ผมนำบันทึกถึงลูกชายมาลงเป็นตอนที่ ๕ แล้ว แต่บันทึกนี้ยังไม่จบเกรงว่าผู้อ่านจะเบื่อ แถมยังมีบันทึกให้ลูกสาวอีกเล่มหนึ่งขนาดเท่ากัน จึงขอฟังความเห็นว่าจะให้นำเรื่องราวบันทึกให้ลูกสาวมาแทรกจะดีไหม หรือจะแยกเป็นอีกบันทึกหนึ่ง เพราะผมแยกบันทึกเป็นสองเล่มก็จริง แต่วันที่บันทึกจะต่อเนื่องกัน แต่วันนี้ขอนำบันทึกถึงลูกชายมาลงต่อก่อนนะครับ
๒๖ ธันวาคม ๒๕๒๕
วันนี้ พ่อเป็นไข้หวัดใหญ่ อ่อนเพลีย เป็นมาตั้งแต่เมื่อวาน วันนี้แม่ไปเอายาจากโรงพยาบาลมาให้ ตอนเย็นค่อยยังชั่วขึ้นมาก พรุ่งนี้ก็ต้องความต่อ ลูกเนติ์ของพ่ออิจฉาน้องมากขึ้น พ่อกับแม่ก็พยายามเอาใจลูก แต่ลูกมักจะดื้อ ใช้อะไรก็ทำหูทวนลม พยายามเรียกร้องความสนใจและแกล้งน้องโดยไม่กล้าทำน้องโดยตรงแต่ถีบข้างฝาเอาหัวมาชนบ้าง แกล้งพลิกตัวจะทับน้องบ้าง..สารพัดจะใช้วิธีการแต่..ลูกก็ไม่กล้าใช้วิธีการรุนแรง จะทานน้ำในขวดของน้องบ้าง คงอร่อยเพราะของน้องผสมน้ำผึ้งรวง เดี๋ยวนี้ลูกต้องดื่มน้ำผสมน้ำผึ้งรวงประจำ..พ่ออยากจะบันทึกอะไรให้มากกว่านี้ แต่พ่อยังเพลียอยู่ ผัดเป็นวันหน้าแล้วกันนะ
๒๙ มกราคม ๒๕๒๖
ลูกเป็นไข้เมื่อวันที่ ๒๕ ม.ค.๒๖ ทำเอาพ่อกับแม่ไม่ได้นอนเพราะลูกร้องโยเยทั้งคืน พ่อกลับจากว่าความที่ภูเก็ตกลับมาอดนอน รุ่งเช้า ๒๖ ม.ค.ต้องไปว่าความต่ออีก เพลียก็เพลีย นอนก็ไม่เต็มอิ่ม กลับมาลูกก็ยังไม่หายทำอย่างไรลูกก็ไม่หยุดร้องไห้ จนพ่อรำคาญต้องเอาหมอนขว้างลูก๓-๔ ใบนั่นแหละลูกจึงเงียบและหลับได้ (พ่อใจร้ายเหมือนกันนะ..) รู้จากแม่ว่าลูกทานอะไรไม่ได้เลย พอวันที่ ๒๗ ธ.ค.พาลูกไปหาหมอสุขุม ปานมั่น หมอก็สั่งให้ทานยาตามเดิม วันนี้มีคนมาเสนอขายหนังสือภาษาอังกฤษอีก พ่อก็ซื้ออีก ๓,๐๐๐ กว่าบาท วางเงินก้อนแรก ๖๑๕ บาทพอตอนค่ำลูกเริ่มโยเยอีก พ่อเปิดเทปให้ลูกฟังแล้วเปิดหนังสือให้ลูกดู ลูกชอบมากเพราะมีเสียงนก เสียงสัตว์ แต่ลูกกลัวเสียงแพะเสียงแกะ คืนนี้ค่อยยังชั่ว คืนวันที่ ๒๘ มกรา ลูกเตะฟุตบอลกับพ่อได้ กลางคืนก็ไม่ค่อยกวนเท่าไหร่ วันนี้ ๒๙ พ่อก็ไปช่วยจัดการแข่งขันตะกร้อ พาลูกไปดู แต่ลูกเฉยๆไม่เหมือนฟุตบอล ดูลูกจะชอบมากกว่า
