1 การประชุมชมรมหมอพื้นบ้านอ.ทุ่งฝน ตามโครงการพัฒนา ระบบการจัดการความรู้
เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ที่ห้องประชุมรพ.ทุ่งฝน เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2550 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมหลัก เป็น หมอพื้นบ้านกลุ่มหมอเป่า จำนวน 19 คนสรุปได้ดังนี้
1.1 ในการจัดประชุม ผู้จัดได้นำเสนอที่มาของโครงการ แนวคิดและเป้าหมายหลักของ
โครงการ คือ การจัดการความรู้ของหมอพื้นบ้าน และการเพิ่มขีดความสามารถของหมอพื้นบ้านในการรวมกลุ่มกันทำกิจกรรมที่เป็นวัตถุประสงค์ร่วมกัน จากนั้นแบ่งกลุ่มสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับความรู้ของหมอแต่ละคน
1.2 บทเรียนจากการสัมภาษณ์หมอเป่าในครั้งนี้ คือ เกี่ยวกับการถามถึงคาถาที่หมอเป่าใช้
เพราะถึงแม้คาถาที่หมอเป่าใช้จะเป็นคาถาสั้นๆ ง่ายๆ แต่มีนัยเกี่ยวกับวัฒนธรรมชุมชน โดยเฉพาะข้อปฏิบัติของหมอเป่าและการเรียนเป็นหมอเป่านั้นจะต้องมีการยกครูก่อน ก่อนที่จะเรียน และจะต้องปฏิบัติตัวตามครูสอนไว้ เช่นการไม่กินมังสัง 10 อย่าง , การไม่ถ่มน้ำลาย ถ่ายหนัก เบา ใส่น้ำ ซึ่งเมื่อถามเกี่ยวกับคาถาที่ใช้นั้นหมอเป่าจะบอกว่า “เว่าได้ แต่เอาไปบ่ได้ ถ้าบ่ได้ยกครูก่อน” หมายถึง ในการสัมภาษณ์นั้นสามารถจดบันทึกไปได้ แต่การจะนำไปใช้นั้นผู้ใช้จะต้องมีครูเสียก่อน
1.3 แบ่งกลุ่มหมอเป่าได้ดังนี้
ประเภทหมอเป่า จำนวน (คน)
1. เป่างูสวัด 3
2. เป่ากลาง 1
3. เป่าตาแดง ตาซ่อน 3
4. เป่าก้างติดคอ 1
5. เป่ากระดูก 4
6. เป่าฝีไข่พุพอง 1
7. เป่าไข้หมากไม้ 2
8. เป่าแผลสัตว์ 1
9. เป่าอุบัติเหตุ 1
10. เป่างูกัด 3
11. เป่าปันดง 1
12. เป่าปวดขา ปวดเมื่อยตามตัว ปวดหู 1
13. เป่าเสียพิษไฟ 1
14. เป่าเด็กร้องไห้ 1
15. เป่าห้ามเลือด 1
16. เป่าไข้ 1
17. เป่ากำเริด 1
สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป
หลังจากการประชุม ที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางที่หมอเป่าแต่ละคนจะสามารถบันทึกประวัติการรักษาผู้ป่วยที่มาหาหมอเป่าได้ และนัดว่าคราวต่อไปจะได้สรุปข้อมูลจากการสัมภาษณ์มาให้หมอดู และเชิญผู้นำท้องถิ่นเข้ามาร่วมเรียนรู้ไปกับหมอเป่าด้วยว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
2. การประชุมชมรมหมอพื้นบ้านอ.บ้านดุง ตามโครงการพัฒนา ระบบการจัดการความรู้
เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพ ที่สอ.บ้านทุ่ง ต.บ้านชัย อ.บ้านดุง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2550 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมหลัก เป็น หมอพื้นบ้าน จำนวน 16 คน สรุปได้ดังนี้
2.1 บทเรียนที่ได้จากการสัมภาษณ์หมอพื้นบ้าน ซึ่งแบ่งกลุ่มหมอได้ดังนี้
ประเภทหมอ จำนวน (คน)
1. หมอนวดแผนไทย 2
2. หมอธรรม 3
3. หมอเป่า 5
4. หมอจ้ำ 2
5. หมอยาสมุนไพร 6
สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป
หลังจากการประชุม ผู้รับผิดชอบโครงการได้ฝากการบ้านให้พื้นที่ โดยกลุ่มหมอพื้นบ้านของพื้นที่ได้เตรียมข้อมูลเพื่อใช้ในการพูดคุยคราวถัดไป ได้แก่
· คน – สำรวจเพิ่มเติมหมอพื้นบ้านในพื้นที่ ที่ยังไม่ได้มาร่วมกิจกรรม
· ตำรา – ใบลานอยู่กับใคร ยังงัย (งานการแพทย์แผนไทยจะได้จัดหาให้)
· ป่าสมุนไพร – ในพื้นที่ มีป่า / พื้นที่ที่หมอพื้นบ้านใช้เก็บยาสมุนไพรอย่างไร
· บันทึกคนไข้
3. การประชุมติดตามการดำเนินงานตามโครงการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านสุขภาพเพื่อการพึ่งตนเอง ของชมรมหมอพื้นบ้านอ.บ้านดุง (โครงการ สสส.) อ.บ้านดุง ที่ห้องประชุม สสอ.บ้านดุง เพื่อใช้เป็นข้อมูลนำเสนอความก้าวหน้าผลการดำเนินงานโครงการ ที่กระทรวงสาธารณสุข ในวันที่ 17 – 18 ธันวาคม 2550 สรุปได้ดังนี้
