ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 23 กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอสันทรายประมาณ 8 กิโลเมตร พื้นที่ตำบลหนองแหย่ง ที่มีสภาพชุมชนชนบท มีทั้งที่ราบสูงและที่ราบต่ำ บางหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านที่กรมชลประทานอพยพผู้คนในเขตตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด มาตั้งถิ่นฐานใหม่เพื่อการจัดสร้างเขื่อนแม่กวงอุดมธารา ประชาชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง เป็นส่วนใหญ่ เป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีฐานการทำงานเรื่องสุขภาพ อนามัยชุมชนอย่างเข้มแข็ง นับเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 - พ.ศ.2551 โดยมีสถานีอนามัยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการทำงานสุขภาพชุมชน ทั้งเรื่องผู้สูงอายุ เยาวชน และอาสาสมัครสาธารณสุขชุมชน (อสม.) รวมทั้งมีกระบวนการในการทำงานเรื่องผู้ติดเชื้ออย่างจริงจังเป็นรูปธรรม เช่น การเยี่ยมบ้าน การจัดตั้งกลุ่มผู้ติดเชื้อที่มีกิจกรรมการช่วยเหลือภายในกลุ่ม และการประสานให้ข้อมูลในการขอรับการสงเคราะห์ทุนยังชีพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
เวลากว่า 7 ปี ฐานงานด้านสุขภาพ สุขภาวะชุมชนของชุมชน ได้กลายเป็นต้นทุนสำคัญของชุมชน ทุนที่ก่อเกิดคนที่เห็นความสำคัญ และตระหนักในเรื่องสุขภาพ และทุนของชุมชนที่มีพื้นฐานทำงานอย่างมีส่วนร่วมมาจากการทำงานเรื่องผู้ติดเชื้อในพื้นที่
ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.2545 ชุมชนในตำบลหนองแหย่งจึงตื่นตัว และมองเห็นพิษภัยจากยาเสพติด อันเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาสู่การรวมตัวกันคิดแก้ไขปัญหาของหมู่บ้าน 5 หมู่ ประกอบด้วย หมู่ที่ 5 บ้านหนองบัว หมู่ที่ 7 บ้านดอย หมู่ที่ 9 บ้านแม่ฮักพัฒนา หมู่ที่ 10 บ้านพระบาท และหมู่ที่ 11 บ้านแม่ฮักพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งก่อนหน้านี้ ในปี 2543 -2544 (ก่อนนโยบายประกาศสงครามยาเสพติดของรัฐบาล) มีการแพร่ระบาดของยาบ้า โดยมีบ้านแม่ฮักพัฒนา หมู่ 9 เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการทำงานชุมชนเข้มแข็งเพื่อชนะยาเสพติด ด้วยกระบวนแก้ไขปัญหาแบบมีส่วนร่วมและขยายผลสู่หมู่บ้านอื่น ๆ และตำบลเมืองเล็นในปัจจุบัน
ไม่แก้แบบเดี่ยว..รวมกันมีพลังกว่า
จากประกายไฟเล็กๆ ที่จุดขึ้นจากโครงการสุขภาพเพื่อชุมชน ภายใต้มูลนิธิพัฒนาศักยภาพชุมชน ที่ทำงานด้านสุขภาพชุมชน และมีงบประมาณจำนวนหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 จังหวัดเชียงใหม่ ในการขับเคลื่อนงานเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ก่อเกิดการร่วมมือกันของหมู่บ้านทั้ง 5 ที่นำมาสู่การพูดคุย เปิดเวทีเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรม โดยมีเจ้าหน้าที่สถานีอนามัยทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษาในการทำงาน
