เสร็จสิ้นจากการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้คณะกรรมการพิจาณารางวัล R2R ดีเด่น...ซึ่งวันนี้ทาง สวรส.
เชิญคณะกรรมทุกชุดเข้าร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อค้นหาหนทางในการพิจาณารางวัล R2R ดีเด่นขึ้น ปีนี้เป็นปีที่สองที่ทาง สวรส.ขับเคลื่อนและจัดงานมหกรรม R2R...
มีคำถาม...ปรากฏขึ้นมากมายในห้วงความคิดของข้าพเจ้าเอง
"R2R คือ ความรู้ที่เหลื่อมล้ำหรือการสร้างกระบวนการทางปัญญา"?
แต่โดยจริตนิสัยจะชอบฟังก่อน เพื่อนำเรื่องราวมาพิจารณาอีกครั้ง ข้าพเจ้าก็คิดเล่นๆ ตามประสา ...ว่า เอ๊ะ จริงๆ แล้วการพัฒนางานประจำด้วยการทำวิจัยนี้ เป้าหมายจริงๆ คือ อะไร?
หากมองตรงๆ ก็คือ การมาทำให้งานประจำดีขึ้น ... ดีขึ้นอย่างๆไร? ก็น่าจะดีกว่าที่เป็นอยู่จากฐานเดิม คนที่ได้รับประโยชน์ก็คือ ประชาชน... ดังนั้นคุณค่า (Value) ของการทำ R2R ก็คือ ประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อสังคมและโลก... (คนดี==>สังคมดี==>โลกดี) มันไม่ใช่แค่ประโยชน์ที่เกิดขึ้นเพียงวันสองวัน หรือปีสองปี หากแต่มันน่าจะเกิดเป็นรากฐานที่ดีในอนาคต อันเป็นผลสืบเนื่องจากการทำเหตุที่ดี ณ ปัจจุบัน โดยนำเรื่องราวในอดีตมาร่วมเป็นบทเรียนรู้ร่วมด้วย
และอีกหนึ่งประเด็นที่คิดตามมาอีก...การทำสิ่งที่มีคุณค่า น่าจะมาจากสิ่งที่ทำด้วยหัวใจ ด้วยศรัทธา และปัญญา... อันเป็นรากฐานของความคิดความเชื่อของคนหน้างานเอง ที่เขามองเห็นว่าประโยชน์จากการที่เขาคิดพัฒนางานที่เขาทำทุกวันนี้ ทำไปเพื่ออะไร ... และทำอย่างไร การที่เขาเลือกกระบวนการวิจัยมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนา ในการตอบโจทย์ การยกระดับงานให้ดีขึ้นนั้น...ที่สุดแล้วสิ่งที่เกิดขึ้น นั้นเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นภายในปัญญาเขาเอง ==> "เกิดเป็นการสร้างความรู้"
แต่หลายๆ ครั้งจากที่ได้เรียนรู้...
เวลาที่เรากระตุ้นให้ผู้คนเกิดการสร้างความรู้นั้น ...เราไม่ได้ส่งเสริมให้เกิดการสร้างความรู้อย่างแท้จริง แต่กลับกลายไปเป็นให้เกิดเป็นช่องว่าง...ขยายความห่าง หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นความเหลื่อมล้ำทางความรู้เกิดขึ้นอย่างไม่ได้เจตนา หรืออาจจะเจตนาโดยกระบวนการ
การสร้างความรู้...เมื่อเราอยากรู้ว่าเกิดหรือไม่นั้น เราต้องดูจากฐานภายในแต่ละบุคคล ไม่ใช่นำบุคคลมาเปรียบเทียบกันว่าใครสร้างได้มากใครสร้างได้น้อย หรือใครสร้างได้ดีกว่าใคร "ความรู้" มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ มันเป็นเรื่องปัจเจคบุคคล เพราะบนพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์นั้น เราได้ต้นทุนทางชีวิตมาไม่เหมือนกัน(อันเป็นต้นทุนทั้งภายในและภายนอก) เราไม่สามารถนำใครหรือใครมาเปรียบเทียบกันได้...
