มือที่เลี้ยงลูกเก้าคนไม่จนอับ ไม่มีทรัพย์กองให้ไร้ศึกษา
ใช้แรงกายแรงสองมือคือวิชา ภูมิปัญญาพลิกแพลงเอาส่งเจ้าเรียน
มาบัดนี้ภูมิปัญญามากมายสิ้นถ่ายทอด คงไหม้มอดกับเถ้าถ่านในวันเปลี่ยน
ภูมิปัญญารุ่นต่อรุ่นไม่หมุนเวียน จุดธูปเทียนอธิษฐานขอวันพ่อตาย
![]()
เมื่อย่างเข้าเดือนเมษายน ประเพณี “ว่าง” สำหรับชาวใต้ก็มาถึง ครูอิงคิดว่าน่าจะเป็นเพราะ เป็นช่วงเวลาที่เสร็จจากฤดูกาล การเก็บเกี่ยวข้าว “ว่าง”ในที่นี้หมายถึงการทำบุญที่วัดต่าง ๆ เป็นการอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณที่ล่วงลับ
สำหรับที่สงขลาบ้านครูอิง วัดแต่ละวัดจะกำหนดวันทำบุญไม่ตรงกัน เป็นที่รู้กันโดยอัตโนมัติว่าวัดใด ทำบุญตรงกับวันที่เท่าไหร่ เพราะจะเหมือนกันทุก ๆ ปี
ปีนี้ครูอิงได้ไปทำบุญถึง ๓ วัดด้วยกัน แต่ที่สำคัญมากเห็นจะเป็นวันที่ ๑๕ เมษายน เพราะรวมญาติไปทำบุญที่วัดที่เก็บกระดูกของบรรพบุรุษ และกระดูกของญาติผู้ล่วงลับ
วันที่ ๑๕ นี้เป็นวันที่ครอบครัวของครูอิงมีกิจกรรมทั้งวัน เป็นที่รู้กันและเลื่องลือของเพื่อนบ้านทั้งตำบล ถึงความรักสามัคคีของคนในครอบครัว เริ่มตั้งแต่ภาคเช้าไปทำบุญที่วัดบ่อประดู่ วันนี้จะไม่มีชาวบ้านครอบครัวอื่นไปร่วม เพราะเป็นการทำบุญของตระกูลนี้ตระกูลเดียวก็แน่นศาลาวัดแล้ว
กลับจากทำบุญที่วัด ทุกคนก็จะไปรวมตัวกันที่บ้านครูอิง เพื่อรอเวลารดน้ำดำหัวผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งจะมีในเวลา ๑๔.๐๐ น. โดยคุณพ่อคุณแม่ของครูอิงเป็นประธาน
ระหว่างที่รอผู้เฒ่าผู้แก่ ซึ่งลูกหลานคนที่มีรถยนต์ก็จะรับหน้าที่ไปรับ-ส่ง ถึงบันไดบ้าน บางท่านก็ต้องอุ้มเข้าบ้านด้วยซ้ำ เพราะอายุเกือบ ๆ ร้อยกันหลายคนก็จะมีการเปิดคลิปวีดีโอให้ดูงานสงกรานต์ของปีที่ผ่านมา เป็นที่ครื้นเครงต่อท่าทางที่ตลก ๆ ของตัวเองและของคนอื่น
เมื่อรดน้ำดำหัว (อาบน้ำ สระผม ขัดมือ ขัดเท้า เรียกว่าถ้าควักตับไตไส้พุงออกมาล้างได้คงทำ อิ..อิ...อิ) คนเฒ่าคนแก่เสร็จแล้ว ทุกคนก็จะได้รับชุดใหม่ท่านละ ๑ ชุด โดยลูกหลานเป็นผู้เปลี่ยนให้
คนเฒ่าคนแก่ก็จะนั่งพูดคุยสนทนากันกะหนุงกะหนิงตามประสา ก็ได้เวลา พี่ ป้า น้า อา คนหนุ่มคนสาว และลูก ๆ หลาน ๆ เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน
จากนั้นได้เวลาของการเตรียมงานภาคกลางคืน ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองดี พวกผู้หญิงก็จะจัดเตรียมเรื่องอาหารการกิน พวกผู้ชายก็จะรับหน้าที่จัดการเรื่องเวที เครื่องเสียง และเครื่องดื่ม
ทุกครอบครัวก็จะได้รับเชิญขึ้นเวที แนะนำสมาชิกในครอบครัว ตบท้ายด้วยการร้องเพลงครอบครัวละ ๒ เพลงถึงตอนนี้จะมีเงินหมุนเวียนเปลี่ยนกระเป๋า เพราะมีการมอบพวงมาลัย ธนบัตรใบละ ๒๐ บ้าง ๕๐ บ้าง ๑๐๐ บ้าง ๕๐๐ ก็มีไปมอบให้กับนักร้อง ซึ่งก็หมุนเวียนกันอยู่ในหมู่ญาติพี่น้อง
เมื่อถึงครอบครัวของครูอิง ก็ต้องแปลกใจ เอ๊ะ ทำไมพิธีกรเชิญครูอิงคนเดียว ไม่ยอมเชิญน้องต้นน้ำและน้องต้นกล้าขึ้นเวทีด้วย เพิ่งมาทราบตอนหลังว่า น้องต้นน้ำไปกระซิบบอกคุณลุงพิธีกรไว้ว่า “เชิญคุณแม่คนเดียวนะครับ” เพราะคุณพ่อไม่ได้มาด้วย
