จากการจัดกิจกรรมแนะแนวชั้น ม.4 พบว่านักเรียนส่วนใหญ่มีความรับผิดชอบสูง ส่งงานตรงเวลามีเพียงส่วนน้อยที่ไม่ค่อยจะเรียบร้อยชอบส่งงานทีเดียวหลาย ๆ ใบงานแถมมีเพื่อนให้ยืมใบงานของเพื่อนมาส่งก็มี(ใจดี แต่ไม่ถูกเรื่องฝึกให้เพื่อนหัดโกหก)เขียนหนังสือจับใจความไม่ได้ตัวหนังสือต้องเรียกว่าไก่เขี่ย เฮ้อ... น่าสงสารนักเรียนยุคใหม่ถูกฝึกให้ชินกับแบบตัวเลือกเลยไม่มีทักษะในการเขียนหนังสือ

แต่อย่างไรก็ตาม ปีการศึกษา 2558 การจัดกิจกรรมแนะแนวก็ยังดำเนินต่อไปพร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขให้ทันเหลี่ยมมุมของนักเรียนซึ่งเริ่มมีมากขึ้นน่าเป็นห่วงเพราะผู้ใหญ่หลายคนทำตัวให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือข่าวสารครูพันธุ์ใหม่คงต้องตามแก้ไขกันต่อไป

ใบงาน ม.4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2558

(อ้างอิงและปรับปรุงจากหนังสือฯของบริษัทสำนักพิมพ์เอมพันธ์ จำกัด,องค์การแพธ,แผนการสอนของศูนย์แนะแนวฯ)

1.บันทึกข้อมูลและการพัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนรายบุคคล(เล่มเล็กสีฟ้า)
2.แบบทดสอบวัดแววอาชีพ
3.วันใด"ขาดฉัน"แล้วเธอ.....?
4.สถานการณ์ที่ 1
5. นี่แหละ"ตัวฉัน"
6. อดทนแค่ไหน?
7. แบบสำรวจลักษณะนิสัยที่เด่นชัดของตนเอง
8. บุคลิกภาพด้านความเชื่อมั่น
9. สถานการณ์ 1
10. สถานการณ์ 2
11. สถานการณ์ 3
12 . สถานการณ์ 4
13. วิเคราะห์กลอน
14. ธรรมศึกษาชั้นโท
15. GAT/PAT
16. คู่ครองที่ต้องการ
17. วันภาษาไทยแห่งชาติ
18. เปรียบเทียบอาชีพ
19.ประเมินครูประยงค์
20. สารบัญในสมุดใบงาน(รายละเอียดใบงานหน้าแรกของสมุดบันทึก)
*************

ใบงานที่ 18
เปรียบเทียบอาชีพ 2 อาชีพ

อาชีพ........................

อาชีพ........................

ลักษณะงาน.................

ลักษณะงาน.................

รายได้...................

รายได้...................

ความก้าวหน้าในอาชีพ............................

ความก้าวหน้าในอาชีพ............................

อาชีพที่เกี่ยวข้อง(เครือข่าย).......................

อาชีพที่เกี่ยวข้อง(เครือข่าย).......................


ใบงานที่ 17
กำหนดให้ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ แล้วทำกิจกรรมในซุ้ม/ฐานต่างๆ โดยให้ครูประจำซุ้ม/ฐานลงลายชื่อพร้อมกับข้อมูลดังนี้
วันภาษาไทยแห่งชาติ วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 ณ.............................................................
กิจกรรม/การแสดงที่เข้าร่วม คือ.............................................................
รายละเอียดการทำกิจกรรม คือ..........................................................
ประโยชน์ที่ได้รับ คือ.........................................................................
รางวัลที่ได้รับ.......................................
(ลงนาม)......................................ครูประจำซุ้ม/ฐาน
(.........................................)
*******************************************************
ใบงานที่ 19
ประเมินครูประยงค์
1. การแต่งกาย/การพูดจา/พฤติกรรม
..........................................................................
2. ลีลาการสอน/เนื้อหาที่เรียน
................................................................................
3. สื่อการสอน/อุปกรณ์/แหล่งความรู้/การส่งใบงาน
......................................................................
4. ข้อเสนอแนะ/ข้อปรับปรุง/ข้อแก้ไข
.......................................................................
หมายเหตุ
1. ไม่ต้องเขียนชื่อหรือเลขที่ ระบุเพียง ม....../...... เท่านั้น(ใช้กระดาษ A4)
2. เขียนตามความรู้สึก ไม่ต้องกังวล(ให้ดูตัวอย่างตามที่ปรากฏในบันทึกครับ.)
3. สามารถวาดรูปภาพประกอบได้นะครับ
3. เขียนเสร็จแล้วรวบรวมส่งที่หัวหน้าห้องครูจะรับที่หัวหน้าห้องครับ
4. ควรเขียนเองไม่จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์ครับ

***********************************************************************


ตัวอย่างการทำงานใน internet

*************
ใบงานที่ 16
เรื่องคู่ครองที่ต้องการ
กำหนดให้ นักเรียนอ่านแฟ้มดังนี้
แฟ้มประวัติ"สามหนุ่มสามมุม"ให้นักเรียนหญิง และแฟ้มประวัติ "สามใบเถา" ให้นักเรียนชาย
เพื่อศึกษาเปรียบเทียบคุณสมบัติต่างๆ
"แฟ้มประวัติสามใบเถา"