ดังนั้น เวลาที่เราประเมินคุณค่า...สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ กระบวนการภายในของบุคคลและ
... ความเป็นมนุษย์
บทเรียนที่ได้เรียนรู้
จากโอกาสที่ได้เข้าร่วม ... เรียนรู้เมื่อปีก่อน ได้เห็นความเหลื่อมล้ำอันมาจากโอกาส บริบท และตัวบุคคลเอง ที่เป็นตัวแปรสำคัญที่นำไปสู่การเกิดการสร้างความรู้อันมาจากการใช้กระบวนการ R2R เป็นเครื่องมือ คนหน้างานในสถานีอนามัย โรงพยาบาลทั่วไป กับคนหน้างานในโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์... กระบวนการทางปัญญาที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการสร้างความรู้นั้นแตกต่างในหลายๆ ปัจจัย ดังนั้นจึงยากที่เราจะนำความมีคุณค่ามาเปรียบเทียบกันได้ ว่าสิ่งไหนดีกว่าสิ่งไหน
แต่...ถ้าหากจากเปรียบเทียบกันจริงๆ ต้องมองดูฐานจากภายในเฉพาะของแต่บุคคลแต่ละงาน ว่าต้นทุนเดิมเขาเป็นอย่างไร และเมื่อเขานำกระบวนการ R2R มาพัฒนางานประจำของเขาแล้ว คุณค่า (Value) ที่เกิดขึ้นนั้นคืออะไร ... ซึ่งอาจดูเป็นคุณค่าเล็กๆ แต่อาจยิ่งใหญ่ได้สำหรับคนหน้างานคนนั้น
เขียนมาถึงตรงนี้...ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงพี่ตา - คนหน้างานจากงานพยาธิ มอ.
ข้าพเจ้าได้เจอพี่ตาและได้ฟังเรื่องเล่าการทำ R2R จากพี่ตาเมื่อปีที่แล้ว ที่ถือว่าเริ่มจากนับศูนย์ไม่รู้เรื่องวิจัยเลย จนสามารถพัฒนาตนเองมามองงานที่ตนเองทำได้ว่าน่าจะนำมาทำเป็น R2R ได้อย่างไร ... คนเล็กๆ แต่ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในความรู้สึก
คุณค่า (Value) ของ...ความปรากฏของพี่ตาคือ อะไร?
หากเป็นทัศนะของข้าพเจ้าเอง ก็จะตอบว่า คุณค่าที่เกิดขึ้นสำหรับพี่ตา ไม่ใช่งานวิจัย R2R 1 เรื่องที่พี่ตาทำสำเร็จ หากแต่เป็นกระบวนการทางปัญญาอันเป็นกระบวนการภายในที่สะท้อนถึง==> การสร้างความรู้ ของพี่ตา และเป็นการสร้างความรู้ที่เกิดขึ้นอันเป็นความภูมิใจ ความสุข และความมีคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์คนเล็กๆ คนหนึ่งที่มีงานประจำทำ
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในวันนี้
เป็นความโชคดีที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสเรียนรู้วิธีการคิดอย่างมีเมตตาธรรมต่อการมองงานวิชาการจาก ศ.นพ.ปิยทัศน์ ทัศนาวิวัฒน์ และ ศ.นพ.สมบูรณ์ เทียนทอง ที่พยายามชวนคิด ชวนมองเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับคนหน้างาน และขณะเดียวกันได้ความมีคุณค่าจากคนหน้างานด้วย
การพิจารณาว่าสิ่งไหนดีกว่าสิ่งไหน กรอบที่เรามาเป็นฐานในการพิจารณานั้น ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ sensitive หากว่าเป้าหมายเราเพื่อสรรค์สร้างความดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม แต่ถ้าว่าจะพิจารณาความเป็นเลิศทางวิชาการ ข้าพเจ้ามองว่ากรอบในการนำมาพิจารณานั้นไม่ยาก ชัดเจน ตรงไปตรงมา แต่เมื่อไรก็ตามถ้าเราบวกความมีคุณค่า (Value) เข้าไปด้วย ... ความละเอียดอ่อนต้องนำมาใคร่ครวญด้วย
อย่างไรก็ตาม...การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วันนี้
ความประทับใจสำหรับตัวข้าพเจ้าเอง คือ ความพยายาม...ที่ร่วมกันทำสิ่งดีดีต่อการขับเคลื่อน R2R
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อร่วมหาแนวทางที่ดี ที่เหมาะ เท่าที่โอกาส ณ ปัจจุบันพึงมีพึงเป็นไปได้
แต่...
เมื่อไรที่เราหลงออกนอกทาง...โอกาสของความไม่เจตนาอาจจะเกิดขึ้นได้จากการขับเคลื่อน R2R คือ..ไปเพิ่มช่องว่างให้เกิดเป็นความเหลื่อมล้ำทางความรู้กันมากขึ้น โอกาสของการเกิดความเหลื่อมล้ำนั้นสามารถเกิดขึ้นได้แทบทุกอณูของเกลียวความรู้ที่หมุนไป...
แต่ข้าพเจ้าก็เชื่อว่า...กระบวนการ KM + ความเคารพในความเป็นมนุษย์ ==> จะเป็นหนทางหนึ่งที่นำไปสู่การลดช่องว่างแห่งความเหลื่อมล้ำนี้ให้น้อยลงได้

ถอดบทเรียนจากการเข้าร่วมประชุม R2R
สวรส.
๒๓ เมษายน ๒๕๕๒
------------------------------------------------------
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |






