เราไขว่คว้าหาคุณธรรมเพื่ออะไร

ถามเรื่องคุณธรรมกับใคร คิดว่าทุกคนไม่มีใครไม่รู้จัก เพียงแต่ว่าไม่รู้ว่าจะเริ่มกันยังไง ผมคิดว่าตอนนี้เรามีบรรทัดฐานเรื่องนี้ที่ ๒ มาตรฐาน มาตรฐานแรกคือเป็นสิ่งที่อยู่กับเรามาตั้งแต่เล็กแต่น้อย สังคมรอบข้างเป็นผู้สอนสั่ง และบ่มเพาะมา ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนบ้าน วัฒนธรรม ฯลฯ แต่ตอนนี้เรากลับคิดว่าสิ่งนี้ไม่ใช่คุณธรรมที่เป็นจริง สิ่งที่เป็นจริงคือมาตรฐานที่สอง คือการอ้างอิงจากทฤษฎีว่าคุณธรรมหมายถึงอะไร ต้องมีอะไรบ้าง ต้องมีลักษณะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ กล่าวง่ายๆคือเป็นสิ่งที่สร้างขึ้นภายหลังไม่ได้ถูกบ่มเพาะมา สิ่งที่ตามมาคือลักษณะของการแสร้งทำ หรือทำเพียงต่อหน้าคนหมู่มากเพื่อแสดงว่าตนมีคุณธรรม ไม่ได้แสดงออกมาจากจิตใจที่แท้จริง ผลที่ตามมาคือสังคมที่จอมปลอมไร้แก่นสาร คนในสังคมต่างคิดกันแต่เพียงจะแก่งแย่ง หากฉากหน้านั้นฉาบเคลือบไว้ด้วยคุณธรรมที่ตนไปอ่านมา ศึกษามาว่าดี ผมเคยเห็นคนในประเทศเพื่อนบ้านมาศึกษาดูงานเมืองไทยเห็นมีสิ่งของมากมายสถานที่กว้างขวาง ก็บอกว่าจะนำไปทำที่บ้านของตน ผมว่าสิ่งที่เขามีอยู่แล้วต่างหากที่เป็นสมบัติล้ำค่าที่ควรรักษาไว้อย่าให้วัตถุมาครอบงำจนคุณธรรมที่แท้จริงเหือดหายไป แล้วต้องมาสร้างกันใหม่ภายหลังเหมือนเรา