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 - 2548 ขณะที่มีกระบวนการในการร่วมหนหาแนวทางแก้ไขนั้น ทั้ง 5 หมู่บ้านเองก็ได้ทำงานขยายเครือข่าย ประสานความร่วมมือไปยังหมู่อื่นๆ ด้วย เช่น หมู่ที่ 1 บ้านหนองแหย่ง หมู่ที่ 2 บ้านร้องเม็ง หมู่ที่ 3 บ้านบวกเปา หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งข้าวตอก หมู่ที่ 6 บ้านดงเจริญชัย หมู่ที่ 8 บ้านทุ่งข้าวตอกใหม่ จนกระทั่งมีการรวมตัวกันเป็นเครือข่ายในระดับตำบลหนองแหย่ง และขยายไปยังตำบลเมืองเล็น 1 หมู่ในปี พ.ศ.2547 และต่อมาขยายเพิ่มได้อีก 2 หมู่ในปี พ.ศ.2548 รวมทั้งสิ้น 3 หมู่ และกลุ่มองค์กรเยาวชนดาวในฝัน 1 องค์กร และครอบคลุมหมู่บ้านทั้งสองตำบลเมื่อปี 2549 ก่อเกิดเป็นเครือข่ายประชาคมต้านยาเสพติดตำบลหนองแหย่งและเมืองเล็นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้การบริหารจัดการภายในชุมชน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การพัฒนาเครือข่ายให้เป็นสภาพความพร้อม อย่างเหมาะสมตามศักยภาพและพัฒนาการเรียนรู้อย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืน ก่อเกิด "เครือข่ายประชาคมต้านยาเสพติดตำบลหนองแหย่งและเมืองเล็น"
วัตถุประสงค์ของเครือข่าย
- เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติดให้หมดไป
- เพื่อให้เกิดเวทีการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ประสบการณ์ภายในเครือข่ายและขยายผลแก่ชุมชนอื่น ๆ
- เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแท้จริง เป็นรูปธรรมมากขึ้นจากระดับล่าง ขึ้นสู่ระดับบน
จัดการเครือข่ายด้วยการมีส่วนร่วม
การบริหารจัดการเครือข่ายชุมชนป้องกันยาเสพติด ต.หนองแหย่งและ ต.เมืองเล็น เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชาวชุมชน ดังนั้นจึงเกิดการออกแบบโครงสร้างการทำงานในระดับที่หลากหลาย ทั้งในระดับหมู่บ้าน และระดับเครือข่าย
- การบริหารจัดการระดับหมู่บ้าน ประกอบด้วยคณะทำงานฯ จำนวน 15 - 30 คน ที่มีบทบาทและหน้าที่ คือ ร่วมวางแผนงาน ดำเนินงานตามแผน ควบคุมกำกับงานและติดตามประเมินผลของหมู่บ้าน ประสานความร่วมมือภาคีเครือข่ายฯ และองค์กรพี่เลี้ยงตลอดจนแจ้งแผนปฏิบัติการรวมทั้งสรุปผลการดำเนินงาน การใช้งบประมาณเป็นงวด ๆ
- การบริหารจัดการระดับเครือข่าย ประกอบด้วยคณะทำงานเครือข่าย ที่คัดเลือกมาจากหมู่บ้านและองค์กรเยาวชน รวม 13 กลุ่มๆ ละ 2 - 3 คน (ขึ้นกับขนาดพื้นที่หมู่บ้าน) ตัวแทนจากหน่วยงานราชการ 3 คน รวมทั้งสิ้น 40 คน โดยมีการแบ่งหน้าที่ตามหมวดงานให้เหมาะสม มีบทบาทและหน้าที่ วางแผนงานร่วมกันในระดับเครือข่ายดำเนินงานในส่วนแผนงานร่วม ติดตาม ประเมินผลและสรุปบทเรียน จัดการประชุมอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เพื่อให้มีการรายงานความก้าวหน้า ผลการดำเนินงานทั้งผลดีและอุปสรรค และมีการแลกเปลี่ยนตามประเด็นการแก้ไขปัญหาร่วมกัน จัดระบบการบริหารจัดการการเงินภายในเครือข่ายให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคุ้มทุน จัดเวทีแลกเปลี่ยนภายในและภายนอกเครือข่าย เช่น การศึกษาดูงานและการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ กำหนดบุคคลให้มีหน้าที่เหมาะสมและถนัดกับหมวดงาน รวมทั้งพิจารณามอบค่าตอบแทนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่คนทำงาน
"ทุนต่อทุน งานสร้างคน ..คนสร้างงาน"
กล่าวได้ว่า เวลากว่า 7 - 8 ปี นับตั้งแต่ก่อเกิดเครือข่ายฯ กระบวนการทำงานหรือความสำเร็จที่ก่อเกิดขึ้น คือ เกิดความร่วมไม้ร่วมมือกันของหมู่บ้านทุกหมู่ในระดับตำบล และขยายไปยังต่างหมู่บ้าน ต่างตำบล อันรวมถึงการประสานความร่วมมือ ประสานพลังจากหน่วยงานภาคีที่มีความหลากหลาย ที่เข้ามาสนับสนุนกระบวนการทำงานของเครือข่ายฯ