สาว 1ชื่อ สุมนัส
สุมนัสเป็นวัยรุ่นสมัยใหม่ มีความมั่นใจในตัวเองสูง เรียนปานกลาง ชอบทำกิจกรรมต่าง ๆ
ในโรงเรียนฐานะปานกลางมีความตั้งใจที่จะประกอบธุรกิจส่วนตัว เพราะเห็นว่าน่าจะมีรายได้ดีกว่า
รับราชการเป็นคนพูดโผงผางตรงไปตรงมาโดยไม่เกรงใจเพื่อนจนบางครั้งเพื่อน ๆ รู้สึกโกรธแต่
เธอไม่เคยโกรธเพื่อนนานความที่เป็นวัยรุ่นสมัยใหม่จึงมีเพื่อนชายมาชอบหลายคนแต่เธอจะเลือกคบเฉพาะคนที่มีความรับผิดชอบและไม่ไปกับเพื่อนชายสองต่อสอง เธอเลือกไปเป็นกลุ่มกับเพื่อนสนิท
ครั้งละ 3-5 คนทั้งชายและหญิง
สาว 2ชื่อ จันทร
จันทรเป็นลูกสาวชาวสวนฐานะค่อนข้างยากจนการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีรูปร่างผอม
ผิวคล้ำเธอต้องรับจ้างซักรีดเสื้อผ้าเพื่อเก็บเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนเธอตั้งใจจะเรียนต่อให้
จบมหาวิทยาลัยด้วยรายได้จากการทำงานของเธอเองเพื่อไม่ให้พ่อแม่ลำบากจันทรเป็นคนประหยัด
พูดน้อยไม่ค่อยร่วมสังสรรค์กับเพื่อน ๆ เธอไม่เคยไปไหนกับเพื่อนชายสองต่อสอง
สาว 3ชื่อ ประยงค์
ประยงค์ เป็นคนสวยมีเสน่ห์ร่าเริงพูดอ่อนหวาน ประยงค์เป็นคนที่ทำให้เพื่อน ๆ สนุกสนานครอบครัวประยงค์ทำธุรกิจป่าไม้มีฐานะดีประยงค์มีรสนิยมสูงในการแต่งกาย บางครั้งเงินไม่พอใช้ต้อง
ขอพ่อแม่เพิ่มเพราะมีเพื่อนมากและชอบออกเงินพาเพื่อน ๆ ไปเที่ยวในดิสโก้เทคบ่อย ๆประยงค์เรียนหนังสือเก่งเพราะมีครูมาสอนพิเศษที่บ้าน และเธอไม่ต้องรับผิดชอบช่วยงานบ้านแม้แต่เสื้อผ้าส่วนตัวก็มีคนรับใช้ทำให้ เธอจึงเป็นคนไม่มีระเบียบ ประยงค์มีเพื่อนชายมาชอบหลายคนเธอคบได้กับเพื่อนชายทุกคนและความที่เธอเป็นวัยรุ่นยุคใหม่จึงกล้าที่จะไปกับเพื่อนชายเหล่านั้นสองต่อสองแม้ว่าจะเป็นเวลากลางคืน
……………………………………………

"แฟ้มประวัติสามหนุ่มสามมุม"
หนุ่ม 1ชื่อ บรรจง
บรรจงหนุ่มน้อยจากภาคอีสานฐานะทางบ้านยากจนรูปร่างล่ำสันเพราะบรรจง
ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาและงานบ้านทุกอย่างบรรจงตั้งใจจะเรียนให้จบมหาวิทยาลัยด้วยการทำงาน
หารายได้พิเศษเพราะพ่อแม่ไม่มีเงินส่งให้เรียนต่อบรรจงพักอยู่ในวัดกับหลวงตาจึงไม่ต้องใช้จ่าย
ค่าอาหารและค่าหอพักบรรจงจะช่วยทำความสะอาดกุฏิให้หลวงตาและช่วยหิ้วของเวลาออก
บิณฑบาตตอนเย็นบรรจงไปรับจ้างขนผักที่ตลาดเป็นรายได้สำหรับค่าใช้จ่ายในการเรียนบรรจงเป็น
เด็กเรียนปานกลางพูดสำเนียงห้วน ๆตามสำเนียงที่บ้านฟังดูไม่เพราะ พูดน้อยชอบช่วยเหลือเพื่อน
เวลาถูกเด็กที่โตกว่ารังแกโกรธง่ายแต่หายเร็วเนื่องจากบรรจงเป็นคนพูดน้อยจึงมีเพื่อนสนิทเพียง
3-4 คนเท่านั้น
หนุ่ม 2ชื่อ เสน่ห์
เสน่ห์รูปหล่อเหมือนนักร้องวัยรุ่นชื่อดังพ่อแม่ค้าขายเสน่ห์เป็นลูกคนเดียวพ่อแม่ตามใจ
จึงชอบทำอะไรด้วยความมั่นใจ และเอาแต่ใจตนเองเสมอโดยไม่ค่อยคิดถึงความคิดเห็นความรู้สึก
ของเพื่อน ๆแต่ก็ไม่มีใครถือสาเพราะเสน่ห์เป็นคนร่าเริง ชอบพูดคุยให้เพื่อนสนุกสนานเฮฮาเสน่ห์
หัดดื่มเหล้าและสูบบุหรี่เพราะเสน่ห์คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นของลูกผู้ชาย ทำให้เข้าสังคมง่าย และจะทำให้
ได้หน้าที่การงานที่ดีเพราะรู้จักคนมากเงินเดือนที่พ่อแม่ให้จึงไม่ค่อยพอใช้ ต้องขอเพิ่มทุกเดือนแต่พ่อ
แม่ไม่เคยขัดที่จะให้เงินเสน่ห์ไว้ใช้ตามที่ต้องการ ความที่เป็นคนรูปหล่อฐานะดีใจกว้างร่าเริงพูดเพราะเอาใจเก่ง
จึงมีเพื่อนสาวมาชอบหลายคนทำให้เสน่ห์ภูมิใจมากเสน่ห์เห็นว่าการมีเพศสัมพันธ์
กับเพื่อนสาวที่มาชอบพอเป็นเรื่องธรรมดาของลูกผู้ชายประสบการณ์ทางเพศเช่นนี้จะทำให้เมื่อแต่งงาน
จะมีชีวิตทางเพศที่มีความสุข เสน่ห์ไม่เคยเที่ยวหญิงบริการทางเพศเพราะกลัวติดเอดส์ และเกรงว่าแต่งงานแล้วจะทำให้ครอบครัวมีปัญหา
หนุ่ม 3ชื่อ สมบัติ
หนุ่มน้อยร่างผอมบางครอบครัวฐานะปานกลาง เป็นเด็กเรียนดี มีน้ำใจชอบอธิบาย
หรือติวหนังสือให้เพื่อน ๆแต่เป็นคนใจน้อยไม่ชอบให้เพื่อนพูดล้อเล่นเป็นคนจริงจังสมบัติ
เป็นคนประหยัดใช้เงินอย่างมีเหตุผลไม่เคยออกเงินเลี้ยงเพื่อนเวลาไปเที่ยวกับเพื่อนสมบัติ
จะเสนอให้ทุกคนร่วมกันรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเท่า ๆ กันเสมอ สมบัติเป็นคนพูดเพราะ ไม่เคยพูด
คำหยาบคาย
กำหนดให้
1.ให้นักเรียนเลือกเพื่อนคู่ใจ1 คน บอกข้อดีที่เลือกมา 3 ข้อ(มากกว่านี้ก็ได้)
2.ให้นักเรียนบอกถึงสาเหตุที่ไม่เลือกบุคคลที่เหลือ( 2 คนที่ไม่เลือก)มา 4 ข้อ
3.ถ้านักเรียนจะมีคู่ครองในอนาคต จะมีเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร?( 9 ข้อ)
*****************
ใบงานที่ 9
สถานการณ์ที่ 1 ถาม : หลวงปู่เจ้าคะ ดิฉันมีเรื่องกลุ้มใจมากเลยค่ะ คือว่าครอบครัวดิฉันมีแต่ลูกผู้หญิงตั้ง 3 คน ไม่มีผู้ชายเลย แม่สามีก็บ่นว่าไม่มีวาสนา สามีก็บ่นว่าชาตินี้ไม่ได้บวชลูกชาย โชคไม่ดีเลยไม่รู้ทำเวรทำกรรมอะไรไว้จึงไม่มีลูกชายกับเขาสักคน ดิฉัน ล่ะกลุ้มๆ ไม่รู้จะทำอย่างไร เวลานี้คิดมากกลัวสามีจะไปมีคนใหม่เพื่อให้ได้ลูกชายกับเขาสักคน หลวงปู่ว่าดิฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ ?
ตอบ : นานาจิตตังลูกเอ๊ย... ทำไมเราจึงคิดอย่างนั้นเล่า ถ้า เป็นอย่างที่เราคิดกันว่า ถ้าไม่มีลูกชายแล้ว ครอบครัวนั้นไม่มีวาสนา บางคนคิดหนักไปอีกว่าตกนรกขุมปุตตะ ถ้าเป็นเช่นนั้น ครอบครัวที่มีแต่ลูกหญิงก็คงไม่ได้กลับมาเกิดอีกแน่ ซึ่งอันที่จริงแล้ว ครอบครัวที่มีแต่ลูกหญิงนั้นเป็นเพียงแค่ค่อนข้างไม่สะดวกในการครองชีวิต เท่านั้น เนื่องจากไม่มีลูกชายเป็นแรงงานหรือเสาหลักในการประกอบอาชีพเพราะมีเรี่ยว แรงมากกว่า อาตมาว่าลูกชายลูกหญิงเป็นเพียงแค่รูปภายนอก ส่วนการทำความดี การ เข้าถึง สวรรค์ นิพพานสมบัตินั้นมันคนละเรื่องกัน ลูกชายเป็นนักเลงหัวไม้เที่ยวไล่ตีต่อยชาวบ้าน บางทีไล่ทุบตีพ่อแม่ก็ถมเถไป เป็นโจรเป็นขโมย กินเหล้าเมามาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาก็มีตั้งมากมาย บางคนเสพสารเสพย์ติดบ้าจนคลุ้มคลั่งทำร้ายคนรอบข้างก็มีเยอะแยะ ครอบครัวเหล่านั้นโชคดีเหรอ คิดดูให้ดี ลูกผู้หญิงที่ทำความดีเป็นหลักเป็นฐาน สร้าง สรรค์ประโยชน์ก็มีเยอะ ความคิดที่ว่าลูกชายดีกว่าลูกหญิงนั้นเป็นความคิดเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยกย่องฝ่ายตนให้สูงส่ง โดยกดอีกฝ่ายให้ตกต่ำกว่าตนไม่ใช่สิ่งที่ถูก เพศเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอก ไม่ควรใส่ใจให้มาก บุคคลใดก็ตามทำประโยชน์ให้สังคม สร้างคุณงามความดีให้ปรากฏ เลี้ยงดูผู้มีพระคุณ กตัญญูกตเวที รักษาชื่อเสียงวงศ์ตระกูลไว้ ไม่ทำตนให้ไปสู่ที่เสื่อมเสีย นั่นต่างหากเล่าคือลูกที่ประเสริฐ จงปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ในการคิดให้ถูกต้องเถอะโยม
นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร?(อธิบาย) ......................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................

