คุณครูป้อม สิรินยา ตัณฑนุช หัวหน้าหน่วยวิชาภาษาอังกฤษ (ESL- English as a Second Language) ได้เขียนบันทึกเคล็ดลับความสำเร็จในการสอนให้ผู้เรียน ที่อยู่ในวัย ๙-๑๐ ปี "กล้าเขียน"ภาษาอังกฤษ ไว้ดังนี้

 

บรรยากาศการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้น ๔ ในภาควิมังสา ซึ่งเป็นภาคเรียนสุดท้ายของโรงเรียนเพลินพัฒนาเป็นไปอย่างเข้มข้น การฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษในชั้นเรียนมีทั้งการฟัง พูด อ่าน และ เขียน ด้วยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หนุนเสริมให้ผู้เรียนนำศักยภาพที่มีอยู่ในตัวออกมาให้ได้

 

หนึ่งในทักษะที่ต้องฝึก คือ การเขียน กระบวนการในการฝึกเขียนที่ได้ผล เริ่มต้นจากการสะสมคลังคำศัพท์ การสร้างความคุ้นเคยกับประโยคที่มีโครงสร้างในรูปแบบต่างๆ จากการอ่าน การจินตนาการ การแบ่งปันประสบการณ์ด้วยการเล่าออกมา และการฝึกใจให้กล้าเขียนโดยไม่กลัวว่าจะผิด

 

ในช่วงแรก ผู้เรียนจะได้สะสมคลังคำศัพท์ในหมวดต่างๆ จากการฟัง การออกเสียง การใช้ประโยคถามตอบ รวมถึงการท่องศัพท์ด้วย จากนั้นจึงซึมซับเรื่องราวผ่านนิทานต่างๆในขั้นตอนนี้ ผู้เรียนมีความสุขกันมากที่ได้เลือกเรื่องราวที่แต่ละคนสนใจไปนั่งอ่านเองในมุมโปรด จากนั้นก็มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกันเองในกลุ่มย่อยตามอัธยาศัย และแวะเวียนมาแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มใหญ่กันเป็นครั้งคราว

         

คลังคำศัพท์ที่เพียงพอ เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเขียน เพราะจะช่วยให้การคิดไม่ติดขัดมาก การที่ผู้เรียนได้รู้จักกับคำศัพท์ในหมวดต่างๆ อย่างหลากหลาย จะช่วยให้เกิดความมั่นใจมากขึ้น สามารถทำกิจกรรมถามตอบที่สนุกสนาน และการได้อ่านหนังสือที่สนใจ ได้ฟังนิทานจากเพื่อนในห้องก็ช่วยให้มีคลังคำเพิ่มเติมได้ นอกจากนี้การเรียนรู้ผ่านเรื่องราวยังช่วยให้ได้ซึมซับทั้งเรื่องโครงสร้างของประโยค และวิธีการดำเนินเรื่องเรื่องไปพร้อมกันอีกด้วย

 

หลังจากที่ได้เรียนรู้จากการฟังนิทานหลากหลายเรื่องราวจากเพื่อนแล้ว ผู้เรียนจะได้ทดลองเขียนเรื่องราวตามจินตนาการของตน เริ่มจากการนั่งเงียบๆ แล้วจินตนาการถึงฉาก ถึงบุคคล ถึงการกระทำต่างๆ ที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ตามความคิดของตน แล้วเล่าเรื่องที่ปรากฏในความคิดอย่างฉับพลันนั้นให้เพื่อนร่วมชั้นฟัง

 

ในการเล่าจะต้องเล่าให้ละเอียดที่สุด เพื่อให้ทุกคนได้เห็นภาพในจินตนาการที่สด และมีสีสันตามไปด้วย จากนั้น นักเรียนทุกคนจึงแยกย้ายกันไปเขียนเรื่องราวตามจินตนาการของตนเอง บรรยากาศตอนนี้จะต้องสงบ สบาย เพื่อให้ความคิดได้โลดแล่นอย่างเต็มที่

 

ที่สำคัญและจำเป็นมากในช่วงของการฝึกเขียนช่วงแรกๆ คือการสร้างความมั่นใจและความกล้าเขียนให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ก่อนการตรวจความถูกต้องของคำศัพท์หรือไวยากรณ์ เพื่อให้การถ่ายทอดความคิดไม่สะดุด เพราะกลัวผิด

 

เมื่อผู้เรียนได้ฝึกฝนการเขียนจนกระทั่งเกิดความความลื่นไหล ภาพที่เกิดในชั้นเรียนคือผู้เรียนแต่ละคนจะนั่งเขียนงานของตัวเองอย่างเงียบสงบ มีการค้นคำศัพท์เป็นระยะ แลดูห้องเรียนมีพลังของบรรยากาศที่มีการเรียนรู้จากตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

ต่อจากนั้น ครูยังคงจัดประสบการณ์ให้ได้ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง จากนั้นจึงค่อยๆ ตรวจดูความถูกต้องของไวยากรณ์ในการเขียน ในช่วงปลายภาคนักเรียนสามารถเขียนได้ลื่นไหลและถูกต้องมากขึ้น

 

จะเห็นได้ว่า หากผู้เรียนได้มีประสบการณ์ในการอ่าน ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ระหว่างกัน  และได้ฝึกฝนการเขียนด้วยความกล้าเขียน โดยไม่กลัวผิดบ่อยครั้งขึ้น ก็จะสามารถพัฒนาทักษะการเขียนให้งอกงามต่อไปได้มากขึ้นเช่นกัน