แพ็คกระเป๋าเตรียมพร้อมเพื่อเช็คเอ๊าท์ออกจากโรงแรมหลังอาหารเช้า เร่งตนเองให้แล้วเสร็จทันเวลา 7:00 น เพื่อแก้ปัญหาการแออัดของผู้รับบริการอาหารเช้า แปลกแฮะวันนี้มีแขกไม่เยอะ ….เอ หายไปไหนกันหมดน๊า ไกด์เช็คจำนวนลูกทัวร์รอบที่ 2 ก่อนสั่งให้รถเคลื่อนตัวออกจากโรงแรม รถแล่นได้สัก 150 เมตร
เสียงลูกทัวร์คนหนึ่งตะโกนบอกว่ายังไม่ครบ ไกด์งงงวยเพราะนับได้ 26คนนี่นา อ้อ….นึกได้ว่ามีแขกของลูกทัวร์คนหนึ่งขอนั่งรถไปด้วย ส่วนอีก 1คนคือคุณน้ำไกด์ชาวเกาหลีที่มาช่วยเสริมทัพตั้งแต่เมื่อวานเพื่อคอย
ช่วยคุณป้อมไกด์หนุ่มไทย ยามที่คุณจูหนุ่มผู้ช่วยไกด์ชาวเกาหลีไปทำธุระ รถเลี้ยวกลับมาด้านหน้าโรงแรม
อีกครั้งหนึ่งเพื่อรับลูกทัวร์อีก 2 คน คณะฯของเราเคลื่อนขบวนไปยังศูนย์โสม รายการนี้เป็นไฟท์บังคับของ
การท่องเที่ยวเกาหลี เหมือนกับอีกหลายๆประเทศที่เป็นกฎ กติกา ที่บริษัททัวร์ทุกบริษัทต้องบรรจุในรายการ
ท่องเที่ยว เช่นถ้าไปเที่ยวประเทศจีน ต้องไปโรงงานผลิตไข่มุก / หยก / ชา / บัวหิมะ หากไปทัวร์สหรัฐอเมริกา
แถบลาสเวกัส ต้องแวะที่BARSTOW FACTORY OUTLET แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุด ให้ช้อปปิ้งสินค้า
นานาชนิดราคาขายส่งจากโรงงาน อาทิเช่น ลีวายส์ โปโล ผ้าปูที่นอน เครื่องนอนเครื่องครัวของเด็กเล่น
รองเท้ากีฬา รองเท้าหนังทิมเบอร์แลนด์ เนคไท แว่นตาเรย์แบนด์ กระเป๋า SAMSONITE ฯลฯ เป็นต้น อันดับ
แรกเขาให้ไปฟังการบรรยายสรรพคุณของโสม หากเป็นคณะฯของคนไทย ก็ให้พนักงานขายที่เป็นชาวไทย
เป็นผู้บรรยาย โสมเกาหลีมีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่งของโลกในเรื่องของสรรพคุณ เนื่องจากปลูกในดินแดนที่
ถือว่าดีที่สุดตามหลักของฮวงจุ้ย ได้รับพลังจากแสงอาทิตย์และแสงจันทร์อย่างเต็มที่(หยิน- หยาง) มีการผลิตทั้ง
ในรูปแบบของแค็บซูล / แบบผง /และแบบน้ำ ราคาสูงมากสำหรับมนุษย์เงินเดือนอายุงานขนาดเรา และมี
นิทรรศการเล็กๆ จัดแสดงโสมตามอายุ รวมทั้งภาพของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของโสม เช่นQueen Elizabeth และดาราของบางประเทศ(จำไม่ได้แล้ว) ที่ฮือฮา ก็คือโสมคน ที่เรียกเช่นนั้นเพราะรูปร่างคล้ายคน
มาก แถมแยกเพศอีกต่างหาก นอกจากได้ฟังการบรรยายถึงสรรพคุณที่แสนจะวิเศษแล้ว ดูรูปร่างของโสมคน
เพศชาย ท่านสุภาพบุรุษหลายท่านอาจตัดสินใจทุ่มซื้อเลยทันทีเพราะมองดูขนาดของอวัยวะเพศสมมุติ
ค่อนข้างจะมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร แต่โสมคนเพศหญิงก็มองดูธรรมดา คล้ายๆนุ่งกางเกงในก็น่ารักไปอีก
แบบหนึ่ง ไกด์ถามหาว่ามีใครซื้อมาบ้างไหม พอทราบว่าไม่มีท่านใดซื้อ เลยแซวว่าไปซื้อช็อกโกแล็ตกินดี
กว่าไหม ต่อจากนั้นพาไปชมบรรยากาศรอบนอกของมหาวิทยาลัยใกล้ๆ บริเวณภัตตาคารที่จะไปทานอาหาร
กลางวัน ทั้งตัวอาคารและการตกแต่งจะคล้ายๆกับมหาวิทยาลัยแถบยุโรป
อาหารกลางวันเป็นสุกี้หมูเกาหลี มีเส้นมาม่าเสริฟ์ด้วยนอกจากวุ้นเส้นและข้าวสวย ดูเหมือนว่าไม่มีใครกิน
ข้าวสวยเลย คณะฯของเราเรียกหามาม่าเติมหลายรอบ เส้นนุ่มเหนียวต่างไปจากมาม่าของไทย มาเที่ยวเกาหลี
ครั้งนี้รับประทานหมูเขาหมดไปหลายเล้าแล้ว อาหารที่นี่ขอเติมได้ทั้งเนื้อและผักอย่างไม่อั้น กินกันอย่างเต็ม
อิ่มทุกมื้อ ช่วงบ่ายให้เวลาช้อปกันอย่างจุใจที่ย่านเมียงดงหรือสยามสแควร์เกาหลี น้องกุ้ง เจ้าของร้านบูติกส์
แถบบางแค แลกเงินไปเกือบ 2ล้านวอน เธอจึงมีเงินวอนให้คณะฯของเราได้แลกเงินบาทเพิ่มเติม พวกเรา
4สาวได้ใช้บริการแลกเงินจากเธอสัก 3รอบ ก็คิดว่ามันน่าจะพอ ช้อปไป-ช้อปมา อ๊าว…เงินวอนหมดอีกแล้ว
ร้านค้าส่วนมากก็รับบัตรเครดิต แต่เครื่องที่นี่มีปัญหากับบัตรวีซ่าธนาคารกรุงเทพฯของเรา ลองรูดมาหลาย
ร้านแล้วไม่ประสบผลสำเร็จสักร้านหนึ่ง ต้องขอยืมบัตรเครดิตของเพื่อนรูดไป 2-3ครั้ง(นี่ไงข้อดีของการมี
เพื่อนเที่ยว) เฮ้ออออ เสียSelf ไปเลย นำไปใช้กับประเทศอื่นๆเช่นอเมริกา แคนาดา ยุโรป ญี่ปุ่นและ
แถบเอเชียอย่างเช่นเวียตนามกับลาวยังO.K. ขนาดก่อนบินยังรูดใช้และพอกลับมาถึงยังรูดอีก 3 รอบก็ไม่มี
ปัญหา อุตส่าห์เลือกที่จะถือบัตรวีซ่าของที่นี่แห่งเดียวนะเนี่ย นับว่าเป็นอุทธาหรณ์ที่ดี จำไว้เลยยยย(เตือน
ตนเอง) ช้อปกันจนหมดแรงเดิน ได้รองเท้ามาคนละ 2-3 คู่ เสื้อคนละ 1-2ตัว กลับมารอคณะฯยังจุดนัดหมาย
ไกด์พาแวะช้อปเพิ่มเติมที่ร้านแห่งหนึ่งใกล้ๆสนามบินเพื่อใช้บริการแพ็คของที่เขามีบริการให้ คุ้มค่าดีแท้
ไกด์แจกแบบประเมินผลให้ลูกทัวร์ได้เช็คก่อนขึ้นเครื่องบินกลับ
เครื่องบินออกเดินทางล่าช้าไป 25นาที เนื่องจากรอผู้โดยสารท่านหนึ่ง ระยะทางจากด้านหน้ามาถึง
gate ขึ้นเครื่องค่อนข้างไกล พูดแซวหยอกล้อกันเองว่า หากรู้ว่าอายุมากแล้ว พยายามไม่ไปท่องเที่ยวให้เป็น
ภาระผู้อื่นนะ กว่าเครื่องบินจะบินขึ้นและไต่ระดับถึงขั้นปลอดภัย ส่งผลให้การบริการอาหารล่าช้าไปด้วย
มันชิ่งกระทบเหมือนการเล่นสนุกเกอร์ คงเคยได้ยินสำนวนไทยที่เรียกการรับประทานอาหารช่วงเย็นแบบ
สั้นๆว่า กินข้าวเย็น…. เป็นข้าวที่เย็นสมชื่อจริงๆ เย็นแบบภูมิอากาศของเกาหลีคือเก็บใส่ตู้ทำความเย็นไว้
ทั้ง 4สาวหม่ำกันอย่างเร่งรีบตามสปีดของความหิว(ไม่ใช่มูมมามหรือตะกรุมตะกราม) แหม…รวมเงินจาก
ทั้ง 4คนยังเหลือไม่ถึง 4000วอนเลยค่ะ จะไปซื้อหาอาหารมารับประทานได้ไง มีแต่เงินสกุลบาท และบัตร
วีซ่าที่เครื่องเกาหลีไม่รับ เครื่องบิน landingตามเวลาเป๊ะ 23:50น. ณ สนามบินสุวรรณภูมิ JEJU AIRเธอก็
แน่เหมือนกัน คุณป้อมไกด์หนุ่มน่ารักแห่ง DiscoveryKorea ของเรายืน Bye-Byeส่งลูกทัวร์ตรงที่รับกระเป๋า
ขอบคุณสำหรับเวลาดีๆ ตลอดระยะ เวลาที่ท่องเที่ยวในเกาหลีอย่างคุ้มค่า คุณป้อมเป็นไกด์ที่สุภาพ เรียบร้อย
มีอารมฌ์เย็น และมีวาทศิลป์ที่เป็นเสน่ห์ คอยดูแลและใส่ใจกับลูกทัวร์อย่างเสมอภาคค่ะ สมาชิกจำนวน 26 คน
ของคณะฯเรา เข้ากันได้ดี ต่างถ้อยที-ถ้อยอาศัย ส่งผลให้การท่องเที่ยวครั้งนี้ HAPPY สุดๆสมกับชื่อของทริปนี้
Special Colorful Korea ค่ะ