ใบงานที่ 10
สถานการณ์ที่ 2 ถาม : หลวงปู่คะ หนูคิดว่าหนูเป็นคนค่อนข้างขยัน เพราะมีความรู้สึกว่า เมื่อมีหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ทำอะไรๆ ก็พยายามทำสุดความสามารถทุ่มเทเวลาในที่ทำงาน มาระยะหลังๆ รุ้สึกเพื่อนๆ จะตีตนออกห่างไม่ค่อยเข้าใกล้หรือไม่ค่อยมีคนอยากพูดคุยด้วย เคยมีคนสนิทกันมาแอบกระซิบว่าเริ่มมีคนหมั่นไส้ หาว่าทำดีเกินหน้า(มีคำหยาบคายด้วย) ตอนนี้เริ่มไม่ค่อยสบายใจ ทำงานก็ต้องพยายามไม่ให้เกินเวลา พยายามกลับพร้อมๆ กัน ไม่ทุ่มเวลาเหมือนแต่ก่อน อึดอัดใจจริงๆ ค่ะ หนูควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรคะ ?
ตอบ : เป็น เรื่องปกติวิสัยของโลกเรานะหนูเอ้ย...ในที่ทำงาน สำนักงาน บริษัทห้างร้านก็มีคนแบบนี้แหล่ะ มีคนขยัน ขี้เกียจ จู้จี้ขี้บ่น ประจบสอพลอ ทับถมคนอื่น ยกตนข่มท่าน มันมีมานานแล้วไม่ใช่เพิ่งจะมี ปู่มีกลอนบทหนึ่งจะเล่าให้ฟัง
คนรักเรา เท่าผืนหนัง ฟังเอาไว้
คนชังไซร้ เท่าผืนเสื่อ น่าเบื่อไหม
คนจะรัก คนจะชัง ช่างปะไร
จงตั้งใจ ทำความดี นี่คนจริง...
และสุดท้ายหนูอย่าลืมน่ะว่า ขนาดพระพุทธเจ้าของเรา ก็ยังมีพระเทวทัต ชิงชังถึงขนาดจะลอบปลงพระชนม์ชีพมาแล้วนะ จงทำความดีต่อไปเถิดหลวงปู่เป็นกำลังใจให้และขออวยพรให้ประสบผลสำเร็จๆ เทอญ.
นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร?(อธิบาย) ......................................................................................................................................................................................... .........................................................................................................................................................................................