เมื่อวันที่ ๒๒ ม.ค.พ่อไปเลี้ยงต้อนรับ อาจารย์พรชัย สุนทรพันธ์ อาจารย์สอนกฎหมายคนหนึ่งของพ่อ พ่อแม่และลูกกับน้องไปนอนที่ภูเก็ต ลูกนอนกับแม่ที่โรงแรม รุ่งเช้าพาลูกไปเที่ยวชายหาดด้วย เราไปทานอาหารที่ร้านกันเอง ๒ ลูกสนุกมาก ลูกสวัสดีแหม่มแก่ๆคนหนึ่ง แหม่มสวัสดีตอบ ลูกหัวเราะชอบใจ แต่ลูกมีน้ำมูกไหลและเป็นไข้ในวันถัดมา
และเมื่อวันปีใหม่พ่อพาแม่กับลูกและน้องนิวไปพังงา สนุกกันที่บ้านปู่-ย่า เรากลับตะกั่วป่ากันในวันที่ ๒ ม.ค.พ่อพาแม่ ลูกๆ และชวนป้านวล ป้าเปี๊ยด ลุงชาย โกกั๊ก ลุงอ้น ป้าภา ลุงต๋อย ป้านุ้ย จี้ออ ป้าหงวด ลุงอ๊อดไปทานอาหารกันหลายคนสนุกดี เอาละพอแค่นี้ก่อน พ่อง่วงแล้ว
๑๔ มีนาคม ๒๕๒๖
บันทึกนี้ถูกน้ำเลอะเลือนอ่านไม่ค่อยออกต้องนั่งแกะกัน
เดือนเมษา ๒๕๒๖
ได้บันทึก แต่จำได้ว่าเขียนไว้ยาวเลยในสมุดอีกเล่ม(ยังหาไม่เจอ)
๑๖ มิถุนายน ๒๕๒๖
พ่อไม่ได้บันทึกถึงลูกตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๒๖ เพราะพ่อกำลังยุ่งเรื่องสอบอัยการ พ่อกลับจากกรุงเทพฯถึงตะกั่วป่า ๒๕ เมษายน ๒๖ ก้อโป๋ก็ถึงแก่กรรมต้องจัดงานศพ กวาจะได้กลับตะกั่วป่า ก็วันที่ ๑ พ.ค.๒๖ กลับมาถึงเดือนพฤษภาคม ก็ตั้งหน้าตั้งตาเร่งคดีที่ค้างไว้อย่างเต็มที่ จนถึงวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๒๖ อาสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อดีตรองจ่าศาลตะกั่วป่า ขณะนี้เป็นนิติกรประจำกระทรวงยุติธรรม โทรศัพท์ทางไกลมาบอกว่าพ่อสอบผ่านข้อเขียนของอัยการ ซึ่งพ่อจะต้องไปสอบปากเปล่าในวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๒๖ ที่จะถึงนี้ พ่อจึงบันทึกให้ลูกรู้ว่าลูกมิได้เป็นลูกทนายแล้วนะ ต่อไปลูกจะเป็นลูกชายอัยการและต่อไปอาจจะเป็นลูกชายผู้พิพากษาก็ได้ พ่อสอบได้คราวนี้คุณปู่คุณย่าดีใจมากในความสำเร็จของพ่อ ใครต่างชมว่าพ่อเก่ง พ่อเป็นผู้สร้างชื่อเสียงให้กับวงศ์ตระกูลทางราชการคนแรก มันก็น่าภูมิใจอยู่ไม่ใช่เหรอ...
