ช่วงนี้มีเรื่องเล่าการเมืองในอาณาจักรอยุธยาที่มีอาณาเขตกว้างไกล สำหรับมุมคิดทางการเมืองที่เด่น ๆ มีดังนี้
1 . มุมคิดแบบเทวราชา เป็นการรับเอารูปแบบมาจากขอมซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพราหมณ์ โดยพระราชาทรงเป็นเทพเจ้าอวตารลงมาประทับอยู่ในพระราชวังเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นเทวสถาน เมื่อพระราชาเสด็จออกนอกวังต้องมีขบวนแห่ ชาวบ้านที่อยู่ในเส้นทางเสด็จผ่านต้องหมอบก้มหน้านิ่ง พระราชามีอำนาจเป็นเจ้าชีวิตเมื่อมีราชโองการใด ๆ ย่อมไม่อาจขัดขวางได้ แง่คิดคือ สังคมไทยไม่เหมือนสังคมขอม เพราะสังคมไทยเป็นเทวราชาในศาสนาพุทธ
2 . มุมคิดแบบธรรมราชา เป็นพระราชานับถือธรรม อำนาจที่ใช้การปกครองต้องอิงหลักธรรมมี ทศพิธราชธรรม จักรวรรดิวัตร เป็นต้น แง่คิดคือพระราชาอยู่ในฐานะเป็นเทวราชาและธรรมราชา
3 . มุมคิดแบบจักรพรรดิราช เน้นไปที่รัฐต่างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ปกครองด้วยพระราชานับถือพระพุทธศาสนา สื่อถึงความเป็นใหญ่กว่าพระราชาทั้งปวง ( Universal Monarch ) แสดงถึงความมีบุญบารมีของพระราชาเหนือกว่าองค์อื่น ๆ ตามแนวคิดของศาสนาพราหมณ์บวกกับความสัมพันธ์เกี่ยวกับมณฑลที่มีอำนาจในการปกครองที่พระราชาในหัวเมืองต่าง ๆ หรือในเมืองประเทศราชต้องยอมรับพระราชาที่ปกครองอยู่ในศูนย์กลางอาณาจักรอยุธยา
หลักธรรมราชาจึงเป็นกระบวนการทางศีลธรรมที่ควบคุมพระราชอำนาจของพระราชาจะขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์หาไม่แล้วจะเสียสิทธิ์นั้น ดังนั้นพระราชา ( กษัตริย์ ) ของอาณาจักรอยุธยาจึงมีฐานะสูงส่งเพราะเป็นทั้งองค์เทวราชาและธรรมราชานั่นเอง.
สวัสดีค่ะอาจารย์ ไม่ได้พบกันนาน อาจารย์สบายดีนะคะ ขยันมีบันทึกใหม่ๆสม่ำเสมอจริงๆค่ะ
วันนี้เพิ่งอ่านบทความของอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ วิพากษ์หนังสือเชิงประวัติศาสตร์ชื่อ กูเป็นคนไทย ของคุณสุจิตต์ วงษ์เทศ ได้มุมมองประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมากค่ะ
สวัสดีครับ คุณนายดอกเตอร์
ดีครับ ช่วยกันสร้างสรรค์เรียนรู้เบื้องหลังความเป็นมาของเผ่าไทยนะครับ
ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจเรียนรู้ครับโดยเฉพาะความเจริญรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา
อิ อิ อิ...บ้านใครกันหนอนี่...
บุญรักษานะครับผม
ขอบคุณครับ