ใบงานที่ 11
สถานการณ์ที่ 3 ถาม : หลวงปู่เจ้าคะ... ดิฉันอยากจะทำบุญบ้านใหม่ นิมนต์หลวงปู่เป็นประธานฝ่ายพระสงฆ์ด้วยเจ้าค่ะ..แล้วดิฉันควรจะทำบุญวันไหน เจ้าคะ จะได้เป็นเกียรติเป็นศรีแก่บ้าน เดี๋ยวไปตรงกับวันไม่ดีจะทำให้บ้านไม่เป็นสุข นิมนต์หลวงปู่ดูฤกษ์ดูยามให้หน่อยเจ้าค่ะ..
ตอบ : ฤกษ์ยามมันดีอยู่ในตัวของมันแล้วโยม...ใครหล่ะที่บอกโยมว่าวันไหนมันไม่ดี เพราะทุกคนต่างเกิดมาเป็นมนุษย์ทุกคนก็เกิดภายใน 7 วันนี้เหมือนกัน ไม่มีใครเกิดเกินนี้ไปได้ วันแต่ละวันต่างก็มีดีทุกๆ วัน ไม่มีวันไหนเป็นวันไม่ดี ที่วันไหนมันไม่ดีก็เพราะมนุษย์เราเอาวันนั้นๆ ไปทำไม่ดีต่างหากเล่าโยม อาตมามีกลอนหนึ่งบทจะกล่าวให้ฟัง ตั้งใจฟังให้ดี แล้วโยมจะได้รู้ว่าวันไหนเป็นวันที่ดีที่สุดที่โยมจะขึ้นบ้านใหม่ ถ้าโยมสะดวก ไม่ติดกิจธุระใดๆ มีความพร้อมทั้งบ้าน มีอุปกรณ์ครบ มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูงมาร่วมงานกันครบ มีคนมาอวยพรพร้อมหน้าพร้อมตา มีคนร่วมอนุโมทนา พระสงฆ์มาครบ ทำพิธีไม่ขาดตกบกพร่อง วันนั้นแหละเป็นวันดีที่สุด เหมาะสมที่สุด ฤกษ์ดีที่สุดโยม โยมอย่ากังวลถือฤกษ์ถือยามให้มันไม่สบายใจอยู่เลย ความพร้อมต่างหากที่ทำให้วันนั้นๆ เป็นวันดีงาม เพราะถ้าคิดอย่างโยมว่า คนไหนเกิดวันที่เขาว่าฤกษ์ไม่ดีก็กลายเป็นคนไม่ดีซิ คนไหนเกิดวันที่เขาว่าฤกษ์ดีก็กลายเป็นคนดีอย่างนั้นหรือ คนจะดีไม่ดีไม่ใช่ดูที่วันเกิด จะทำมาค้าขายไม่ใช่มัวแต่ดูฤกษ์ยาม จะออกจากบ้านก็ต้องคอยดูว่าจิ้งจกมาทักหรือเปล่า... เออ...ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำมาหากินอะไรกัน คอยนั่งดูฤกษ์ยามอยู่อย่างนั้น นี่แหละคนไทยเราถึงไปไหนได้ไม่ไกลไม่ก้าวหน้า เอ้า...อาตมามีกลอนมาฝากบทหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องการทำบุญ ลองฟังดูนะ...
ทำวันจันทร์ เจือจานบุญ หนุนสูงส่ง
วันอังคาร จิตมั่นคง ไม่หวั่นไหว
ทำวันพุธ พิสุทธิ์ล้ำ จิตอำไพ
วันพฤหัสฯ วันครูไซร้ ได้กุศลแรง
ทำวันศุกร์ สุขสวัสดิ์ จรัสศรี
ทำวันเสาร์ จิตเปรมปรีดิ์ มิหน่ายแหนง
วันอาทิตย์ จิตแจ่มใส ไร้ระแวง
อย่าคลางแคลง ทำบุญไว้ ไม่อับจน...
ฟังแล้วก็ไปคิดดูเอาเอง เชื่อไม่เชื่อสุดแท้แต่โยม...
นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร?(อธิบาย) ........................................................................................................................................................................................ ...................................................................................................................................................................................... .

