เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ"

เข้าค่ายครู

P_1000
(เข้าอ่านบทความรวมของนักเขียนที่นี่)

โยคะสารัตถะ ฉบับ; ต.ค.,พ.ย.,ธ.ค.'๕๒
  

 

 

กลับจากเข้าค่ายครู 7 วันคราวนี้ พกสิ่งดีๆ ติดตัวกลับมาเยอะเลย อันดับแรกได้เห็นน้องๆ ครูรุ่นใหม่ไฟแรงจากหลักสูตรครู 7 เดือน มาอาสาสอนกันเพียบ เห็นตารางเรียนแล้วตะลึงอึ้งๆ น้องหมูกุลธิดาคนเดียว เธอรับผิดชอบทั้งทัศนคติเชิงบวก มุทรา พันธะ แล้วยังสรีระวิทยาอีก แถมสอนดี สอนสนุก ให้ผู้เรียนได้ทั้งอาหารสมอง และอาหารจิตใจ อิ่มเอมกันไปทั้งคนเรียน คนสอน และคนสังเกตการณ์อย่างเรา น้องรัฐและน้องนันคู่หูคู่ฮาแก๊งเดียวกันกับน้องหมูรับผิดชอบอาสนะ เรานั่งดูไปก็ชื่นใจไปว่าผู้เรียนรุ่นนี้โชคดีจัง ได้เรียนท่าอาสนะอย่างค่อยเป็นค่อยไปเน้นความเข้าใจเป็นหลัก ถามตอบละเอียดยิบจะไม่ให้เรียกว่าค่อยเป็นค่อยไปคงไม่ได้เพราะเธอสามารถนำฝึก 2 ชั่วโมงได้แค่ท่าศพ จระเข้และงูเท่านั้น เล่นเอาน้องหมูหันมาค้อนว่าเบียดเวลาของมุทรา พันธะ ไปตั้งชั่วโมงแล้วยังสอนได้เท่านี้อ่ะหรอตัวเอง

ครูพรสอนปราณแบบชนิดตรึงผู้เรียนให้ติดหนึบไปกับเสียงหวานๆ เย็นๆ นำสู่ความสงบ แม้แต่ตอนสอนปรัชญาอินเดียลูกศิษย์ก็ยังจะเข้าสู่ความสงบ แต่ครูพรรึจะยอมให้เป็นอย่างนั้น ควักสารพัดเทคนิคมาสร้างความตื่นตา ตื่นใจไม่ได้ขาด ทั้งคลิปวิดีโอ ภาพถ่าย กิจกรรมต่างๆ นานา แถมพาไปนั่งฝึกปราณที่ศาลาริมน้ำลมเย็นๆ สบายดีจัง โดยเฉพาะอุปกรณ์ชิ้นเอก ตัวช่วยชั้นหนึ่งของค่ายนี้เลยทีเดียว Mindfulness Bell ที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากแดนปลาดิบ ต้องยกตำแหน่งเจ้าแม่คลังความรู้ตัวจริง ทั้งสื่อการเรียนการสอน ทั้งตัวอย่าง ทั้งประสบการณ์ตรง ล้นหลามจริงๆ ยิ่งดูยิ่งปลื้ม สวย เก่งและจิตใจดีงามปานนี้ คุณสามีเลยต้องมารับกลับบ้านด้วยตนเอง เดี๋ยวใครติดใจคว้ากลับบ้านไปด้วย

มีครูที่เราไม่ได้คาดว่าจะเจอในค่ายนี้ คือ ครูพันธุ์เพราะไม่ได้มีรายชื่อว่าต้องรับผิดชอบเนื้อหาวิชาอะไร แต่เมื่อมาแล้วก็ไม่ได้เสียทีที่มาเลย เธอเป็นแบบได้ก็เป็นแบบ สร้างความบันเทิงให้ผู้คนได้ก็ทำ แถมยังยอมตื่นแต่เช้าเพื่อมานำฝึกสมาธิให้แก่ผู้เรียนอีกต่างหาก อนุโมทนาบุญด้วยนะจ้ะ

ยัง ยังไม่มากพอเพราะรุ่นนี้นักเรียน 26 คน ครูน่ะ 13 คน แทบจะประกบสอน 2 ต่อ 1 ได้ทีเดียว แต่เผอิญบางท่านมาแจมด้วยเฉพาะหลักสูตร อย่างเช่น แก๊ง 3 ช่า เปาว์ โจ๋ และพี่เงาะ กับวิชาประวัติศาสตร์โยคะ เทคนิคแพรวพราว เนื้อหาเข้มข้น เฮฮาถ้วนหน้า จนน้ำตาเล็ดน้ำตาร่วง โดยเฉพาะครูกวีของสถาบันเรา ได้กลายเป็นอาจารย์ป๋า ศิษย์อาจารย์ปู่สวามีกุลวัลยนันท์ไปซะงั้น ครูอ๊อดแห่งหลักสูตรระยะยาวรุ่นปัจจุบัน ปลีกเวลามาเล่าตำนานท่านปตัญชลี หฐปทีปิกะ และเฆรันดาสัมหิตาอย่างทะลุปรุโปร่ง สกัดมาอย่างชนิดป้อนเข้าปาก เคี้ยว กลืนได้เลย สุดยอด มันสุดยอดจริงๆ เลย

