อยากเป็นคนนำสมัย อย่าทำลายวัฒนธรรม

วันสงกรานต์กับสาระความรู้

        เมื่อเช้าวันที่ 10 เมษายน  2552 ข้าพเจ้าได้เดินทางจากจังหวัดปัตตานีมาที่นครศรีธรรมราชเป้าหมายเพื่อการทำบุญในวันสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุเพื่อขอพรจากคนเฒ่าคนแก่ ทำบุญเลี้ยงพระ เมื่อมาถึงนครศรีธรรมราชแล้ว เพื่อนๆในฐานะเพื่อนเก่าสมัยมัธยมตอนปลายที่คบหากันมานานโทรศัพท์มาหาข้าพเจ้าทันทีด้วยความระลึกนึกถึงที่ห่างหายกันมานานเกือบ 20 ปีเพียงแต่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เท่านั้นแต่ยังไม่ได้เจอหน้า

        เช้าวันที่ 11 เมษายน 2552 ก็ได้เตรียมตัวและเตรียมข้าวของ พานพุ่มดอกไม้เพื่อไปรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุแสดงถึงความกตัญญูกตเวที  รับศีลขอพรจากพระสงฆ์และขอพรจากผู้สูงอายุ ซึ่งในงานจะมีนายอำเภอมากล่าวเปิดงาน  รวมทั้งปลัดตำบลและทีมงานคณะกรรมการหมู่บ้านห้วยปรางได้ช่วยกันจัดงานสงกรานต์ในครั้งนี้

        พอตกกลางคืนเวลาประมาณ 19.00 น.ได้มีกิจกรรมกลางคืน ร้องเพลงเต้นรำ กับชาวบ้านที่อยู่ในละแวกนั้นกันอย่างสนุกสนานเพื่อความรู้รักสามัคคีในชุมชนประมาณ 4 ทุ่มงานเลี้ยงก็เลิกรา

        ความรู้ที่ได้เพิ่มเติมจากงานนี้คือ ได้รับสมุดบัญชีรายรับ-รายจ่าย ในครัวเรือนจากกรมตรวจบัญชีสหกรณ์เพื่อเสริมสร้างปัญญาทางบัญชีแก่เกษตรไทย เพื่อสร้างวิถีสู่อนาคต ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชที่ว่า "ทำบัญชีให้เห็นว่าสมดุลไม่ขาดทุน  ถ้าทุกคนสามารถจะทำให้พอดีไม่ขาดทุน ประเทศชาติไม่ขาดทุนแน่ และประเทศชาติขาดทุนอย่างนี้ ไม่ขาดทุน อยู่รอด ข้อสำคัญเป็นอย่างนี้ ที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ว่าพอเพียงในการบริโภค แต่ให้พอเพียงในการมีชีวิตอยู่บางคนก็อาจจะรวยได้ทีเดียว"

        ประเพณีสงกรานต์ในหมู่บ้านห้วยปราง  ต.กำแพงเซา  อ.เมือง  จ.นครศรีธรรมราช  สืบสานวัฒนธรรมมาช้านานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537จนถึงปัจจุบัน ผลที่ได้รับคือประชาชนในหมู่บ้านมีความร่มเย็นเป็นสุข  รู้รักสามัคคี  มีแต่ความสงบสุขมาสู่หมู่บ้าน


ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.กำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชและพานพุ่มดอกไม้เพื่อใช้รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ


ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 (หมู่บ้านห้วยปราง)นางสารีย์  เกตุทอง(ผู้ใหญ่ต้อม)พร้อมด้วยลูกบ้านเตรียมรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ 


คณะกรรมการในหมู่บ้านพร้อมที่จะรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ


ผู้กตัญญูในหมู่บ้านกำลังรดน้ำผู้สูงอายุ