ใบงานที่ 12
สถานการณ์ที่ 4 ถาม : หลวงปู่ครับ ผมก็เข้าวัดมานานแล้ว ผมมีความสงสัยอย่างหนึ่ง ขอเรียนถามหลวงปู่หน่อยครับ บางทีผมไปวัดแต่ละวัด หลวงพ่อหลวงปู่แต่ละรูปก็เทศน์ไม่เหมือนกัน แม้แต่บทสวดมนต์ ญาติโยมก็สับสนปฏิบัติแตกต่างกัน หลวงปู่พอจะแนะนำผมได้ไหมครับว่าแบบไหนดีที่สุด ผมจะได้ทำตามครับ
ตอบ : คำถามนี้ดีนะโยม ก่อนอื่นขอตอบก่อนง่ายๆ ว่า ไปวัดไหนแล้วมองเห็นวัดสะอาดร่มรื่น เสนาสนะเป็นระเบียบเรียบร้อย หมู่พระสงฆ์มีอาการสำรวม เหล่าผู้ปฏิบัติธรรมฝึกปฏิบัติไม่ระคนด้วยหมู่คณะ บำเพ็ญกิจตามฐานะ ร่วมกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เชิญชวนญาติโยมประพฤติปฏิบัติธรรมสมควรแก่เพศ วัย เวลา เผยแผ่ธรรมะหลากหลายรูปแบบ แล้วตัวเราเองมาทำความรู้จักเข้าใจลองปฏิบัติธรรมและรู้เห็นตามเป็นจริง เกิดปัญญารู้แจ้งไม่งมงายหรือถือวัตรแบบผิวเผิน นั่นแหละคือผู้เข้าวัดถูกต้อง ส่วนต่อไปนี้เป็นการให้ความรู้เรื่องวัดนะโยม ตั้งใจฟังให้ดี
1. วัดเสก วัดแบบนี้ก็จะมีกิจกรรมคือเสกโน่นเสกนี่สารพัดเสก เช่น เสกข้าวสาร(รวมเสกอย่างอื่นด้วยนะ..แต่ไม่พูดเพราะเดี๋ยวจะไปขัดกับบางวัด ที่กำลังทำกิจกรรมอยู่) ให้เป็นขวัญถุงเพื่อเรียกคนเข้าร้าน ขายของได้มากขึ้น หรือทำให้ทำมาค้าขายร่ำๆ รวยๆ ญาติโยมมาหาก็เสกกระหม่อมบ้างให้คู่ยงคงกระพัน...น่าให้ท่านไปเสกแถวภาคใต้ บ้าง เจ้าหน้าที่จะได้ไม่ตายกันขนาดนี้ วัดแบบนี้ก็จะทำให้ญาติโยมงมงายอยู่แค่นี้ เกิดความประมาทได้นะโยม
2. วัดสวด วัดแบบนี้สวดทั้งปี ไม่เคยแนะนำญาติโยมเลยว่า บทสวดที่สวดกันมานั้น มีความหมายว่าอย่างไร? สวดทำไม? เอาไปใช้ประโยชน์อย่างไร? แถมบางวัดสวดเป็นทำนองเหมือนกับเล่นลิเกเข้าไปโน่น... ญาติโยมก็ไม่เกิดปัญญาสักที นึกว่าสวดแล้วได้บุญมหาศาล หารู้ไม่ว่า ทุกบทสวดมนต์นั้นๆ พระพุทธเจ้าและเหล่าพระสาวกได้ให้คติ ข้อคิด ข้อเตือนใจ แนวปฏิบัติต่างๆ ไว้แล้ว ผู้ฟังที่มีปัญญาก็สามารถนำไปประพฤติปฏิบัติได้ประโยชน์อย่างเต็มที่นะโยม
3. วัดสร้าง วัดแนวนี้ก็สร้างทั้งปี เดี๋ยวเชิญชวนญาติโยมสร้างไอ้โน่นสร้างไอ้นี่อยู่ร่ำไป บางวัดสร้างจนเต็มไปหมดแต่ใช้ประโยชน์ได้แค่นิดเดียว ไปๆมาๆ ก็สึกหรอไปตามกาลเวลา ขาดการดูแลรักษา พระภิกษุก็มีน้อย กลายเป็นเกินความจำเป็นไปเสียอีก ญาติโยมเองก็ไม่เกิดปัญญาพาตัวเองให้รอดพ้นจากกองทุกข์สักที
4. วัดสอน สอนทั้งปี เข้าค่ายตลอด นำญาติโยมฝึกสมาธิเอาเป็นเอาตาย นั่งเป็นชั่วโมง เดินจนปวดขา หารู้ไม่ว่า โยมไม่ได้เป็นพระสงฆ์ ที่มุ่งจะหลุดพ้นเข่นฆ่ากิเลสให้หมดสิ้น โยมยังทำมาหากินกันอยู่ พอมาเจอหลักสูตรพระเข้าเข็ดไปเลยไม่เข้าวัดอีกแล้ว ก็ไปดูๆเอาว่ามีที่ไหนบ้าง ชาวบ้านนะไม่ใช่พระจะได้อดทนอดกลั้นได้ขนาดนั้น
5. วัดเสริม เสริมทั้งปี เสริมนั่นเสริมนี่ เสริมมงคลชีวิต เสริมดวงชีวิต เสริมบารมี บางทีมีตัดเวรตัดกรรมได้ด้วยนะโยม
6. วัดเสีย ผ่านประตูวัดเข้ามาก็เจอซุ้มต่างๆ พระประจำวันเกิด เสี่ยงทายวันเดือนปีเกิด หยอดเหรียญฟังพระเจริญพระพุทธมนต์ ถังสังฆทาน ทำบุญค่าธูปเทียนดอกไม้ ไม้เสียบใบเงินใบทองฯลฯ สรุปทุกด่านผ่านบุญด้วยปัจจัยนะโยม
7. วัดสว่าง สะอาด สงบ ฟังแค่ชื่อก็น่าเคารพศรัทธาเลื่อมใสแล้ว เข้ามาพบแต่ธรรมชาติที่ร่มรื่น มีเส้นทางสะอาด ชัดเจน หมู่กุฎีเป็นระเบียบเรียบร้อย เขตพระภิกษุสงฆ์ เขตสมณชีพราหมณ์ เขตอภัยทาน เขตสงบเสียง เขตปฏิบัติธรรม เขตขบฉันฯลฯ
เข้ามาแล้วเย็นกายเย็นใจ ได้ฟังเสียงหัวใจตนเอง พิจารณาธรรมเป็นธรรมอย่างแท้จริง
นักเรียนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร?(อธิบาย)..............................................................

........................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................................

ใบงานที่ 13
ให้นักเรียนอ่านบทกลอนข้างล่างนี้ครับ
มีน้ำใส หนึ่งแก้วตั้ง วางบนโต๊ะ
เด็กเห็นโอ๊ะ นึกน้ำหวาน พลันสุขศรี
ขี้เหล้าเห็น นึกเป็นสุรา ข้าเปรมปรีดิ์
ภิกษุ,ชี มองน้ำนึก ตรึกพรหมจรรย์
นักดนตรี มองน้ำนึก ตรึกเป็นโน้ต
ศิลปินโปรด วาดภาพมา ธาราสวรรค์
พ่อค้าเห็น หัวเราะร่า ตาเป็นมัน
คว้าน้ำนั้น ใส่ขวดขาย ได้สตางค์เอย.
จากบทกลอนข้างต้น นักเรียนเข้าใจว่าอย่างไรหรือมีความคิดเห็นอย่างไร? ...............................................................................................................................................
...............................................................................................................................................
............................................................................................................................................... *************************************************************

ใบงานที่14 ชื่อ..........................ห้อง...........เลขที่.......
ธรรมศึกษาชั้นโท(ฉบับย่อๆ)
1. " วิบัติ "หมายความว่าอย่างไร? (ตอบและอธิบายอย่างย่อๆ)
................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. ให้นักเรียนเลือกตอบ 1 ข้อดังต่อไปนี้(ตอบและอธิบายอย่างย่อๆ)
2.1.พระจูฬปันถกะ 2.4. พระองคุลิมาล
2.2. พระวักกลิ 2.5 พระอานนท์
2.3. พระราธะ
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
3. ปาฏิหาริย์ 3 มีอะไรบ้าง? (ตอบและอธิบายอย่างย่อๆ)
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
4. ปิฎก 3 มีอะไรบ้าง? (ตอบและอธิบายอย่างย่อๆ)
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
5. พระอริยบุคคล 4 หมายความว่าอย่างไร? (ตอบและอธิบายอย่างย่อๆ)
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
...................................................................................................................................
(ลงชื่อ).............................นักเรียน
(......................................)
หมายเหตุ :เป็นเอกสารแทนใบงาน,ใช้เพื่อความสะดวกสำหรับนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าร่วมสนามทดสอบของนักธรรม,
ไม่สามารถนำไปแสดงว่าจบและมีความรู้เทียบเท่าธรรมศึกษาชั้นโทได้

