ช่วงใกล้วันสงกรานต์ ผู้เขียนได้นัดกับญาติพี่น้องที่ไชยา(สุราษฎร์ธานี)เพื่อไปร่วมทำบุญ
ให้คุณพ่อ-คุณแม่ผู้ล่วงลับ ในวันที่ 11-12 เมย.52
ปกติผู้เขียนนิยมเดินทางโดยรถไฟ ปีนี้ก็รีบไปจองตั๋วรถไฟสปริ๊นเตอร์ล่วงหน้า 1 เดือน
แต่วันที่ต้องการเดินทางไม่มีที่นั่งเหลือเลย ลืมบอกไปว่าเราไปด้วยกัน 3 คน
มีภรรยา และลูกสาว ไปด้วย
ผู้เขียนจึงตัดสินใจไปจองตั๋วรถทัวร์สายใต้ด้วยตนเอง (บริษัทโชคอนันต์ทัวร์)
ตั้งแต่ 17 มี.ค ระบุการเดินทาง 11 เม.ย รถออกเวลา 09.15 น.
นี่แหละ ตั๋วเจ้าปัญหา
วันที่ 11 เม.ย. เรารีบเดินทางจากศรีราขาตั้งแต่ 05.00 น.เข้ากทม.ต่อรถแท็กซี่
ไปสายใต้เกรงไม่ทันรถทัวร์เที่ยว 09.15 น. เพื่อไม่ประมาท ก่อนรถออกก็นำตั๋วไปเช็คว่า
เบอร์รถคันไหน จอดชานชาลาไหน เพื่อความแน่ใจ พนักงานที่ช่องขายตั๋วเขียนกำกับ
หมายเลขรถ 993 - 23 ช่องชานชาลา 60 - 62
เรา 3 คน ไปรอที่ชานชาลา นำตั๋วยื่นให้พนักงานประจำรถ
จัดแจงนำกระเป่าเข้าไปเก็บเรียบร้อย แต่..แต่ และ แต่เช็คที่นั่งแล้ว ไม่มีที่นั่ง
อ้างว่าตั๋วที่จองไว้เป็นวันที่ 12 เม.ย. ผู้เขียนชี้วันเวลายืนยันในตั๋วให้ดู
และต่อว่าไปหลายคำ พนักงานประจำรถก็โบ้ยไปที่ผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นผู้จัดการ
คำแก้ตัวอย่างหนึ่ง เขาบอกว่าเป็นความผิดพลาดของพนักงานขายตั๋ว(เด็กใหม่)
ก็ขอโทษด้วย...มันน่าไหมล่ะ !
บริษัทใหญ่ขนาดนี้ น่าจะมีระบบข้อมูลลงคอมพิวเตอร์..สังเกตดูยังใช้เขียนอยู่เลย
เธอบอกว่าเดี๋ยวจะแก้ไขให้ ผู้โดยสารคนอื่น ๆ ขึ้นนั่งรถกันหน้าสลอน รถเคลื่อนไป
ทีละคัน สองคัน ผู้จัดการเธอก็กุลีกุจอเช็คที่นั่งรถแต่ละคัน เผื่อฟลุ้คจะมีใครสละสิทธิ์
งดเดินทางบ้าง สุดท้ายก็..ล้มเหลว
เราทั้งสาม จึงต้องตกค้างอยู่ที่ท่ารถสายใต้ ภรรยาและลูกสาวเกรี้ยวกราดเข้าใส่ไม่ยั้งปาก
ผมเองก็เห็นใจในความรู้สึกของสองคนไม่น้อย ก็ปล่อยให้ระบายออก
ถ้าเป็นคุณล่ะ จะรู้สึกอย่างไร ?
ในที่สุดทางแก้ไขของบริษัทฯคือ เปลี่ยนให้เราเดินทางเที่ยว 20.20 น.ระหว่างรอเวลา
ก็จัดให้เราไปพักผ่อนในห้องประชุมที่บริษัทรถทัวร์..เปิดแอร์ให้เผื่ออารมณ์จะเย็นลงบ้าง..อิอิ
แรก ๆ ผู้เขียนเองยอมรับว่าเสียอารมณ์/อารมณ์เสียไม่น้อย ทำเอา"สารทุกข์" ( Anadrine )
หลั่งออกมาหลายหยดทีเดียวเชียว...อิอิ อุตส่าห์เดินทางไปจองตั๋วล่วงหน้าเป็นเดือน
รอคอยวันเวลา ตื่นแต่เช้ามืด รีบเดินทางจากศรีราชาเกรงไม่ทันรถทัวร์เที่ยว 09.15 น.
