TrainerPatt
นาย พัฒนะ มรกตสินธุ์

คนดังไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง


คนที่ดังและมีชื่อเสียงในวงสังคมนั้น เขาไม่ได้เก่งกาจมากกว่าพวกเราสักเท่าไหร่หรอกครับ

 

หลายคนอ่านหัวข้อ อาจจะแย้งในใจ ว่าเป็นไปไม่ได้!!

แต่ผมขอเถียงครับ ว่าคนที่ดังและมีชื่อเสียงในวงสังคมนั้น

เขาไม่ได้เก่งกาจมากกว่าพวกเราสักเท่าไหร่หรอกครับ

 

ความสามารถพื้นๆ เราก็มีเหมือนกันทุกคน

แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่างและทำให้เขาเหล่านั้น

ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตนั่นคือ

การกล้าคิด กล้าแสดงออกต่อที่สาธารณชน

ผมจะขอใช้คำว่า กระหายใคร่อยาก

อยากที่จะแสดงความสามารถสู่สายตาประชาชน

 

ดังนั้นแนวทางอะไรก็ตาม ที่สามารถผลักดันให้ความอยากนั้น

ประสบความสำเร็จได้ ก็ลงมือทำทุกกระบวนการครับ

 

พอเริ่มมีช่องทางที่จะแสดงความสามารถ

ก็จะเกิดความกดดันและต้องพัฒนาความรู้ความสามารถที่มีอยู่

โดยอัตโนมัติครับ

 

ในแนวความคิดของผมนั้น

ผมเห็นว่า ความระหายใคร่อยาก ต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

ตามด้วยความเก่งกล้าสามารถ

ซึ่งเมื่อเราถูกกดดันด้วยชื่อเสียงที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ

ก็ต้องรักษาคุณภาพของตนเอง คงไม่อยู่เฉยหรืออยู่นิ่งๆ

เพื่อให้สิ่งที่ลงมือทำ เสียเวลาเปล่า

 

จะเห็นได้ว่า ต่างประเทศนั้น จะมีผู้จัดการส่วนตัวหรือมีที่ปรึกษาส่วนตัว

หรือเป็นโค้ช และเขายินดีที่จะฟังโค้ชอย่างดี

เพราะไม่ว่าจะเก่งเพีรยงใด หากไร้ซึ่งการฟังแล้ว

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปครับ

 

แม้ว่าเราจะไม่มีโค้ช เราก็สามารถที่จะพัฒนาสู่จุดนั้นได้

เราสามารถพัฒนาให้เรากลายเป็นคนดัง คนมีชื่อเสียงได้ไม่ยาก

ขอใช้แนวทาง 4Ps ของการตลาดมาแนะนำครับ

 

  1. Product – เรารู้จักตัวเองแค่ไหนครับ

รู้หรือไม่ว่าตัวเองมีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร

ข้อแรกนี่สำคัญที่สุด ต้องรู้ว่าตัวตนคืออะไร

ชอบงานแบบไหน และแบบไหนคือตัวเรา

หากยังควานหา ผลิตภัณฑ์ ไม่ได้ ก็ไม่ต้องทำต่อแล้วครับ

ดังนั้น ต้องทราบว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต

นั่นล่ะครับจุดแข็งของตัวเอง อาจจะใช้ SWOT Analysis

มาช่วยด้วยก็จะทำให้ชัดเจนขึ้น

เขียนผลงานหรือนำเสนอด้วย Portfolio ก็ไม่เลวครับ

แล้วนำจุดแข็งมาเป็น Brand ของเรา เมื่อพร้อมเข้าสู่ขั้นตอนที่ 2

 

  1. Price – เราต้องทราบก่อนว่าความสามารถของเรานั้น

อยู่ใน Rate ไหน ขอแนะนำว่า อย่าโก่งค่าตัวครับ!!

เพราะเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เรายัง No name อยู่

อย่าเพิ่งคิดค่าตัวแพง เป็นค่าตัวที่กลางๆ พร้อมกับเหตุผลที่ว่า

ทำไมต้องจ้างเราด้วยราคานี้ เราจะช่วยให้องค์การเขาพัฒนา

ได้อย่างไรบ้าง ข้อนี้ต้องละเอียดเหมือนกัน โดยนำข้อ 1 มาโยง

 

  1. Place – มีช่องทางหนึ่งที่ใช้ได้คือ การเขียน Weblog นี่ล่ะครับ

ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ การเปิดตลาด การเปิดความคิด

อาจจะใช้เวลานานหน่อยหนึ่ง แต่หากไอเดียที่เขียน

ไปเข้าตาลูกค้าก็หวานหมูครับ งานเข้า เห็นๆ

มีหลายท่านที่ได้ดีเพราะงานเขียน Blog นี่ล่ะครับ

ผมต้องขอขอบพระคุณ

อาจารย์ไชยยศ ปั้นสกุลไชย

วิทยากรนอกกรอบที่สุดยอดจริงๆ

ติดตามเนื้อหาได้ที่

www.oknation.net/blog/chaiyospun

มา ณ ที่นี้ด้วย เพราะอาจารย์ เป็นคนที่แนะนำให้ผมรู้จัก

กับการเขียน Weblog จนตอนนี้ต้องหาเรื่องมาเขียนให้ได้

อีกช่องทางหนึ่งสำหรับผู้ที่มีทุนทรัพย์พอสมควรครับ

คือ การโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเองเลย

ทุ่มเทงานสร้างเสียหน่อย เริ่มจากการเขียนหนังสือ

และขยับเข้าสู่งานในวงการบันเทิง ก็ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

เพราะนัก PR จะจัดการให้เสร็จสรรพ

 

  1. Promotion – เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งเหมือนกันครับ

การ Promotion ในความหมายนี้ คือ

การคืนกำไรสู่สังคมหรือกับองค์การที่เราทำงานอยู่

เช่น อาจจะรวมกลุ่มกันสมทบทุนมูลนิธิต่างๆ

หรือออกบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม

ประมาณว่าเป็นเรื่องของ CSR ครับ แม้ว่าเราไม่ใช่องค์การ

แต่เราก็ทำเรื่องพวกนี้ได้ง่ายๆ

อีกทั้งเป็นการสร้างความมีน้ำใจให้เกิดขึ้นอีกด้วยครับ

 

ความดังอยู่ที่ความกล้าด้วย ถึงจะดึงเอาความเก่งออกมาได้สำเร็จ

ที่สำคัญอยากจะดัง ต้องทำตัวให้โดดเด่น และมีความแตกต่าง

เป็นบุคลิกเฉพาะ ที่ไม่เหมือนใคร

แล้วเราจะกลายเป็น Idol ของสังคมในไม่ช้า...

หมายเลขบันทึก: 257432เขียนเมื่อ 26 เมษายน 2009 02:18 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2012 06:25 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ


ความเห็น (2)

          "เราจะกลายเป็น Idol ของสังคมในไม่ช้า..."

พิ๊งก์คิดว่าคุณมรกตสินธุ์น่าจะเป็น IDOL ของใครหลายคนแล้วนะคะ

               

p'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pinkp'pink

เห็นด้วยค่ะ   ว่าคนดังไม่จำเป็นต้องเป็นคนเก่ง

แวะมาอ่านเรียนรู้

ขอบคุณค่ะ

มีความสุขในการทำงานนะคะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี