เชิญครับ...ตำรวจเป็นมิตรกับประชาชนครับ

           คนดีที่ฉันเจอ

เกือบไปแล้วหรือไร

เราเดินทางออกจากเมืองกาญจนบุรีด้วยรถตู้พร้อมกัน

และมาลงยังประตูด้านหนึ่งขององค์พระปฐมเจดีย์

.. ครูคิม  ครูพรรณา อ.ดร.ขจิต เข้ากรุงเทพฯพร้อมกันเพื่อต่อรถโดยครูคิมไปพิษณุโลก

น้องขจิต ฝอยทอง ขึ้นอิสานน้องพรรณาและลูกสาวก็ไปอิสาน

ส่วนน้องเอกจตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร กลับไปตั้งแต่วันที่ 21 แล้ว

ครูต้อยครูวิ รอแท็กซี่ไปสมุทรสาคร เราเริ่มกระสับกระส่ายแล้ว เวลาผ่านไปนานเกินควร

ครูต้อยถามมอเตอร์ไซด์คันเดิมว่าอีกนานไหม พี่กำลังจะไม่ไปแล้ว

เขาให้เรารออีกแป๊ป.......รถไม่มีป้ายมาจอดฝั่งตรงข้ามที่เราสองคนยืนรอ

โดยความอนุเคราะห์จากมอเตอร์ไซด์คิวคันเดิม  แต่เมื่อเราหันไปเห็นรถแล้ว

เราสองคนเกิดความรู้สึกเหมือนกันว่าไม่น่าไปกับเขา

เราต้องการรถแท๊กซี่มีป้ายเพื่อเราจะได้โทรบอกทางบ้านได้ว่า

เรานั่งอยูบนรถที่มีป้ายคนขับมีชื่อตรงกับป้ายประจำตัวคนขับ และเป็นแท็กซี่จริงๆ

เราจึงเรียกมอเตอร์ไซด์รับจ้างคันดังกล่าวมาและบอกว่าเราไม่ต้องการรถแท็กซี่ที่ไม่มีป้ายแท็กซี่กำกับ

คนขับมอเตอร์ไซด์ไม่พอใจ พร้อมกัน คนขับรถคันนั้นก้าวข้ามมา

ครูต้อยตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา และทำทีโทรศัพท์ติดต่อกับเพื่อน

พร้อมเดินกลับมาที่เดิมกล่าวเรียบๆว่า "น้องพี่ขอโทษนะคะ พอดีเพื่อนพี่มาแล้ว มารอที่บิ๊กซี"

ดูเหมือนมอเตอร์ไซด์ไม่เชื่อและทำท่าทางไม่ดีเลย ก็พอดีคุณตำรวจเดินผ่านมา

จึงตัดสินใจร้องเรียกและเดินเข้าไปกระซิบบอกตำรวจท่านนั้นว่า "น้องคะพี่ขอความช่วยเหลือคะ 

เรากำลังถูกคุกคามจากความไม่เข้าใจกันของคนขับมอเตอร์ไซด์ ดูท่าจะบานปลาย

เพราะเริ่มเย็นแล้วรบกวนพาพี่สองคนไปส่งที่หน้าม.ศิลปากรด่วนค่ะ"

น้องนายร้อยก็ใจดีมาก บอกว่าคุณพี่รอเดี๋ยวนะครับ ผมไปถอยรถก่อน ไม่เกิน 2 นาที่

เราสองคนก็ขึ้นไปนั่งบนรถส่วนตัวน้องตำรวจ แล้วเราก็ช่วยกันเล่าเหตุการณ์

 พร้อมกับขอเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางไม่ไปม.ศิลปากรแล้ว ไปท่ารถบ้านแพ้วดีกว่า 

และเฉลยให้ฟังว่าเราสองคนเป็นใครก่อนลงจากรถ และถ่ายรูปนายร้อยผู้อารีมาเป็นที่ระลึกถึงความดีค่ะ

ชื่อร้อยตรีประเสริฐ  ณ  พัทลุง ประจำสภอ.เมือง จ.นครปฐม