เกิดกระบวนการสร้างคน ผ่านกระบวนการเรียนรู้ เครื่องมือต่างๆ ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยคณะทำงานเครือข่ายฯ จะมาจากกลุ่มตัวแทนจากหลากหลายกลุ่มองค์กรภายในชุมชน และทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนงาน ทำงานสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ชาวชุมชน ทำให้เกิดการเข้ามามีส่วนร่วมของชุมชนในวงกว้าง เอาทุนคนต่อทุนคน เรียกได้ว่า ได้ทั้งงานและได้ทั้งคน แกนนำองค์กรต่างๆ ในชุมชน ทั้งเยาวชน คณะกรรมการหมู่บ้าน อสม. ผู้สูงอายุและชมสร้างสุขภาพเกิดการเชื่อมโยงและขยายผลทั้งชุมชน
และจากการทำงานที่เป็นระบบ เกิดการขยายอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้เอง งานของเครือข่ายชุมชนป้องกันยาเสพติดฯ จึงเป็นที่ยอมรับจากหลายหน่วยงานทั้งภายในและต่างประเทศจากงานจึงขยายไปเครือข่ายฯ มีผลงานเป็นที่ยอมรับ ยกย่องจากหลายหน่วยงาน ทั้งภายใน/ต่างประเทศ
รูปธรรมความสำเร็จ "กาย ใจบำบัด" :
การจัดการเรื่องยาเสพติดแบบหนองแหย่ง เมืองเล็น
เครื่องมือที่เครือข่ายใช้ในการจัดการ คือ การบำบัดโดยกระบวนการเมทริกซ์โปรแกรม หรือที่เรียกกันว่า กระบวนการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดในรูปแบบชุมชนบำบัด เมทริกซ์โปรแกรม matrix program เป็นโปรแกรมบำบัดรักษา ผู้ติดสารเสพติดแบบผู้ป่วยนอก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยมีกิจกรรมหลักของการบำบัดรักษา คือ
1. การฝึกทักษะในการเลิกยาระยะเริ่มต้น
2. การป้องกันการกลับไปเสพยาซ้ำ
3. การให้ความรู้แก่ครอบครัว
4. กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน
ลักษณะเฉพาะของเมทริกซ์โปรแกรม
1. เป็นการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (ไป-กลับ) เพื่อให้ผู้ป่วยได้ฝึกทักษะเรียนรู้การหยุดเสพยาในสถานการณ์จริง
2. มีการผสมผสานการบำบัดรักษาที่หลากหลาย
3. มีการกำหนดกรอบขอบเขตเนื้อหาที่แน่นอนชัดเจนในแต่ละวัน
4. ผู้ป่วยจะได้รับคู่มือคนละ 1 เล่ม มีเนื้อหาความรู้เกี่ยวกับสาเหตุการติดยา มีแบบฝึกหัดให้ผู้ป่วยทำเมื่อมารับการบำบัดทุกครั้ง
5. ด้วยแนวคิดว่าการติดยาเป็นความเจ็บป่วยของสมอง การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่างจะทำให้ผู้ติดยาสามารถกลับมาควบคุมตนเอง ได้อีกครั้งไม่กลับไปเสพยาซ้ำและคงสภาพนี้ไปอย่างต่อเนื่องและยาวนานถาวร
6. ใช้วิธีการเชิงบวกสอนให้คิด
กระบวนการรักษาแบบเมทริกซ์ ประกอบด้วย
1. กลุ่มให้คำปรึกษารายบุคคล/ครอบครัว (Individual / Conjoint Sessions) เป็นการให้คำปรึกษาแก่ทั้งผู้ป่วยและญาติ
2. กลุ่มฝึกทักษะการเลิกยาระยะเริ่มต้น (Early Recovery Skill Group) เป็นการให้ความรู้แก่ผู้ป่วยเกี่ยวกับผลของยาเสพติดต่อสมองเพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจว่าเหตุใดจึงไม่สามารถเลิกยาเสพติดได้
3. กลุ่มป้องกันการทวนกลับไปใช้ยา (Relapse Prevention Group) เป็นการให้ความรู้ผู้ป่วยในด้านการปรับตัวทางจิตสังคม
4. การให้ความรู้ครอบครัวเป็นกลุ่ม (Family Education Group) เป็นการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุของการใช้สารเสพติด
5. กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (Social Support Group) เป็นกลุ่มที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกลาง ๆ ของการเลิกยา (หยุดเสพได้ 3-4 เดือน) เรียนรู้การใช้ชีวิตในสังคมได้โดยไม่ใช้ยาเสพติด
6. โปรแกรม 12 ขั้นตอน (Twelve-Steps Program) เป็นกลุ่มพบปะกันระหว่างกลุ่มผู้ป่วยล้วน ๆ
ที่มา : กองประสานการปฏิบัติการบำบัดรักษาผู้ติดยาและสารเสพติด กระทรวงสาธารณสุข
สำหรับเครือข่ายชุมชนป้องกันยาเสพติด ต.หนองแหย่ง และเมืองเล็น มีหมู่ที่ 9 บ้านแม่ฮักพัฒนา เป็นหมู่บ้านต้นแบบการจัดการฟื้นฟูบำบัดยาเสพติดโดยใช้กลไกของชุมชน บ้าน โรงเรียน สถานีอนามัย เป็น 3 ประสานที่หนุนเสริมกันและกัน โดยให้ความสำคัญกับการรักษาด้วยกระบวนการ "กาย ใจบำบัด" เพื่อฟื้นฟู ดูแลผู้ติดยาด้วยคนในชุมชนภายนอก จำนวน 4 รุ่น ๆ ละ 4 เดือนตั้งแต่ปี 2547 -2549 โดยให้ผู้ติดยาเสพติดอยู่ร่วมกับครอบครัว หมู่บ้านตามวิถีชีวิตของหมู่บ้าน เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจ การปรับตัวอยู่ร่วมกับสังคม ให้หลุดพ้นจากวงโคจรของยาเสพติด กลับสู่สังคมตนเองได้ในที่สุด
ปัจจุบัน ผลความสำเร็จในการจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชน เครือข่ายฯ สามารถเฝ้าระวัง ควบคุมการแพร่ระบาดยาเสพติดสู่ชุมชนตำบลหนองแหย่งและเมืองเล็น ได้ ไม่มีรายงานผู้เสพ มีผู้ค้าแต่ถูกจับกุมโดยชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหา จนกระทั่งไม่มีปัญหายาเสพติดผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
ในความสำเร็จที่เกิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า มีความร่วมไม้ร่วมมือของชุมชนเป็นฐานพลังสำคัญ การริเริ่มที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านต่างเข้ามาร่วมคิด ร่วมหาหนทาง มีเครื่องมือในการป้องกันและให้ความรู้ อย่างวิทยุชุมชน และมีการดำเนินการที่ครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและขยายสู่ภาพกว้างในระดับชุมชน พยายามสร้างการป้องกันมากกว่าจะแก้ไขโดยทำงานผ่านต้นทุนสำคัญอย่าง กลุ่มเด็กๆ และเยาวชน ที่รวมตัวกันเป็นองค์กรในนามว่า "กลุ่มเยาวชนดาวในฝัน" ที่ประกอบด้วยเยาวชนที่มาจากหมู่ที่ 9 และ 11 ปัจจุบันเป็นแกนหลักในการดำเนินงานกิจรรมที่เกี่ยวข้องในระดับตำบลและเครือข่าย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ในด้านการป้องกันยาเสพติด การป้องกันโรคเอดส์ การส่งเสริมสุขภาพ การรณรงค์ลดการบริโภคยาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยกลุ่มระดมความคิดจัดทำแผนงาน ขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากผลงานเด่นต่าง ๆ นี้เอง นับว่าเป็นกลุ่มองค์กรชุมชนที่น่าเรียนรู้ โดยเฉพาะมีประวัติการดำเนินงานตั้งแต่ระยะการก่อตั้งกลุ่ม ชื่อ "ดาวในฝัน " เป็นชื่อมาจากมติเสียงส่วนใหญ่ให้มีชื่อคำว่า "ดาว" และ มีความคาดหวังร่วมกันที่จะดำเนินงานกลุ่ม การบริหารจัดการ การเรียนรู้ โดยใช้การกระทำแบบลองผิดลองถูก จึงใช้ชื่อ ที่ก่อเกิดขึ้นมานับตั้งแต่ก่อน การรวมเป็นเครือข่ายฯ เสียอีก "ในฝัน" คือการต้องการเห็นเยาวชนเป็นตัวอย่างและรูปแบบของกลุ่มเยาวชนเอง และเป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชนของตนเอง
"ดาว" ในฝัน