***********************

ใบงานที่ 15 ชื่อ...............................ชั้น.............เลขที่........
GAT / PAT
1. นักเรียนควรเตรียมตัวอย่างไรในการสอบ"GAT / PAT "อย่างน้อย 5 บรรทัด
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
2. นักเรียนมีความเข้าใจกับคำว่า"GAT / PAT "อย่างไร?
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
3. การสมัครสอบ"GAT / PAT " สมัครอย่างไรและต้องทำอะไรบ้าง?
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
4. นายประยงค์ อยากประกอบอาชีพเป็นครู ต้องสอบ"PAT "ใด? เพราะเหตุใด?
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
5. นางสาวบังเอิญ ชอบดาราญี่ปุ่นและสนใจภาษาญี่ปุ่น ต้องสอบ"PAT" ใด? เพราะเหตุใด?
.......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
6.การ พิจารณาคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาใช้องค์ประกอบอะไรบ้าง? .......................................................................................
.......................................................................................
.......................................................................................
.................................................................................

****************************

ใบงานที่ 2

กำหนดให้ นักเรียนทำแบบทดสอบวัดแววอาชีพ โดยสามารถทำใน internet หรือ ทำที่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ห้องแนะแนว(โต๊ะครูประยงค์)แล้วนำข้อมูลมาลงในใบงานที่ 1 ของตนเองครับ

1. คุณลักษณะ/อุปนิสัย/พฤติกรรม...................................................................

2. สาขา/คณะที่ควรเลือกเรียน..........................................................................

3. อาชีพที่เหมาะสม.........................................................................................

        ใบงานที่ 3

วันใด"ขาดฉัน"แล้วเธอ.....?

1. ผลที่เกิดขึ้นเมื่อโรงเรียนไม่มีการแนะแนว/ครูแนะแนว

1.1 .........................................................................................

1.2 ..........................................................................................

1.3 ..........................................................................................

  1. ผลที่เกิดขึ้นเมื่อโรงเรียนมีการแนะแนว/ครูแนะแนว
    2.1 ……………………………………………………………………………..
    2.2 ………………………………………………………………………………
    2.3 ………………………………………………………………………………

ใบงานที่ 4

สถานการณ์ที่ 1 กรณีตัวอย่างของประยงค์

ประยงค์เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4ของโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งเธอเป็นนักเรียนแผนการเรียนภาษาต่างประเทศ

มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีเธอชอบเรียนภาษาอังกฤษและภาษาไทยเป็นอย่างมาก

เธอมักจะใช้เวลาว่างในการเขียนบทความลงในวารสารของโรงเรียนเสมอประยงค์ใฝ่ฝันที่จะเรียนคณะนิเทศศาสตร์

หรือคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน เธออยากเป็นนักข่าวแต่ประยงค์ค้นพบตัวเองว่า

เธอมักจะประหม่าและกลัวเมื่อครูเรียกเธอไปพูดหน้าชั้นซึ่งประยงค์ตัวดีว่าสิ่งนี้เป็นอุปสรรคในการเรียนคณะนิเทศศาสตร์ของเธอแน่นอนดังนั้นประยงค์จึงตัดสินใจไปพบครูแนะแนวในเย็นวันหนึ่งแล้วเล่าถึงความใฝ่ฝันในอาชีพของเธอให้ครูฟัง

ครูแนะแนวถามประยงค์ถึงคุณลักษณะของบุคคลที่จะเป็นนักข่าวซึ่งประยงค์ได้ค้นพบว่า คนที่จะเป็นนักข่าวต้องกล้าพูด

กล้าแสดงออก มีความอดทนเข้มแข็งมีปฏิภาณไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวนี้ ประยงค์ยอมรับว่าการกล้าพูดกล้าแสดงออกมีอยู่ในตัวเธอน้อยมาก ครูแนะแนวได้ให้กำลังใจ

และบอกประยงค์ว่า สิ่งเหล่านี้สามารถพัฒนาให้มีขึ้นได้ถ้าตั้งใจจะฝึกฝน

ครูแนะแนวเชิญชวนให้ประยงค์เข้ากลุ่มฝึกพฤติกรรมการกล้าแสดงออกซึ่งเป็นกลุ่มการให้คำปรึกษาที่งานแนะแนวจัดขึ้นในภาคเรียนนี้ประยงค์ตัดสินใจเข้าสมัครเป็นสมาชิกกลุ่มฝึกพฤติกรรมการกล้าแสดงออกในเวลาต่อมา

ประยงค์รู้สึกว่าตนเองกล้าออกไปพูดหน้าชั้นมากขึ้นได้รับคำชมจากครูและเพื่อน ๆ

คำถาม
1.นักเรียนคิดว่าในที่สุดประยงค์จะแก้ไขพฤติกรรมการกล้าพูดกล้าแสดงออกได้หรือไม่

เพราะเหตุใด

...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................

2. นักเรียนคิดว่าในอนาคตประยงค์จะเลือกอาชีพนักข่าวหรือไม่ เพราะเหตุใด

...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................

3. ข้อคิดที่ได้จากกรณีตัวอย่างนี้

...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................

...................................................................................................................................................

ใบงานที่ 5

นี่แหละ"ตัวฉัน"

1. ข้าพเจ้าชื่อ…………………………………………………………ชื่อเล่น คือ……………………………………

2. อุปนิสัย……………………………………………………..มีโรคประจำตัว คือ……………………..

3. มีความสามารถพิเศษ คือ…………………………………………………………………………………………

4. มีข้อ"ดี" คือ…………………………………มีข้อ"เสีย" คือ……………………………………………………………………

5. ตั้งใจจะเรียนต่อในสาขา/คณะ………………………………………………………………………..

6. อาชีพที่ใฝ่ฝัน/สนใจคือ…………………………………………………………….