๗ สิงหาคม ๒๕๒๖
วันนี้ พ่อพาลูก น้องนิว แม่ ไปเที่ยวห้างพาต้า(ช่วงนี้เข้ารับการบรรจุเป็นอัยการผู้ช่วยและอยู่ระหว่างอบรม) ไปดูสัตว์แปลกๆลูกชอบมาก ขึ้นลิฟท์หลอดแก้วมองเห็นวิวนอกอาคาร ขึ้นบันไดเลื่อนที่ลูกชอบแต่เราไม่ได้ซื้อของเพราะพ่อไม่มีเงินจะซื้อให้ลูก เงินเดือนของพ่อแค่ ๕ พันกว่าแต่ต้องส่งค่าแชร์ของแม่เดือนละ ๘๖๐ บาท ค่ากู้ยืมเงินจากธนาคารอีกทั้งสองอย่างรวมกันอย่างน้อยต้อง ๒,๐๐๐ บาท ค่าเช่าซื้อหนังสือของลูกอีกเดือนละ ๔๖๐ บาท ค่าบ้านอีก ๘๐๐ บาท ค่าภาษีอีก ๑๒๗ บาท ค่าสหกรณ์อีก ๒๑๐ บาท เราต้องใช้เงินอย่างกระเหม็ดกระแหม่ พยายามใช้สิ่งของที่จำเป็น เมื่อได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นอัยการประจำกอง ตอนนั้นเงินเดือนพ่อคงจะ ๖ พันกว่า เราก็คงดีกว่าเดิมอีกเยอะ และตอนนั้น ค่าเช่าบ้านเราก็คงไม่ต้องเสีย ค่าส่งแชร์ก็หมดแล้ว เหลือแต่หนี้ธนาคารซึ่งพ่อจะกู้เงินสหกรณ์มาใช้หนี้แทนจะได้ผ่อนถูกลงอีกหน่อยเราก็จะเหลือเงินซื้อของให้ลูกได้ ตอนนี้เราต้องช่วยกันนะ ขนมก็ต้องหยุดกินแล้วละ พ่อรู้สึกว่าตอนนี้ลูกดื้อเอามากๆ ไม่รู้เป็นเพราะอะไรหรือลูกอิจฉาน้อง ความจริงแล้วลูกไม่ควรอิจฉาน้อง ลูกชอบแกล้งน้อง แต่ต่อไปลูกโตขึ้นลูกก็คงรักน้องมากขึ้นเอง พ่อหวังว่าลูกคงเป็นอย่างนั้น นี่อีกไม่กี่วันก็ถึงวันเกิดของลูกแล้ว เราจะทำอะไรกันดีล่ะ
๑๒ สิงหาคม ๒๕๒๖
วันนี้ ลูกออกไปเล่นนอกห้อง ปรากฏว่าโดนมดกัดไข่ ง่ามเท้า ลูกคัน ร้องไห้และเกา พ่อและแม่ห้าม ลูกก็ไม่ยอมเชื่อฟังลูกยังเกาอยู่ จนลูกนอนหลับไป ตื่นขึ้นมาไข่ลูกบวม ง่ามเท้าก็บวม ทาแป้งก็แล้ว ทาแซมบัคก็แล้ว จนลูกหลับไปเอง นี่คือโทษฐานที่ไม่ยอมเชื่อฟังพ่อ-แม่ คราวหลังลูกต้องจำไว้นะ
๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๖
วันเกิดลูกปีนี้เงียบเหงา ไม่มีการเป่าเทียนตัดเค้กเหมือนปีที่แล้ว เพราะพ่อไม่มีเงิน พ่อไม่ใช่ทนายแล้วนี่ รับแต่เงินเดือนๆละ ๕,๔๖๕ บาท แถมยังถูกหักภาษีอีกเดือนละ ๑๐๐ กว่าบาท ไหนยังค่าโน่นนี่จิปาถะ โดยเฉพาะค่านมลูก อาหารภายในครอบครัว พ่อยังไม่ได้ตัดชุดใหม่เลยสักชุด ใช้แต่ของเก่าที่มีอยู่แล้ว แม้แต่เนคไทก็ต้องยอมใช้แบบเชยๆ เราจำเป็นต้องกระเหม็ดกระแหม่เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวเราเอง เราอดทนอีกเพียงปีเดียว ปีหน้าเงินเดือนพ่อจะขึ้นเป็น ๖,๙๐๐ กว่าๆ และพอถึงเดือนตุลาคม เงินเดือนพ่อจะขึ้นเป็น ๗,๒๐๐ กว่าๆ เราคงจะมีสภาพที่ดีกว่านี้ พ่อหวังว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ปีหน้าลูกต้องเข้าโรงเรียนแล้วนะ ลูกต้องขยันเรียนนะ
(ในบันทึกสำเร็จรูปมีช่องให้เขียนวันเกิด ๒ ขวบ พ่อเขียนว่า“ปีนี้ไม่มีงานฉลอง ไม่มีเค้กให้ลูกตัด มีแต่พ่อ แม่ ป้านวล น้องนิว ลูกชอบของใหม่ๆ ชอบหนังสือ ชอบชุดใหม่ที่ป้านวลให้เป็นของขวัญ เราทานอาหารกันธรรมดาๆแล้วพ่อจะจัดให้ปีหน้านะ” อีกช่องหนึ่งเขียน ขออวยพรให้ “ลูกมีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง มีความเฉลียวฉลาด เป็นที่ชื่นชมยินดีของผู้ที่อยู่ใกล้ชิด ทั้งในและนอกครอบครัวและเป็นผู้นำที่มีความสามารถ” ของขวัญ “หนังสือ ๒ เล่มจากพ่อ-แม่,ชุดเสื้อกางเกงจากป้านวล”)
สวัสดีค่ะ
สนับสนุนค่ะ อยากรู้จักลูกสาวคุณบัณฑูร
อยากบอกว่า ไปหาดใหญ่ในงานของโกทูโนไม่ได้ล่ะค่ะ
อาจต้องไปหลวงพระบางค่ะ
ขอบคุณครูคิมมากๆเลยครับ
ผมกลัวเพียงผู้อ่านจะสับสนว่าเขียนถึงลูกคนไหน แต่ก็น่าจะแก้ปัญหาได้ด้วยการระบุว่าเขียนถึงลูกคนไหน อิอิ
ขอบคุณสาวสวยมวยไทยครับ ผมแวะไปเยี่ยมบันทึกมาพร้อมมีข้อแนะนำเล็กน้อยครับ
ขอบคุณท่าน ผอ.ประจักษ์ครับ
ภาพสวยให้ความรู้สึกที่ดีครับ
ขอใช้บันทึกนี้รดน้ำขอพรท่านในโอกาสวันสงกรานต์ด้วยครับ
+ สวัสดีค่ะท่านอัยการชาวเกาะ....
