วันที่ 12 เมษายน หลังทานอาหารเช้าที่โรงแรม เดินถ่ายรูปบริเวณโรงแรมและถนนที่อยู่ใกล้ๆ ได้เห็นบรรยากาศที่แตกต่างกันไป ภายในเขตโรงแรมดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน ส่วนข้างนอกโรงแรมค่อนข้างพลุกพล่าน สกปรก และเต็มไปด้วยฝุ่น
ภาพถ่ายภายในบริเวณโรงแรมที่พัก
บรรยากาศเมื่อเดินเข้าไปในเมืองที่อยู่ใกล้ๆ โรงแรม
เวลาเก้านาฬิการถบัสออกจากโรงแรมพาไปเมืองปาทัน (Patan) หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลลิตปูร์ (Lalitpur) ชมจัตุรัสพระราชวังปาทัน (Patan Durbar Square) วิหารพระกฤษณะ และวัดทองคำ (GoldenTemple) แวะซื้อของพื้นเมือง จากนั้นไกด์ตั้งใจจะพาไปหมู่บ้านศูนย์อพยพชาวธิเบต แต่ได้ทราบจากคนขับรถว่าวันนี้ไม่เปิด จึงต้องเปลี่ยนแผนเป็นไปศูนย์หัตถกรรมของชาวธิเบตแทน (ซึ่งไม่ค่อยน่าสนใจเท่าใดนัก)
บางวิวในวัดทองคำ (Golden Temple)
บางมุมในเมืองปาทัน
Patan Durbar Square
หลังทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารจีน เดินทางสู่เมืองบัคตาปูร์ (Bhaktapur) เมืองหลวงที่เก่าแก่แห่งที่ 2 ชมพระราชวัง 55 พระแกลประตูทองคำ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงาม ที่เคยใช้ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Little Buddha ชมวิหารที่มีสถาปัตยกรรมแบบเนวารี ที่มีทรงหลังคาซ้อนกัน 5 ชั้น จากนั้นเดินทางต่อไปยังเมืองนากาโก๊ด (Nagarkot) ซึ่งอยู่ห่างประมาณ 25 กิโลเมตร แต่เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ต้องไต่ไปตามไหล่เขาจึงต้องใช้เวลาเดินทางถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม เข้าพักที่โรงแรม Country Villa เป็นรีสอร์ทที่อยู่บนยอดเขานากาโก๊ด ระดับความสูงประมาณ 2000 เมตรจากระดับน้ำทะเล หลังจาก Check-in พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน รีบคว้ากล้องตามไกด์ไปยังจุดชมวิวซึ่งอยู่ห่างจากที่พักไปประมาณกิโลกว่าๆ ได้ภาพมาดังข้างล่างนี้
ระหว่างทางไปนากาโก๊ด และพระอาทิตย์ก่อนลับหิมาลัย
เคยไปกับสามีในการประชุมของ AIT ที่เนปาล ประทับใจในบรรยากาศระหว่างเดินทางค่ะ แต่บ้านเมืองสกปรกค่อนข้างมากค่ะ
ได้ซื้อสร้อยคอมาเส้นละ250บาท ใส่แล้วก็สวยดีค่ะ ภรรยาอาจารย์คงได้ของมาเยอะนะคะ
ใช่เลยครับอาจารย์หมออัจฉรา . . . สกปรกมาก . . . ทำให้รักเมืองไทยขึ้นมาก และคิดหนักเรื่องจะไปอินเดีย ภรรยาผมได้ของพื้นเมืองพวกกำไล กระเป๋าผ้า มาหลายชิ้นเหมือนกัน
สวัสดีครับ
ไทยเราแค่เลิกทะเลาะกัน ก็ไปโลดแล้วครับ แต่คงต้องปรับหลายเรื่อง ทั้งเรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องความยุติธรรม เรื่องวัฒนธรรมอุปถัมภ์. . . ถ้าไม่ทำ (ไม่ปรับ) ก็คงจะย่ำแย่แน่ๆ ครับ