7. อนาคต ข้าพเจ้าจะ………………………………………………………………………………………..

ใบงานที่ 6

อดทนแค่ไหน?

1. นักเรียนโทรศัพท์หาเพื่อน แต่สายไม่ว่าง นักเรียนจะ…………………………

2. ถ้ามีใครไม่เห็นด้วยกับนักเรียน นักเรียนจะ………………..

3. นักเรียนเคยกระแทกหูโทรศัพท์ใส่เพื่อนคือ……………….หรือคนอื่นๆ คือ………………..

4. หากมีสิ่งใดไม่เป็นไปตามต้องการที่นักเรียนต้องการ นักเรียนจะ…………………………….

5. ถ้านักเรียนหาสิ่งที่ต้องการไม่เจอ นักเรียนจะ………………………………….

6. นักเรียนกำลังรอซื้อสิ่งของที่เคาน์เตอร์ แต่เมื่อถึงเวลาขายไม่มีพนักงานมาทำหน้าที่ นักเรียนจะ…………………
7. นักเรียนเรียนวิชา……………. ครูให้นักเรียนทำ………………..ซึ่งเป็นวิชาที่………………….นักเรียนจะ………………..

8. นักเรียนกำลังดูทีวีอยู่ แม่บอกให้ไปหุงข้าว นักเรียนจะ………………………………….

9. เมื่อน้องถามการบ้าน นักเรียนจะ………………..

10. นักเรียนไปร้านขายสิ่งของ แต่ร้านกำลังจะปิด นักเรียนจะ………………………………….

ใบงานที่ 7

เรื่องแบบสำรวจลักษณะนิสัยที่เด่นชัดของตนเอง

ประกอบการจัดกิจกรรมเรื่องการสำรวจลักษณะนิสัยที่เด่นชัดของตนเอง




แบบสำรวจลักษณะนิสัยที่เด่นชัดของตนเอง

การรู้ลักษณะนิสัย มีผลมากต่อการเลือกอาชีพ

ถ้านักเรียนรู้ว่าตนเองมีลักษณะนิสัยอย่างไร

นักเรียนจะได้แสวงหาอาชีพที่ตรงกับลักษณะของนักเรียน

เช่น ถ้าเรารู้ว่าเราพูดไม่เก่ง

ชอบ ทำงานกับตัวเลข

เราอาจจะหาอาชีพที่ไม่ต้องพูดมาก เช่น นักบัญชี

เป็นต้น

วิธีทำ

ให้นักเรียนอ่านลักษณะนิสัยต่อไปนี้ และให้คะแนนลงหลังข้อความ

ถ้านักเรียนมองว่านักเรียนมีลักษณะนิสัยนั้น

มากที่สุด.........................1

น้อย................................4

มาก................................2

น้อยที่สุด.........................5

ปานกลาง........................3

คล่องแคล่วว่องไว..................

ชอบให้ผู้อื่นทำตามตน............................

กล้าแสดงออก.......................

เชื่องช้า เฉื่อยชา...................................

มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์.......

ยิ้มแย้ม แจ่มใส

ร่าเริง..............................

คิดมาก..................................

อารมณ์อ่อนไหว..............................

มีลักษณะเป็นผู้นำ.................

เชื่อถือได้ เป็นที่วางใจคนรอบข้าง...............

มีมนุษยสัมพันธ์.....................

ก้าวร้าว โกรธง่าย.................................

ขี้อาย.....................................

ควบคุมตนเองได้ดี..............................

ยอมรับผู้อื่นใจกว้าง..............

ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง................ขยัน......................................

ขี้เกรงใจ.......................................

ชอบแข่งขัน..........................

มองโลกตามความเป็นจริง.......................

มีความเชื่อมั่นในตนเอง.........

ช่วยเหลือผู้อื่น...............................

เคร่งขรึม

ค่อนข้างเงียบ........

วิตกกังวลง่าย................................

พูดเก่งช่างเจรจา......................

ฉลาดมีไหวพริบ................................

มีความยืดหยุ่น........................

ปรับตัวง่าย.......................................

ละเอียดรอบคอบ..........................

ไม่มีความกล้า................................

มีความรับผิดชอบ....................

หุนหันพลันแล่น......................................

ชอบความตื่นเต้น หรือผจญภัย.........

สนใจใฝ่หาความรู้...............................

เข้ากับผู้อื่นได้ยาก................................

ให้นักเรียนพิจารณาลักษณะนิสัยที่นักเรียนขีดเครื่องหมาย

/

ในช่องมากที่สุดและพิจารณาเรียงลำดับลักษณะนิสัยที่คิดว่าเป็นลักษณะนิสัยที่เด่นชัดของนักเรียน

โดยอันดับที่ 1 เป็นลักษณะนิสัยที่เด่นชัดมากที่สุด

รองลงมาเป็นอันดับที่ 2, 3, 4, 5

ลักษณะนิสัยที่เด่นชัดของฉันคือ

1...............................................................................................................................

2...............................................................................................................................

3...............................................................................................................................

4...............................................................................................................................

5...............................................................................................................................

ใบงาน 8

เรื่อง

แบบประเมินตนเองเพื่อวัดบุคลิกภาพด้านความเชื่อมั่น

ประกอบการจัดกิจกรรมเรื่อง

การรู้จักบุคลิกภาพของตนเองด้านความเชื่อมั่น

แบบประเมินตนเองเพื่อวัดบุคลิกภาพด้านความเชื่อมั่น

คำชี้แจงในการทำแบบทดสอบ แบบทดสอบนี้

ถามความรู้สึกของนักเรียนถึงสถานการณ์หรือเรื่องราวต่าง ๆ

ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวันของนักเรียน

ถ้านักเรียนประสบกับสถานการณ์หรือเรื่องราวต่าง ๆ เหล่านั้น

นักเรียนจะมีความรู้สึกอย่างไรในสถานการณ์นั้น ๆ

แบบทดสอบจะมีคำถามเป็นข้อ ๆ แต่ละข้อมีคำตอบให้เลือกหลายคำตอบคือ ก.

ข. และ ค.