กลุ่มเยาวชนดาวในฝัน เกิดขึ้นจากการที่คณะกรรมการหมู่บ้าน อสม. สตรีแม่บ้าน ผู้สูงอายุของบ้านแม่ฮักพัฒนา หมู่ที่ 9 และ บ้านแม่ฮักพัฒนาเฉลิมพระเกียรติ หมู่ที่ 11 มองเห็นสภาพปัญหาเยาวชนเสพยาเสพติด(ยาบ้า) สารระเหย และปัญหาด้านสังคม เช่น การทะเลาะวิวาท การขับรถซิ่ง สร้างความรำคาญแก่ผู้อื่น และเกิดมลพิษทางประสาทหู การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ตั้งครรภ์ก่อนวันอันควร การหนีเรียน เที่ยวเตร่ ทำให้เรียนไม่จบ ทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ในชุมชนตามมา จากจุดนี้เอง ทำให้แกนนำชุมชนห่วงใยในลูกหลาน เกิดการประสานความร่วมมือกับสถานีอนามัยที่เป็นหน่วยงานใกล้ชิดมาให้คำปรึกษา เป็นพี่เลี้ยงในการจัดการแก้ปัญหา
หากแต่กระบวนการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมานั้น ส่วนใหญ่มักจะมีผู้ใหญ่เป็นแกนนำในการดำเนินงาน เยาวชนไม่ได้มีส่วนร่วม ด้วยสาเหตุของวัยที่ต่างกัน รวมถึงเรื่องความคิดเห็น ทัศนคติที่ต่างกันด้วย และสำหรับเด็กๆ แล้ว มองว่า บางครั้งในการทำงาน ผู้ใหญ่ก็มักทำงานในลักษณะการ "ออกคำสั่ง" เข้มงวดมากเกินไป ทำให้เยาวชนไม่สามารถปฏิบัติได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ "ผู้ก่อการดี" ในเยาวชน จึงริเริ่มดำเนินงานโดยขอที่ปรึกษา ช่วยเหลือจาก อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข จัดทำแผนงานการจัดตั้งกลุ่มเยาวชนและมีแผนงานเยาวชน เพื่อการดูแล เฝ้าระวัง ช่วยเหลือ มีกิจกรรมร่วมกันและสร้างองค์ความรู้เป็นของตนเอง
โดยตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่า การพึ่งตนเอง การจัดการปัญหาให้ลดลงต้องเริ่มจากเยาวชน โดยมีผู้ใหญ่ให้การสนับสนุน จากความเชื่อมั่นเช่นนี้ก่อเกิดเป็นกิจกรรมพบปะระหว่างกลุ่ม นั่งล้อมวงพูดคุยเอาตั้งแต่เรื่องสภาพปัญหายาเสพติด จนมาร่วมการวิเคราะห์หาสาเหตุ หาทางออกและจัดทำแผนงานกิจกรรมพัฒนากลุ่มขึ้น
"จับเข่าคุยกันไปกันมา ...กลุ่มก็เกิด"
กลุ่มเยาวชนดาวในฝัน ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2543 ณ ไร่กังสดาลรีสอร์ท อำเภอแม่ริม มีการวางแนวทางตั้งแต่การจัดตั้งชื่อกลุ่ม คัดเลือกแกนนำฯ สร้างความคาดหวัง พัฒนาทักษะการทำงานของแกนนำ และจัดค่ายเยาวชน
เยาวชนดาวในฝัน ทำงานโดยยึดหลักการพัฒนากำลังคน กำลังทุนและกระบวนการให้มีความต่อเนื่อง บนฐานของการมี "จิตสาธารณะ" "จิตอาสา" มุ่งหวังให้เยาวชนทุกคนเป็นคนดี มีศักดิ์ศรีในสังคม และเอื้อเฟื้อ ช่วยเหลือแก่กลุ่มเพื่อนเดียวกัน เมื่อกลุ่มเข้มแข็งแล้ว จึงมีความมั่นใจที่จะก้าวไปทำงานร่วมกับสังคมในระยะเวลาต่อมา โดยมีแกนนำ ทีมี "ผู้ก่อการดี" เป็นแกนนำส่วนหนึ่ง คอยขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจุบัน กลุ่มเยาวชนดาวในฝัน มีการดำเนินงานป้องกัน แก้ไขยาเสพติด ด้านสังคม เอดส์ สิ่งเสพติด รวมทั้งการรณรงค์การสร้างเสริมสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้โครงการ TO BE NUMBER ONE โดยชุมชนให้การสนับสนุน ทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มทุกวัย ที่เรียกว่า กลุ่มสานสามวัย