อีกคนที่แม้จะไม่ได้รับผิดชอบวิชาอะไร แต่ก็ไม่วายทำหน้าที่กัลยาณมิตร โดยส่งผู้เรียนเข้าประกวด พูดง่ายๆ ก็คือไปชวนเพื่อนมาเข้าค่ายด้วย นอกจากทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ชั้นดีให้มีคนมาเข้าเรียนแล้ว ยังแสดงฝีมือเฉาะมะพร้าวขั้นเทพ ให้เพื่อนๆ ได้ชิม แม้น้ำมะพร้าวจะเปรี้ยวซ่า แต่น้ำใจเพื่อนน่ะหอมหวานเชียว

สิ่งดีๆ ที่ได้รับจากการสอนของครูกวีคงไม่ต้องบรรยาย ชาวสถาบันรู้แน่แก่ใจอยู่แล้วว่าเป็นแบบอย่างแก่ผู้พบเห็นเพียงไร ดีจังเนาะ

ประทับใจสุดๆ ก็คงเป็นผู้เรียนนั่นเอง ไม่เคยพบเคยเห็นผู้เรียนรุ่นไหนขยันขันแข็งตั้งอกตั้งใจขนาดนี้ คนที่ทำการบ้านล่วงหน้าบางคนเขียนสรุปดียังกับเรียนจบมาแล้วเลย ส่วนบางคนที่ยังไม่ได้ทำจนเสร็จมาก่อน ก็หามรุ่งหามค่ำ ทำการบ้านยันตี 1 ทีมครูเห็นเข้า ยืนชื่นชมกันใหญ่ เช้าขึ้นมาตาโหลกันบ้าง เสียงแหบหายไปบ้าง ครูสงสารบอกใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบร้อนทำนะเดี๋ยวจะเสียสุขภาพ ยิ่งเวลาที่เวทีเป็นของเธอๆ ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นช่วงนำฝึก หรือช่วงซ้อมสอน ฮากลิ้ง ฮากระจาย ใครรู้บ้างไหมว่า Forest Gump พูดไว้ว่าอย่างไร ทั้งห้องคิดกันหัวแทบแตก ที่แท้ก็พูดว่า โยคะ จิตตะ วรุตติ นิโรธ โยคะเป็นไปเพื่อดับการปรุงแต่งของจิต เท่ซะ ฝึกโยคะกันในท่างูเห่า ซ้อมแผ่แม่เบี้ยกันอีกต่างหาก คิดกันได้ไง ผู้เรียนท่านหนึ่งใครพบเห็นจะสัมผัสถึงความเอาการเอางาน ดูสุขุมนุ่มลึก แต่แล้วเธอกลับกลายร่างเป็นพี่หนูแหม่มสุริวิภา พาทัวร์อินเดียเฉยเลย เล่นเอาผู้ชมหัวเราะกันแทบจะขาดใจ บางคนก็ใช้เล่านิทาน เล่นเกมตรวจอุนจิ ช่างคิดกันดีจริง

ไม่ได้มีแต่ความบันเทิงเริงใจ แต่ผู้เรียนรุ่นนี้ยังมากสาระ ใฝ่ใจเรียนรู้ ช่างซักช่างถาม ช่วยให้เห็นโอกาสปรับปรุงเอกสารประกอบการสอนหลายจุดเลย มีการเสนอตัวช่วยงานสถาบัน ร่วมคิด ร่วมทำ ช่วยกันรวบรวมเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ป่วยในบ้านกราลาและเยี่ยมให้กำลังใจ แล้วเซอร์ไพรซ์ครูด้วยการจัดพิธีไหว้ครู ทำเอาซึ้งใจทั้งผู้สอนและผู้เรียน แต่ถึงจะซึ้งใจยังไงก็ต้องสอนนะเด็กๆ ไม่มีการละเว้น

ทุกครั้งที่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนจิตใจงามเช่นนี้ เรามักจะไฟแรง อยากกลับมาบ้านทำนั่น ทำนี่ ให้เกิดประโยชน์แต่ตนเองและผู้อื่น แต่กลัวใจตัวเองจัง ไฟมันจะคงอยู่ได้อีกนานซักแค่ไหน อย่างน้อยๆ ตอนนี้ก็กะว่าจะตั้งใจเอาตำราที่ซื้อมาตั้งแต่เริ่มเรียนโยคะมาอ่านจริงๆ ซะที เผื่อจะได้มีโอกาสก็นำไปเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้คนได้ สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่รู้จะช่วยสถาบันได้อย่างไร มีงานหนึ่งซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากคนที่เข้าใจว่าตัวเองยังเข้าใจตำราที่ครูสอนน้อยอยู่ นั่นก็คือช่วยกันอ่านเอกสารประกอบการสอนชุดปัจจุบันนี่แหละ แล้วช่วยวงๆ หรือเขียนแสดงความคิดเห็นมาให้สถาบันว่าตรงไหนอ่านไม่รู้เรื่อง ตรงไหนข้อมูลไม่ตรงกัน สถาบันจะได้ใช้เป็นข้อมูลในการปรับเอกสารประกอบการอบรมครูรุ่นต่อไป 

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับน้ำใจทุกหยาดหยดค่ะ

 

 


 

มูลนิธิหมอชาวบ้าน 

2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com