3.1 จำนวนหมอพื้นบ้านที่สำรวจในแต่ละตำบล
ประเภท
หมอพื้นบ้าน ต.นาคำ ต.วังทอง ต.บ้านม่วง ต.นาไหม ต.บ้านจันทน์ รวม
1. หมอยา 11 9 13 6 15 54
2. หมอเป่า 7 4 5 12 5 33
3. หมอตำแย 3 - 2 2 4 11
4. หมอนวด - - - - 3 3
รวม 21 13 20 20 27 101
3.2 ในกลุ่มหมอยาพื้นบ้านแบ่งตามความชำนาญตามนี้
2. โลหิตจาง จำนวน 1 คน
3. ไข้หมากไม้ จำนวน 16 คน
4. กล้ามเนื้อ (ปวดขา) จำนวน 2 คน
5. โรคตับ (ฝีในท้อง) จำนวน 1 คน
6. เบาหวาน จำนวน 2 คน
7. ริดสีดวงทวาร จำนวน 6 คน
8. นิ่ว จำนวน 1 คน
9. มดลูก จำนวน 1 คน
10. อีสุกอีใส จำนวน 1 คน
11. ไข้ จำนวน 1 คน
12. กระดูก จำนวน 1 คน
13. พิษงู จำนวน 1 คน
14. ไข้จับสั่น จำนวน 1 คน
15. โรคทางเพศสัมพันธ์ จำนวน 1 คน
16. พิษแมงมุม จำนวน 1 คน
17. ฝีพิษ จำนวน 1 คน
18. แม่ลูกอ่อนกินผิด จำนวน 1 คน
3.3 ในกลุ่มหมอเป่าแบ่งตามความชำนาญตามนี้
1. แผลเปื่อย พุพอง จำนวน 1 คน
2. กระดูก จำนวน 19 คน
3. กำเริด จำนวน 3 คน
3.3 ในกลุ่มหมอเป่าแบ่งตามความชำนาญตามนี้
1. แผลเปื่อย พุพอง จำนวน 1 คน
2. กระดูก จำนวน 19 คน
3. กำเริด จำนวน 3 คน
4. ไข้หมากไม้ จำนวน 4 คน
5. ร้อนใน จำนวน 2 คน
6. งูสวัด จำนวน 2 คน
7. ตาแดง จำนวน 1 คน
4. ผลการตรวจเยี่ยม สถานบริการน้ำมันบางจาก สนามบิน อุดรธานี (โครงการเหนื่อยนักพักนวด) สรุปได้ดังนี้
4.1 งานฯแจ้งสรุปผลการนวด ตามจำนวนผู้รับบริการ และจำนวนชั่วโมง ข้อมูลตั้งแต่ปี 2549 – 2550 พบว่ามีแนวโน้มจำนวนผู้รับบริการเพิ่มสูงขึ้น อย่างรวดเร็ว และให้กลุ่มพนักงานนวดวิเคราะห์ สรุปว่าเนื่องจากการมีการให้บริการที่ดี ผู้รับบริการจึงช่วยประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นมารับบริการด้วย ประกอบกับมีการประชาสัมพันธ์ผ่านทางสื่อสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ( Home cable) ที่มาถ่ายทำเทปบันทึกภาพเผยแพร่ (ซึ่งได้รับการประสานงานจากงานประชาสัมพันธ์ และงานการแพทย์แผนไทยฯ สสจ.อุดรธานี) และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้ร่วมออกรายการประชาสัมพันธ์ให้ด้วย
4.2 ติดตามผลการขอติดตั้งศาลาพักนวด ซึ่งยังไม่ได้รับการพิจารณาให้ดำเนินการ
4.3 การขอสนับสนุนงบประมาณจาก สสส. รออนุมัติโครงการ
สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป
1.รายงาน นพ.สสจ.ถึงผลการดำเนินงานของกลุ่มพนักงานนวด
5. ประชุมคณะกรรมการพัฒนาโครงสร้างหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น(หลักสูตรนวดไทย) ในวันที่ 18 ธันวาคม 2550 ที่ห้องประชุมวิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดอุดรธานี สรุปได้ดังนี้
5.1 วิทยาลัยสารพัดช่างจังหวัดอุดรธานี จะยื่นขอรับรองหลักสูตรการนวดไทย 80 ชม. และหลักสูตรนวดฝ่าเท้า 60 ชม. ต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งงานฯได้เปรียบเทียบโครงสร้างหลักสูตรของวิทยาลัยสารพัดช่างที่จัดทำขึ้น กับโครงสร้างหลักสูตรกลางของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พบว่า ยังมีสิ่งที่ต้องปรับปรุง แก้ไข และเพิ่มเติม ในรายละเอียด เช่น จำนวนชั่วโมงทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้ถูกต้องตรงกับโครงสร้างหลักสูตรกลางทุกประการ รายวิชาที่จัดให้มีการเรียนการสอนต้องครบถ้วนตามโครงสร้างหลักสูตรกลาง วิทยากรต้องมีคุณสมบัติครบตามที่กำหนด เป็นต้น จึงได้ให้คำแนะนำ และข้อคิดเห็น
5.2 เจ้าหน้าที่กลุ่มงาน คบส. ได้ชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอนการยื่นขอรับรองหลักสูตร และให้เอกสารไว้เพื่อใช้เป็นแนวทาง
สิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป
1. ประสานกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เพื่อขอความรู้และรายละเอียดเพิ่มเติม