+ ตามมาจากบันทึกป้าโอ๋ค่ะ...แล้วก็ตามอ่านบันทึกท่านอัยการย้อนหลังค่ะ....
+ ประทับใจมากค่ะ...อ๋อยก็เขียนถึงแอมแปร์บ้างแต่ไม่บ่อยค่ะ...คงต้องปรับเปลี่ยนแล้วค่ะ...เขียนให้บ่อยขึ้นค่ะ
+ มีหลายคนบอกว่าบันทึกถึงลูก....มีประโยชน์และคุณค่าอนันต์ค่ะ....
+ มีพี่ข้างบ้านมัวทำงานไม่มีเวลาให้ลูกชายมากมายนัก...ปรากฏว่าลูกชายติดยา...พี่คนนั้นไม่รู้จะแก้ไขยังไง...หลังจากพยายามและพยายามให้ลูกเลิกจากการติดยา...จนรู้สึกท้อก็นึกขึ้นได้ว่าเคยเขียนบันทึกถึงลูกในช่วงหนึ่ง....ก็เลยให้ภรรยาเอาไปวางในห้องนอนลูกเพื่อให้ลูกอ่าน...ส่งผลให้ลูกกลับตัวกลับใจ...สอบเข้าเรียนที่ครุศาสตร์จุฬาได้และตอนนี้ได้ทุนของจุฬาไปเรียน ดร.ที่สหรัฐค่ะ...
+ บันทึกวันที่ 7 และ 22 สิงหาคม อ่านแล้วน้ำตาซึมค่ะ...เพราะ คือ ความรู้สึกเดียวกันเลยค่ะ...เวลาไปซื้อของใช้จำเป็นที่ห้างสรรพสินค้า...แล้วแอมแปร์อยากได้อะไรนอกเหนือจากแผนที่วางไว้...ก็ต้องอธิบายให้ลูกฟังว่า...แม่และพ่อเงินเดือนน้อย...เราต้องผ่อนรถ จ่ายค่าเช่าบ้าน ค่านมลูก และอื่น ๆ...ที่สำคัญเราต้องเก็บเงินสร้างบ้าน..บ้านที่ลูกอยากได้ไง...
+ แอมแปร์ก็ดีนะค่ะ...เข้าใจและไม่ปราบที่จะเอา...แถมพูดเป็นกำลังใจให้พ่อแม่อีกว่า..." เราต้องอดทนใช่ไหมแม่...เพราะเราต้องเก็บเงินสร้างบ้าน...บ้านที่มีใต้ถุนไว้ให้แอมแปร์วิ่งเล่นได้...แบบบ้านป้ารีใช่ไหมแม่..."
+ ว่าแล้วหอมแก้มและกอดกันดีกว่า....
+ ประทับใจมากค่ะ...ขอบคุณมากมายเลยค่ะ...