แต่พอถึงเวลาก็ได้รับผลดังที่เล่ามา นั่นแหละ...สวัสดีความเศร้า !
ผู้เขียนจึงโทรศัพท์บอกญาติพี่น้องที่นัดไว้ให้ทราบว่าคงมาร่วมงานตอนค่ำไม่ได้
หลายคนชี้แนะว่าน่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย(ให้เข็ด) ผู้เขียนเห็นว่าจะกลาย
เป็นเรื่องราวใหญ่โต โดยเปล่าประโยชน์
เรื่องที่เล่ามา ทำให้ได้บทเรียนบอกต่อ ๆ ไปว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอาจเกิดความผิดพลาดขึ้นได้
จึงต้องตั้งอยู่ใน"ความไม่ประมาท" เมื่อเกิดความผิดพลาดแล้วจะคิดแก้ไขปัญหาอย่างไร
และรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนไม่เครียดจนเกินไปได้อย่างไร เท่านั้นเอง
ผู้เขียนเองพยายาม มองโลกในแง่ดี "เชิดอารมณ์" ให้สูงเข้าไว้ คิดเสียว่า "ดีเหมือนกันน้อ !
เราจะได้มีเวลาเดินเล่นที่ห้างขายสินค้าท่ารถสายใต้ ที่เพิ่งมาเดินเป็นครั้งแรก"...อิอิ
....................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ
๑. อย่าเดินทางในช่วงเทศกาล
๒. ดูแลอารมณ์ตนเองและคนข้าง ๆ ให้ดีคิดบวกอย่างที่ท่านคิดดีแล้ว
สวัสดีครับอาจารย์ ในบ้านเราเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ แบบไทยๆ เรา ครับ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะท่านอาจารย์หนุ่มสิงห์
....
อิ อิ เพิ่งทราบนะคะว่าบ้านอ.อยู่สุราษฎร์ :)
เคยใช้บริการโชคอนันต์เช่นกันค่ะ แต่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลค่ะ
สังเกตว่าทางรถทางอ่าวไทย โดยเฉพาะรถเอกชนมักมีปัญหา ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งค่ะ ช่วงปูใช้บริการครั้งแรก มีคนมาล้วงกระเป๋าเงิน
โชคดีที่เงินนิดหน่อย แต่เสียดายแสตมป์สวยๆ ภาพถ่ายงามๆ และธนบัตรเก่าๆ หายาก อิ อิ :)
"""
มีความสุข การงานราบรื่น ในวันนี้นะคะ
สวัสดีค่ะอาจารย์
มารับสาระที่ดีๆ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีและขอบคุณทั้ง 4 ท่านที่แวะมาเยือน ครับ
สวัสดีและขอบคุณที่แวะมาเยือน ครับผม
....................................................................................
นั่นแหละครับพี่ ประโยคสุดท้ายช่วยแก้ปัญหาให้เราได้แทบทุกอย่างเลย ^_^
มองโลกในแง่ดี "เชิดอารมณ์" ให้สูงเข้าไว้ คิดเสียว่า "ดีเหมือนกันน้อ !
เราจะได้มีเวลาเดินเล่นที่ห้างขายสินค้าท่ารถสายใต้ ที่เพิ่งมาเดินเป็นครั้งแรก"...อิอิ
แจ๋วมากครับพี่ พนักงานตรงหน้าที่บริการเรานั้นเค้าเป็นผูช่วยเราได้ครับ เราอาจหงุดหงิด แต่ก็เห็นใจที่เค้าต้องเจอเหตุการณ์อย่างนี้บ่อยๆครับ :)
ต้อมเคยซื้อตั๋วรถทัวร์เชียงใหม่-กรุงเทพ แล้วไม่ได้ที่นั่งอย่างที่ได้จองไว้ล่วงหน้า แอบโมโหเหมือนกันนะคะ แต่ก็ทำใจค่ะ ถามพนักงานว่าเลขที่นั่งของต้อมอยู่ตรงไหน?..เขาบอกว่าพอดีเปลี่ยนคัน ดังนั้นเลขที่นั่งของต้อมก็เลยเป็นเหมือนตู้นอนชั้นล่าง/อับๆ ระงับอารมณ์อยู่ในช่องที่เป็นที่นอนชั้นล่างนั้น ถ้าเป็นตอนนี้..ต้อมคงไม่ยอม แต่ตอนนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองยังเด็กๆ อยู่เลยแล้วก็ไม่อยากมีเรื่องด้วย เพราะยังไงก็ไปถึงกรุงเทพได้อยู่ดี