม ความเป็นอยู่และวิถีชีวิตถูกปรับปรุงขึ้นตามลำดับ  ภายหลังที่ฉันพูด คุย หรือสนทนาเรื่องที่น่ารู้  ฉันจะต้องร้องเพลงให้ได้อย่างน้อยก็ให้ถูกจังหวะแม้ว่าเสียงจะไม่ดีเลย  เพราะทุกคนช่วยกันฝึกให้และเป็นกำลังใจ  มีการประเมินผลการร้องเพลง  ๖๐ คะแนนคะแนนเต็ม ๑๐๐  กลับบ้านด้วยความภูมิใจ