สวัสดีครับคุณอ๋อย
เวลาที่เราไม่มี แล้วลูกอยากได้หรือเราคิดว่าลูกควรจะได้มันทรมานใจพ่อแม่เหลือเกิน
เราทนกล้ำกลืน ขอโทษลูกในใจ สักวันหนึ่งพ่อจะหามาให้ลูกให้ได้
ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกได้รับสิ่งดีๆในชีวิต พ่อจะอดไม่เป็นไร ในช่วงวันเกิดลูกความจริงแล้ว ผมเหลือเงินที่จะใช้ทั้งครอบครัว ๑,๐๐๐ บาทเศษ(หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดเช่น ค่านมลูก ค่าหอพัก ค่าน้ำไฟฟ้าฯลฯ แล้ว)ผมยอมเดินสี่ป้ายรถเมล์ ยอมอดอาหารเช้าเพื่อไปทานกาแฟและขนมฟรีที่ทำงาน เพื่อให้เราอยู่ได้ แต่ทุกวันนี้เรามีความสุข มีเงินใช้ ลูกมีการมีงานทำ ผมก็เริ่มสบายขึ้นแต่ก็ยังคงมีหนี้ที่ต้องชำระอยู่บ้าง ไม่เหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
น้องแอมแปร์ จะมีความสุขมากเมื่อเขาได้อ่านบันทึก และเขาจะรักแม่มากๆครับ
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะคุณอัยการชาวเกาะ
ประทับใจจริงๆ ยังนึกออกเหมือนกัน เวลาที่เรายังลำบากลูกอยากได้อะไรก็ต้องทนและสอนให้ลูกรู้จักหักห้ามใจ แต่พอเราพอมีพอกินลูกไม่อยู่ด้วยแล้ว พอเห็นของเล่นที่ลูกเคยอยากได้ก็ได้แต่ทอดถอนใจ ทำให้นึกถึงเรื่องเด็กชายปลาดาวของคุณเปลวเทียนขึ้นมาอีก เอาเถอะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ขอชื่นชมและยินดีกับความสุขความสำเร็จของครอบครัวทองตันด้วยก็แล้วกัน (เอาว่าตั้งแต่รุ่นคุณพ่อคุณแม่มาเลยนะคะ..พ่อแม่ของศิริวรรณก็เคยชมท่านให้ฟังเหมือนกันค่ะ)
ฝากสวัสดีปีใหม่ไทยกับคุณแอ๊ดด้วยนะคะ
ศิริวรรณค่ะ
ผมอ่านบันทึกนี้แล้วรู้สึกดีมากๆ ครับ ประทับใจจริงๆ กับความเป็น "คุณพ่อ" ของอัยการชาวเกาะ
ผมอ่านไป ก็คิดถึงลูกสาวไป แต่คงอีกไม่นานก็จะได้กลับบ้านไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อแม่ลูก
สวัสดีครับคุณศิริวรรณ
รู้สึกดีครับ ที่ครอบครัวบ้านผมเป็นที่รู้จักโดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่คุณศิริวรรณรู้จักคุณพ่อคุณแม่ผมด้วย
คุณแอ๊ดฝากขอบคุณที่คุณศิริวรรณฝากสวัสดีปีใหม่ด้วยครับ อิอิ
สวัสดีครับท่านเบดูอิน
สวัสดีปีใหม่ไทยครับ
ห่วงประเทศไทยเหลือเกิน เหมือนกับไม่มีขื่อมีแป ฮึกเหิมกันไป ชัยชนะบนความพ่ายแพ้ของประเทศ สะใจ แล้วประเทศได้อะไร เฮ้อ...
สวัสดีครับ คุณ ล.ลิงไต่หลังแกะ [IP: 60.234.210.145]
ขอบคุณครับ เข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อครับ ลูกสาวเคยไปทำงานที่มัลดีฟส์ เกือบปี และไปเรียนที่สวิสเซอร์แลนด์อีก ๖ เดือน ก็รู้สึกเป็นห่วงจนกระทั่งได้เห็นหน้าเขาที่บ้านนั่นแหละครับ
สวัสดีครับ ศน.ลำดวนขาประจำ อิอิ
สวัสดีครับ ลุงอัยการ
อ่านแล้วคิดถึงพ่อครับ
ลุงสบายดีนะครับ คิดถึงลุงเสมอ
สวัสดีครับหลานโย่
ลุงอัยการและทุกคนที่โย่รู้จักล้วนแล้วแต่รักหลาน
แม้จะไม่สามารถทดแทนความรักที่โย่มีต่อพ่อและที่พ่อมีต่อโย่ได้ทั้งหมด
แต่ลุงและอาทุกคนก็พร้อมที่หยิบยื่นความรักให้กับหลานอย่างเต็มใจ เพื่อให้โย่ได้เติบโตในโลกใบนี้อย่างงดงาม ครับ