นอกจากนี้ยังมีจัดทำโครงการต่างๆ ที่มีการประสานความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาคีหลายแห่ง เช่น สสส. ปปส.ภาค 5 องค์กรปกครองท้องถิ่น สถานีอนามัย กองทุนโลก(Global Found) องค์กรด้านเอดส์ และมูลนิธินาวาเด็กจากสวีเดน เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ หรือแหล่งองค์ความรู้ในการให้กลุ่ม หน่วยงานจากภายใน/ ต่างประเทศ มาศึกษาดูงาน อย่างสม่ำเสมอ แกนนำเยาวชนทุกคนเข้ารับเข็ม TO BE NUMBER ONE จากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เมื่อคราวทรงเสด็จเยี่ยมโครงการ TO BE NUMBER ONE วันที่ 20 กรกฎาคม 2548 และ นำเสนอผลงานเยาวชน ด้วย รวมทั้งการเป็นกลุ่มเยาวชนดีเด่นของสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 ตั้งแต่ปี 2547 - ปัจจุบัน ได้รับการยกย่องให้เป็นโครงการดีเด่นการดำเนินงานลดการบริโภคบุหรี่และสุราของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) และล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2551 กลุ่มเยาวชนดาวในฝัน ก็ได้รับโล่ห์รางวัลองค์กรเยาวชนดีเด่นการป้องกันยาเสพติดระดับภาคและประเทศ จากกระทรวงมหาดไทย เป็นต้น
เครือข่ายชุมชนป้องกันยาเสพติด ต.หนองแหย่งและเมืองเล็น
วันนี้ บนเส้นทางการทำงานจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชน เบื้องหลังความสำเร็จสิ่งละอันพันละน้อยของชุมชนนั้น เต็มไปด้วยพลังของความร่วมมือ พลังของผู้คนที่เอาใจมาเทร่วมกันทำงาน เอาต้นทุนของชุมชน ทั้งทุนคน ทุนเครือญาติ ทุนวัฒนธรรม และทุนความรู้ มาเป็นฐานในการร่วมคิดร่วมทำจนเกิดรูปธรรมการทำงานในนาม "เครือข่ายชุมชนป้องกันยาเสพติด ต.หนองแหย่งและเมืองเล็น"
กล่าวได้ว่า สำหรับชุมชนแล้ว เครือข่ายฯ เป็นเพียงศูนย์กลางในการเชื่อมร้อยผู้คน ชุมชนบนเป้าหมายเดียวกันเท่านั้น หากแต่กระบวนการวิธีการต่างๆ นั้น ล้วนก่อเกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวชุมชนในแต่ละหมู่บ้าน ที่ร่วมกันคิด และออกแบบวิธีการภายในชุมชน
หากถามว่า ในการจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติด เป้าหมายปลายทางของความสำเร็จ คืออะไรคำตอบที่แจ่มชัดที่สุดสำหรับชุมชน คงหนีไม่พ้น การเห็นลูกเห็นหลานที่อาจเคยล้ม เคยก้าวพลาดกลับคืนสู่สังคม ...เป็นคนที่มีสุขภาพดี คนที่ไม่ติดยาเสพติด และเป็นคนที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญของชุมชนต่อไป
ชุดความรู้กระบวนการจัดการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชน ของเครือข่าย ต.หนองแหย่ง และเมืองเล็น เป็นสิ่งสะท้อนได้ดีว่า ครอบครัว และชุมชนเป็นฐานชีวิตที่สำคัญ การจัดการยาเสพติดที่ดีจึงต้องตระหนักถึงความสำคัญของฐานชีวิตนี้ด้วย ...และท่ามกลางความสำเร็จในวันนี้ เส้นทางในก้าวย่างต่อไปของเครือข่ายฯ ยังมีอีกมากมาย ยังมีอีกหลายฝัน หลายหวังที่อยากจะริเริ่มลงมือทำ ยังมองเห็นปัญหาและยังต้องร่วมคิด ร่วมแก้ไข ..
เรื่องราวดีๆ วิธีการที่น่าสนใจเช่นนี้ ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันได้ที่
เครือข่ายประชาคมต้านยาเสพติดตำบลหนองแหย่งและเมืองเล็น
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแหย่ง
อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
โทร 089 - 263 - 4378 และ 053-255995
สวัสดีครับ
แวะมาเยี่ยม คนทำงาน เพื่อความมั่นคงของประชาชนของประทศ ให้พ้นภัยจากยาเสพติด ที่ทำลายอนาคตของชาติ
และยิ่งทำงานโดยชุมชนมีส่วนร่วม เป็นการดีนัก