ความโล่งจากการหลุดพ้นจากกรอบหัวโขนที่ต้องเต้นตามจังหวะของหน้าที่ความรับผิดชอบ

         ก่อนเวลาบ่ายสองโมงเล็กน้อย พวกเรามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ น้องสาวกับน้องเขยผมเขาพอมีสตางค์ไปขึ้นตัวชั้นธุรกิจ (Business Class) สายการบินคาเธ่แปซิฟิคตามที่จองไว้แล้ว ส่วนผมภรรยาและลูกสาวไม่ค่อยมีสตางค์ซื้อตั๋วชั้นประหยัด (Economy Class) แต่วางท่าไปขึ้นตั๋วช่อง Business Class ช่องถัดกัน (ความจริงแล้วคนไม่เยอะ เขาเลยสงเคราะห์เนื่องจากไปด้วยกัน)

         เรามาปรากฏตัวในดินแดนของคิง พาวเวอร์ เวลาประมาณ ๑๔.๒๐ น. หลังจากผ่านกระบวนการขึ้นตั๋ว ส่งกระเป๋าขึ้นเครื่องและตรวจพาสปอร์ตแล้ว วันนั้นคนเดินทางไม่ค่อยมาก ทางเดินค่อนข้างโล่ง เรามีกำหนดขึ้นเครื่องก่อนบ่ายสี่โมงยี่สิบนาที น้องสาวและน้องเขยจึงพาเราไปเลาจน์ของอีวาแอร์ เขาว่าหากไปที่เลาจน์ของคาเธ่แปซิฟิคจะเข้าได้เพียงสองคนตามที่ซื้อตั๋ว แต่เขามีบัตรทองของอีวาแอร์ เลยสามารถเข้าในเลาจน์ได้ทั้งห้าคน

          ภายในอีวาแอร์เลาจน์ มีฝรั่งนั่งเล่นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ้คอยู่สามคน (คนละเครื่อง) นั่งกินอาหารห้าหกคน เราได้ที่นั่งริมสุดพอวางสัมภาระติดตัวแล้ว น้องสาวผมก็พูดขึ้นว่า

         "ใครอยากกินอะไร บริการตัวเองเลยนะ" เธอพูดช้าไปนิด เพราะตอนนั้นลูกสาวผมไปถึงเครื่องดื่มกระป๋องแล้ว ผมเดินตามไปที่ริมผนังด้านในมีของกินและเครื่องดื่มเยอะพอควร ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นของเมา มีทั้งวิสกี้สุดยอดบรั่นดีชั้นดี ไวน์ก็น่าจะดีเยี่ยม (ผมไม่คุ้นกับไวน์เลยไม่กล้าวิจารณ์) ที่ว่ามาไม่มีของไทยเลย ผมเดินผ่านเครื่องเมาทั้งหลายโดยไม่แยแส (ดื่มมามากแล้วตอนนี้ขอพักฟื้นก่อน) ผมรินน้ำส้มคั้นใส่แก้วและคีบผลไม้หลายอย่างใส่จาน แค่นั้นก็พอแล้ว ส่วนคนอื่นๆ ได้อะไรหลายอย่าง บะหมี่ สปาเก็ตตี้ ถั่วถุง ขนมหวาน กินกันจนอิ่มหนำสำราญก็เดินออกมา

          ตอนนั้นเวลาประมาณบ่ายสามโมงครึ่ง เรามีเวลาอีกเกือบชั่วโมง จึงเดินเล่นไปเจอนักศึกษาห้าคนกำลังวาดรูปเหมือนนักเดินทางด้วยดินสอ พอดีมีคนหนึ่งเพิ่งจะวาดเสร็จ ภรรยาผมจึงนั่งให้เขาวาด หลังจากนั้นอีกคนก็ว่างน้องสาวผมรีบนั่งให้เขาวาดและถัดไปก็น้องเขย ผมยืนดูด้วยความชื่นชมในฝีมือของเขาเหล่านั้น  เสียดายตอนนี้จำไม่ได้ว่าเป็นนักศึกษาสถาบันไหน

          วาดเสร็จพอดีก็ได้ยินเสียงประกาศให้ผู้ที่จะเดินทางไปฮ่องกงไปขึ้นเครื่องได้ พวกเรารีบเดินไปประตู E2 เพื่อขึ้นเครื่องบินสู่ฮ่องกง

          คาเธ่แปซิฟิคลำใหญ่โอ่อ่าพาเราออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลาบ่ายสี่โมงครึ่งถึงสนามบินฮ่องกงเวลาท้องถิ่น ๑๙.๓๐ น. แต่เวลาเดินทางเพียง ๒ ชั่วโมง เนื่องจากเวลาฮ่องกงช้ากว่าไทยหนึ่งชั่วโมง เครื่องจะไปลอสแอนเจลิสออกเวลา ๒๓.๑๕ น. เราจึงต้องหาวิธีใช้เวลาที่มีให้อยู่ให้เกิดประโยชน์ตามความพอใจของแต่ละคน

         ผมได้ดอลล่าร์ฮ่องกงจากน้องสาวที่เขาแลกมาให้อัตรา ๔ บาทต่อ ๑ ดอลล่าร์ฮ่องกง ขั้นแรกไปซื้อน้ำ ๒ ขวด ให้ภรรยาขวดหนึ่ง แล้วผมก็เดินสำรวจคนเดียวพร้อมกับน้ำขวดที่เหลือ

         รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสนามบิน แต่นั่นยังน้อยไปกว่าความโล่งจากการหลุดพ้นจากกรอบหัวโขนที่ต้องเต้นตามจังหวะของหน้าที่ความรับผิดชอบ