แม้ว่าผิวหนังและกล้ามเนื้อจะดูไม่สดใสแข็งแรงเหมือนก่อนเนื่องจากกาลเวลาที่ผ่านเลยไป แต่คุณยาย Rita Levi-Montalcini กล่าวว่าความคิดและกำลังสมองยังคงว่องไวอาจจะดีมากกว่าเมื่ออายุ 20 ปีด้วยซ้ำ

Image Source 2
เมื่อ 22 เมษายน ที่ผ่านมา คุณยาย Rita Levi-Montalcini ก็มีอายุ 100 ปีพอดี (1909-2009)
- เป็นลูกแฝด มีคุณพ่อเป็นวิศวกรไฟฟ้าและนักคณิตศาสตร์ที่เก่งกาจ คุณแม่เป็นช่างทาสี และมีพี่ชาย 1 คน และพี่สาว 1 คน
- ด้วยความที่เกรงว่าการทำงานวิชาชีพจะทำให้ลูกสาวไม่สามารถทำหน้าที่ของภรรยาและแม่ได้เต็มที่ พ่อของคุณยายก็ไม่สนับสนุนให้ลูกสาวทั้งสามคนเรียนอะไรที่จะนำไปสู่การทำงานตามวิชาชีพ ดังนั้นไม่สมัครเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย แต่เมื่อคุณยายอายุ 20 ปีก็รับบทบาทของสตรีที่คุณพ่ออยากให้เป็นไม่ได้ ขออนุญาตเรียนต่อ แล้วก็เริ่มเก็บรายวิชาต่างจนจบมัธยมแล้วเข้าเรียนต่อแพทย์ที่ทูริน (Turin)
- สิ่งที่ประทับใจคือได้มีโอกาสเรียนฮีสโตโลยี กับอาจารย์ Giuseppe Levi ที่ฝึกฝนความรู้ให้เป็นอย่างดีและยังสอนให้รู้วิธีการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์
- คุณยายสำเร็จหลักสูตรแพทย์และศัลยกรรมในปี ค.ศ.1936 จากนั้นเรียนต่อเฉพาะทางด้าน ประสาทวิทยาและจิตวิทยา เมื่อจบก็สองจิตสองใจว่าจะประกอบอาชีพเป็นหมอหรือว่าจะทำวิจัยทางประสาทวิทยา
- 1936-1945 เป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง มีผลต่อเธออย่างมากเนื่องจาก การกีดกันชาวยิว (non-aryan Italian citizens) ทำให้เธอต้องอพยพไปที่บรัสเสลส์ แล้วในปี1940เมื่อทหารเยอรมันบุกเบลเยี่ยมจึงกลับมาทูรินมาพบครอบครัว ตอนนั้นยังมีโอกาสเลือกว่าจะหนีไปอเมริกาหรือว่าจะหลบซ่อนไม่ติดต่อกับคนอารยันภายนอก ซึ่งในที่สุดก็ตัดสินใจที่ไม่ไปอเมริกา คุณยายก็เริ่มทำงานวิจัยอยู่ที่บ้านโดยติดตั้งเครื่องมือในห้องนอน สิ่งที่เป็นแรงบรรดาลใจของเธอขณะนั้นคือบทความปี 1934 ของ Viktor Hamburger เกี่ยวกับผลที่เกิดจากการตัดปีกตัวอ่อนของไก่
- ปี 1941 ต้องหนีออกจาก ทูริน ไปอยู่ชานเมืองสร้างห้องปฏิบัติการเล็กๆขึ้นใหม่แล้วก็เริ่มทำการทดลองต่อ แล้วปี 1943 เยอรมันบุกอีกก็ไปหลบอยู่ใต้ดินในฟลอเรนซ์
- 1944 กองทัพแองโกล-อเมริกันเข้ามาและขับไล่ทหารเยอรมันออกจากฟลอเรนซ์ ที่นี่เธอได้รับการจ้างให้เป็นแพทย์ประจำค่ายผู้ลี้ภัย เธอต้องทำหน้าที่ดูแลทั้งการพยาบาลและการแพทย์
- 1945 สงครามในอิตาลียุติลง คุณยายก็เดินทางไปรวมกับครอบครัวที่ทูริน แล้วก็กลับมารับตำแหน่งทางสายวิชาการในมหาวิทยาลัยต่อ (รวมแล้วระเหเร่ร่อน อยู่เก้าปี 1936-1945)
- ปี 1947 ศ. Viktor Hamburger ก็เชิญมาร่วมวิจัยแล้วก็ให้ทดลองเกี่ยวกับตัวอ่อนไก่ซ้ำอีก
- ปี 1956 ได้รับตำแหน่งรองศาสตรจารย์ แล้วอีกสองปีต่อมาก็ได้เป็นศาสตราจารย์
- ปี 1962 มาก่อตั้งหน่วยวิจัย European Brain Research Institute ในกรุงโรม
- 1969-1978 ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบัน Institute of Cell Biology of the Italian National Council of Research ในกรุงโรม
- 1979 ค้นพบ Nerve growth factor
- 1986 ได้รับรางวัลโนเบิลร่วมกับ Stanley Cohen ในการค้นพบ Nerve growth factor ที่ทำให้เซลล์ประสาทเจริญแล้วเปลี่ยนไปทำหน้าที่เฉพาะ
- ปัจจุบันคุณยายยังทำงานทุกวันที่ European Brain Research Institute

ภาพ โปรตีน Nerve Growth Factor (NGF)
ข่าวว่า ทุกวันนี้คุณยายใช้ยาหยอดตาที่มีแฟคเตอร์ NGF ที่คุณยายค้นพบ หยอดตาทุกๆวัน ซึ่งไม่รู้ว่าสิ่งนี้เป็นความลับที่ทำให้สมองคุณยายยังคงมีพลังในการทำงานอยู่หรือเปล่า ("Every day, she takes NGF in the form of eye drops," he said, "but I can't say for sure if this is her secret. [2])
ตอนแรกมันเหมือนกับว่าเจ้าสารนี้ออกฤทธิ์เฉพาะระบบประสาทส่วนปลาย แต่ต่อมาเหมือนว่ามีผลดีต่อสมองมากๆ (At the start, it seemed this molecule's effect was restricted to acting on the peripheral nervous system, but then it emerged that it has a very important role in the brain.2)
สมองไม่ได้มีโครงสร้างที่คงเหมือนเดิมตลอดกาลอย่างที่เคยเชื่อกัน จริงๆแล้วมันเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และแฟคเตอร์ NGF ไปช่วยให้เซลล์ประสาทไม่ตาย (Contrary to what was believed, the brain does not have a rigid structure but is in continuous movement, and NGF helps neurons – which we begin to lose between 10 and 15 years old – survive."2)
ข้อมูลนี้คงต้องรอการสรุปผลการศึกษาอย่างแน่นอน
[1] http://nobelprize.org/nobel_prizes/medicine/laureates/1986/levi-montalcini-autobio.html
[2] Peter Popham Is this the secret of eternal life? http://www.independent.co.uk/news/science/is-this-the-secret-of-eternal-life-1674005.html
สวัสดีค่ะ อาจารย์
อยาก อายุ 100 ปี แต่สอดคล้องกับ บ้านเมืองเราไหมเนี่ย เอิ๊กเอิ๊ก
ขอบคุณค่ะ อาจารย์
แวะมาอ่านเรียนรู้ ทักทาย
มีความสุขในการทำงานนะคะ
ขอบคุณค่ะ
พอดีวันนี้อ่าน บทความเกี่ยวกับ ปู่เย็น เฒ่าทรนง จ.เพชรบุรี แข็งแรงมาก เพิ่งจากไป มีอายุกว่า 108 ปี!!!
แวะมาอ่าน..อายุยืนยาวและเข็งแรงหายากมากนะคะ
ใช่แล้วครับคุณครู
อายุยืนยาว ไม่เจ็บป่วย ได้เห็นและอยู่กับความสวยงามของธรรมชาติ (ปู่เย็น ก็อยู่กับแม่น้ำเพชรบุรีมาตลอด) ตอนจากไปก็ไม่ต้องเจ็บป่วยนานครับ