ให้นักเรียนเลือกเอาเพียงข้อเดียวเท่านั้น

ที่ตรงกับความเป็นจริงที่นักเรียนเคยกระทำอยู่เสมอ ๆ

หรือที่นักเรียนคิดว่ากระทำจริง ๆ

เมื่อนักเรียนประสบเหตุการณ์นั้น

เมื่อเลือกได้ข้อใดก็นำไปเขียนลงในกระดาษคำตอบที่แจกให้ต่างหาก

คำตอบของนักเรียนไม่มีผลกระทบกระเทือนถึงการสอบวิชาอื่นและไม่นำไปเผยในที่ใดเป็นรายบุคคล

จึงขอให้นักเรียนตอบอย่างสบายใจ ให้ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด

1. นักเรียนคิดทำของเล่นด้วยตัวของนักเรียนบ้างหรือไม่

ก. เคยบ่อย ๆ

ข. บางครั้งก็เคย

ค. ไม่เคยคิดเลย

2. ขณะทำงานนักเรียนรู้สึกอย่างไร

ก. รู้สึกเหนื่อยไม่อยากทำ

ข. บางครั้งก็เหนื่อย

ค.

อยากทำต่อไปไม่รู้สึกเหนื่อย

3.

ถ้านักเรียนกำลังเลี้ยงน้องอยู่แล้วมีเพื่อนชวนไปเที่ยวเล่น

นักเรียนจะทำอย่างไร

ก. ไปเที่ยวกับเพื่อน

ข. บางทีอาจจะไป

ค. ไม่ไป

4.

ถ้านักเรียนมาโรงเรียนไม่ทันเพราะมัวหยุดเล่นกับเพื่อน

ถ้าครูถามนักเรียนจะบอกว่าอย่างไร

ก. บอกว่าแม่ไม่ปลุก

ข. ให้ครูคิดเอง

ค. บอกว่ามัวแวะเล่นกับเพื่อน

5. ขณะคุยกับเพื่อนหรือคนอื่น

นักเรียนมองหน้าเขาหรือไม่

ก. ไม่กล้ามอง

ข. ไม่อยากมอง

ค. มองด้วยคุยด้วย

6. ถ้าเพื่อนเลือกให้เป็นหัวหน้าชั้น

นักเรียนจะเป็นได้หรือไม่

ก. เป็นไม่ได้

ข. พยายามเป็นให้ได้

ค. เป็นได้อย่างดี

7. ถ้านักเรียนพบสุนัขบ้า นักเรียนจะทำอย่างไร

ก. ยืนเฉย ๆ

ข. ร้องให้คนช่วย

ค. วิ่งหนี

8. นักเรียนชอบทำงานคนเดียวหรือไม่

ก. ชอบทำงานคนเดียว

ข. บางครั้งก็ชอบ

ค. ชอบทำงานกับเพื่อน

9. นักเรียนเคยช่วยเหลือคนอื่นทำงานหรือไม่

ก. ช่วยทำบ่อย ๆ

ข. ไม่ค่อยได้ช่วย

ค. ไม่ช่วย

10. นักเรียนอยากกลับไปเป็นเด็กเล็ก ๆ อีกหรือไม่

ก. อยากเป็นเด็กอีก

ข. บางครั้งก็อยาก

ค. ไม่อยากเป็นเด็กอีก

11. ตามปกตินักเรียนชอบคิดเรื่องราวต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาหรือไม่

ก. คิดอยู่เสมอ

ข. ไม่ค่อยได้คิด

ค. นาน ๆ จึงจะคิดสักครั้ง

12. เวลามีปัญหาเกิดขึ้นกับนักเรียน

นักเรียนเคยคิดแก้ปัญหานั้น ๆ ได้บ้างหรือไม่

ก. เคยคิดได้บ่อย ๆ

ข. คิดได้เป็นบางครั้ง

ค. ไม่เคยคิดได้เลย

13.

นักเรียนคิดว่าควรช่วยกันทำความสะอาดห้องเรียนหรือไม่

ก. ควรให้ภารโรงทำ

ข. นาน ๆ จึงค่อยช่วยสักครั้ง

ค. ช่วยทำทุกครั้งที่มีโอกาส

14. นักเรียนชอบทำงานด้วยตัวเองหรือชอบให้คนอื่นทำให้

ก. ชอบทำเอง

ข. บางครั้งก็ให้คนอื่นทำให้

ค. ชอบให้คนอื่นทำให้

15. เวลานักเรียนคุยกับเพื่อน ๆ นักเรียนมีความรู้สึกอย่างไร

ก. ไม่สนุกเลย

ข. ถ้าอายเพื่อนก็ไม่สนุก

ค. สนุกดี

16. เมื่อครูให้การบ้านมานักเรียนทำอย่างไร

ก. ทำทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน

ข. ไว้ลอกเพื่อนที่โรงเรียน

ค. ไม่ต้องทำ

17. นักเรียนอยากเลิกเรียน (ออกจากโรงเรียน) หรือไม่

ก. อยากเลิก

ข. บางครั้งก็อยากเลิก

ค. ไม่อยากเลิก

18. ขณะอยู่ในห้องเรียน นักเรียนปฏิบัติอย่างไร

ก. ถามครูทุกครั้งที่ไม่เข้าใจ

ข. ไม่ค่อยกล้าถามครู

ค. ไม่กล้าถามครู

19. เวลากระทำสิ่งต่าง ๆ นักเรียนคิดว่าอย่างไร

ก. คิดว่าต้องทำให้สำเร็จ

ข.

บางครั้งคิดว่าจะทำให้สำเร็จ

ค. ไม่คิดอะไร

20. ตามปกตินักเรียนเป็นคนอย่างไร

ก. เปิดเผยไม่อ้อมค้อม

ข. บางครั้งก็เปิดเผย

ค.

ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเป็นอย่างไร

21. เวลาเล่นกีฬานักเรียนคิดอย่างไร

ก. คิดแกล้งเพื่อนเพื่อให้ชนะ

ข.

อาจจะแกล้งเพื่อนบ้างบางครั้ง

ค. ไม่พยายามเอาเปรียบเพื่อน

22. นักเรียนรู้สึกว่าพ่อแม่พี่น้องเข้าใจนักเรียนดี หรือไม่

ก. รู้สึกว่าเข้าใจดี

ข. รู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าใจนัก

ค.

รู้สึกว่าไม่เข้าใจนักเรียนเลย

23. เวลาทำเลข นักเรียนชอบคิดเอง หรือทำตามที่ครูทำให้ดู

ก. ทำตามครูถูกที่สุด

ข. บางครั้งก็คิดเอง

ค. มักคิดวิธีทำเอาเอง



(ยังมีต่อนะครับ...........)