ครูอิงรู้สึกขอบคุณญาติ ๆ ทุกคน ที่ไม่มีใครสะกิดแผลใจด้วยการถามถึงคุณพ่อน้องต้นน้ำต้นกล้า ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะแอบถามน้องต้นน้ำและน้องต้นกล้าด้วยความเป็นห่วงว่า “คุณพ่อมาหาบ้างหรือเปล่าครับ”
งานนี้มีงบประมาณเหลือเฟือ เนื่องจากทุกคนร่วมแรงร่วมใจสมทบทุนเหมือนทุกปีที่ผ่านมา คนละ ๓๐๐ บ้าง ๕๐๐ บ้าง ๑,๐๐๐ ก็มี
มีเหรัญญิกทำบัญชีรายรับรายจ่าย หากมีเงินเหลือก็ยกยอดไปสมทบในการจัดงานปีต่อไป
นี่แหละสงกรานต์ขนานแท้ ที่บ้านน้อก บ้านนอก สิ่งที่ครูอิงอยากอนุรักษ์ไว้ และอยากบันทึกไว้ให้ลูกหลานได้อ่าน และช่วยกันดำรงรักษาไว้ให้เป็นเอกลักษณ์ของตระกูล

สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
เป็นภาพที่น่าอบอุ่มมากเลยครับ
ปีหนึ่ง เราดุแลผู้เฒ่าผู้แก่ กันเพียงแค่วันเดียวเท่านั้นหรือ
จริงๆแล้วเราควรดูแลทุกวันจึงจะเหมาะสมที่สุดครับ
ผมชอบเพลงที่ครูอิง นำมาใส่ไว้ครับ เพลงพุ่มพวง ทำให้ผมคิดถึงคุณแม่ผมครับ
แม่ผมชอบฮัมเพลงพุ่มพวง เวลาท่านทำกับข้าว..
อาทิ
ดาวเรืองดาวโรย
ฯลฯ
ขอบคุณพี่ครูอิงค่ะ
ได้เรียนรู้วิถีชีวิตอีกแบบ
มีสิ่งดีๆเสมอๆนะคะ
สวัสดีครับอาจารย์ นับเป็นสงกรานต์บ้านนอก จริง ๆ เหมือนกับ 30-40 ปีที่แล้ว แต่ละวัดจะสรงน้ำพระไม่ค่อยตรงกัน สงกรานต์บ้านนอกแต่ก่อนเริ่มงานที่วัด สรงน้ำพระ รดน้ำผู้ใหญ่ หนุ่มสาวเริ่มเล่นน้ำกันที่บริเวณวัด ก่อพระเจดีย์ทราย....ที่บ้านก็รดน้ำผู้ใหญ่เตรียมผ้าโสร่ง ผ้าซิ่นใหม่ไว้ให้ท่าน....ที่เพิ่มเติมเข้ามาภายหลังน่าจะเป็นการจัดเลี้ยง เดี๋ยวนี้มีคาราโอเกะ เมื่อก่อนไม่มี....อ่านแล้วอบอุ่นดีที่ยังอนุรักษ์เอาไว้ได้นะครับ..........(สำหรับสงกรานต์ในปัจจุบันนี้ ทั่วๆไปผมเห็นแล้ว.....เรากลายเป็นคนตกยุคไปเลย....!!!)
เจริญพร โยมครูอิง
อาตมาเห็นว่าสิ่งที่โยมครูได้กระทำในวันว่างนั้น
ลูกหลานคงได้แบบอย่างที่ดีที่ลูกหลานทุกคนต้องปฏิบัิติสืบๆกันไป
ขออนุโมทนาบุญกุศลที่โยมครูได้กระทำในครั้งนี้ด้วยเทอญ
เจริญพร
สวัสดีค่ะน้องอิง
"ความดันโลหิตต่ำ แต่ความดันทุรังสูง" อิ..อิ..อิ...
คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เพราะรู้คำตอบแล้วค่ะ สงกราต์ปีนี้................ไปที่ไหนมาค่ะ อิจฉาครูอิงจังเลย ได้ไป พบปะ เยี่ยมยามถามข่าว ญาติๆ เฮ้อ........
มือที่เลี้ยงลูกเก้าคนไม่จนอับ ไม่มีทรัพย์กองให้ไร้ศึกษา
ใช้แรงกายแรงสองมือคือวิชา ภูมิปัญญาพลิกแพลงเอาส่งเจ้าเรียน
มาบัดนี้ภูมิปัญญามากมายสิ้นถ่ายทอด คงไหม้มอดกับเถ้าถ่านในวันเปลี่ยน
ภูมิปัญญารุ่นต่อรุ่นไม่หมุนเวียน จุดธูปเทียนอธิษฐานขอวันพ่อตาย
ครอบครัวอบอุ่นดี เป็นครอบครัวที่พอพอเพียง คือกับมาดูแลพ่อแม่
สวัสดีครับครูอิง
การบันทึกสิ่งเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานเป็นสิ่งที่ดีมากๆครับ
อย่างน้อยก็จะเป็นเรื่องราวในครอบครัวที่จะได้บอกต่อกันไปและเมื่อนำบันทึกมาเผยแพร่ก็เป็นเรื่องที่ทำให้รับรู้ในวงกว้าง เป็นวัฒนธรรมประเพณีที่ดีสมควรที่จะสืบทอดต่อไปไม่สิ้นสุด