การทำงานแบบกลืนจ้อทั้งลูก เพื่อเร่งโชว์ผลงาน

          จากประสบการณ์ในการทำงานของผมที่ผ่านมา  พบว่าหลายครั้งหลายครา   เรานำนวัตกรรมนำเข้าจากต่างประเทศมาใช้ค่อนข้างมาก

         นวัตกรรมต่างๆ  มักจะมีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษ  พร้อมกับคำบรรยายขยายความว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้  ต่อมาก็มีการจัดประชุมอบรมกันเสีย สองสามวัน  เสร็จแล้วก็ให้ดำเนินการตามนวัตกรรมนำเข้า

          หลายคนต่างก็พยายามจะต้องทำให้ได้   เพื่อให้มีผลงาน

         จึงเกิดการทำงานแบบ กลืนจ้อทั้งลูก ครับ

         ขอเล่านิทานเรื่องกลืนจ้อทั้งลูกให้ฟัง

 

                                          กลืนจ้อทั้งลูก

 

กาลก่อน มีหมอคนหนึ่งกล่าวต่อผู้คนว่า การกินผลสาลี่ดิบนั้นมีประโยชน์ต่อฟันมาก แต่ถ้ากินเข้าไปมากๆจะเป็นผลร้ายต่อม้ามได้ ส่วนการกินลูกจ้อนั้น มีประโยชน์ต่อม้าม แต่กลับไม่เป็นผลดีต่อฟัน.

 

มีกระทาชายหนึ่งทำเป็นอวดฉลาด เมื่อได้ยินหมอพูดเช่นนี้ก็รีบกล่าวต่อคนข้างเคียงว่า "ข้านั้นกลับมีวิธีที่ดีอย่างหนึ่ง ถ้าใช้วิธีของข้า ก็จะสามารถรับประโยชน์ของผลสาลี่ดิบและลูกจ้อที่มีต่อสุขภาพของคนเราได้ และยังสามารถหลีกเลี่ยงผลที่ไม่ดีด้วย".

 

หมอได้ยินคำพูดของชายผู้นี้ก็รู้สึกแปลกใจ จึงขอให้เขาช่วยบอกวิธีการที่ว่านี้ ชายผู้นี้จึงพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องว่า"วิธีการที่ดีก็คือ เวลากินผลสาลี่ดิบก็ใช้ฟันเคี้ยวอย่างเดียว แต่ไม่ต้องกลืนเข้าไปในท้อง การทำเช่นนี้ก็จะมีประโยชน์กับฟัน และก็ไม่เป็นผลเสียต่อม้าม ส่วนเวลากินลูกจ้อ ข้าก็ไม่ใช้ฟันเคี้ยว หากจะกลืนลงท้องไปทั้งลูก นี่มิใช่จะเกิดประโยชน์ต่อม้ามดอกหรือ และก็ไม่ส่งผลเสียต่อฟันด้วย."

 

ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นฟังคำพูดของกระทาชายผู้นี้แล้ว ต่างหัวเราะขบขัน มีคนผู้หนึ่งกล่าวขึ้นว่า"การที่ท่านกินผลสาลี่ดิบเอาแต่เคี้ยวโดยไม่กลืนนั้น นี่ยังพอไหว แต่การกินลูกจ้อโดยไม่เคี้ยว กลืนเข้าไปทั้งลูกนั้น คงมีความยากลำบากมาก ท่านกลืนลูกจ้อเข้าไปทั้งลูกเช่นนี้ กระเพาะและลำไส้คงพังแน่?"

 

ต่อมาภายหลังผู้คนได้ผูกสำนวนจากนิทานเรื่องนี้ขึ้นว่า"กลืนลูกจ้อทั้งลูก" สำนวนนี้ ภาษาจีนอ่านว่า" "

 

(หู หลุน ทุน จ่าว) คำว่า"  " มีความหมายว่าทั้งหมด ทั้งลูก คือการกลืนลูกจ้อลงไปทั้งลูก แม้แต่เม็ดก็ไม่คายออก เคี้ยวก็ไม่เคี้ยว ก็จะว่า" " อันเป็นการใช้มาอุปมาถึงด้านการศึกษาเล่าเรียนว่าไม่ทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ สักแต่ท่องอ่านตามตำราเท่านั้น ซึ่งเปรียบไปก็ประหนึ่งกินของไม่เคี้ยวให้ละเอียด ไม่รู้รสชาติและก็ไม่ย่อย ไม่สามารถรับไว้ได้ เหมือนกับการยกมาทั้งกระบิ หรือกลืนเข้าไปทั้งดุ้น เข้าทำนองที่สำนวนไทนว่า"เถรส่องบาตร"คือทำตามอย่างด้วยโง่เซ่อ ไม่คิด.

 

    ครับ   การทำงานแบบกลืนจ้อทั้งลูก   คือ การทำตามโดยไม่คิดครับ     มีอะไรเข้ามาก็รีบทำตามทันทีเพื่อให้มีผลงานมาโชว์กันครับ