แต่ประเทศไทยไม่ใช่ของคน 2 คนนี้เท่านั้นนะครับ

         ได้ฟังพระไพศาล วิสาโล หรือหลวงพี่ไพศาล ให้ข้อคิด เตือนสติ กับคนไทย ต้องยอมรับว่า ถูกทุกข้อจริงๆ คนไทยมีอัตตาสูง ห่างธรรม ครองสติไม่อยู่ ไม่ค่อยรู้ตัวเอง

         มีหลายท่านชอบใจประโยคที่ผมเขียนเมื่อบันทึกก่อนโน้นที่ว่า "คนไทยเป็นจำนวนมาก พร้อมที่จะเชื่อโดยไม่ต้องคิดอะไร " คนไทยส่วนใหญ่พร้อมที่จะฟัง และเชื่อหากเป็นพวกเดียวกัน สีเดียวกัน คนไทยพร้อมที่จะทำอะไรก็ได้เพื่อสนองพวกเดียวกัน

         เมืองไทยหลายวันที่ผ่านมา ได้เดินตามบ้านป่าเมืองเถือน ปากบอกว่าเกลียดผู้ก่อการร้าย แต่การปฏิบัติกลับไม่ต่างกันกับผู้ก่อการร้าย นึกจะยิงใครก็ยิง นึกจะเผาบ้านเมืองก็เผา นึกจะปิดสนามบินก็ปิด ฯลฯ กฎหมายไม่เป็นกฏหมาย ไม่มีใครยอมใคร

         วันนี้เรื่องผิดถูกไม่สน คิดอย่างเดียวว่าใช่พวกหรือไม่ เสียดายที่สมาชิกในบล็อก ไม่ได้ติดตามแนวคิดของผมแบบต่อเนื่อง หมายความว่าก่อนที่ผมจะมาเขียนบล็อก ว่าผมมีแนวคิดอย่างไร จะได้ไม่จัดผมให้เป็นสีต่างๆ

         ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าผมไม่เคยทะเลาะกับใครในเรื่องศาสนา และการเมือง แต่ความถูกต้องเป็นอย่างไร ผมต้องแสวงหา จะให้ใครมาปั่นหัวคงไม่ได้

         เมืองไทยวันนี้ต้องบอกว่าปัญหามาจากความเหลือมล้ำต่ำสูงของผู้คน และการกอบโกยโดยไร้คุณธรรมของคนบางคน และบางกลุ่ม บวกกับนักการเมืองที่ยอมแพ้ต่อระบบทุน แล้วมองเห็นช่องโหว่ของประชาชน ก็คงไม่ต้องโทษใครหรอก นักการเมืองที่ผลัดกันมามีอำนาจ ที่ไม่พยายามเกลี่ยความเสมอภาคลงไปสู่ประชาชน

        เมืองไทยวันนี้ที่มีปัญหาคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เพียงคนเดียว นั้นคือคนอีกซีกหนึ่งไม่เอาทักษิณ และคนอีกซีกหนึ่งเอาทักษิณ ส่วนเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องประชาธิปไตย เป็นเพียงสีที่สวยงามฉาบเอาไว้เท่านั้น

        ถ้าคนไทย ประเภทตาสี ตาสา ยายมี ยายมา คนกิ๊กก๊อก อย่างผม ที่จะเชื่อไม่ว่าใครที่มีบุญคุณมาพูดอย่างไรก็เชื่ออย่างนั้น ก็ไม่ว่ากัน แต่ที่น่ากลัวมากก็คือคนที่เป็นปัญญาชน แต่กลับไปเชื่อโดยไม่คิด ไม่หาข้อเท็จจริง อันนี้อันตรายมาก

        มีเด็กนักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่งถามปัญหาการเมืองกับผม ซึ่งผมฟังแล้วตกใจมาก ผมถามว่าใครบอกเธอ เด็กตอบว่า ครูบอก โอ้ว...ประเทศไทย หากแม่พิมพ์ พ่อพิมพ์ เป็นเสียเอง จะเหลืออะไรแล้ว ท่านจะรักจะชอบใคร ก็ให้เป็นเรื่องของท่าน แต่การที่จะสอนเด็กให้คิดและเชื่อตามที่ท่านเชื่อไม่สมควร หมายความว่า ท่านจะสอนวิชาใดก็ตามอย่าเอาความชอบหรือไม่ชอบไปสอนเด็กด้วย

        มีคนถามผมว่า "ทักษิณกับสนธิ ใครผิดใครถูก" ผมบอกว่าคุณสนธิ เขาเป็นนักกิจกรรมเคลื่อนไหว มาตั้งแต่ยุคคนเดือนตุลา มาทำสื่อ และมาทำธุรกิจสื่อ ทักษิณเป็นตำรวจ ต่อมาเป็นนักธุรกิจ มาทำธุรกิจสัมปทานประเภทสื่อ ตอนทักษิณเป็นรัฐบาลใหม่ๆสนธิก็ชมทักษิณ ตอนหลังแตกคอกัน ใครจะผิดจะถูกต้องไปถาม 2 คนนี้"

        ข้อน่าคิดก็คือ ถ้า 2 คนนี้ไม่แตกคอกัน เราน่าจะอดรู้เรื่องดีๆนครับ(เรื่องดีๆนะไม่ใช่เรื่องเลวๆ...อิอิ) ในทางกลับกัน ถ้า 2 คนนี้ยังรักกัน เราจะรู้อะไรไหมเนียะ....

         สรุปมันเป็นเรื่องของ 2 คน แล้วพวกเราไปเกี่ยวอะไรด้วยละ แต่ประเทศไทยไม่ใช่ของคน 2 คนนี้เท่านั้นนะครับ (ขอเชิญท่านแสดงความเห็นด้วยวิทยะปัญญานะครับ เพราะมีเด็กๆหลายๆคนเข้ามาอ่าน เดียวเด็กๆจะด่าพวกเราว่า ..........)