|
|
![]() |
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของงานฐานข้อมูล เว็บศูนย์รวม "สถาบันโยคะวิชาการ" (เข้าสู่หน้าเว็บไซด์ที่นี่ค่ะ) |
มือใหม่หัดนิเทศ
วรรณวิภา มาลัยนวล
(เข้าอ่านบทความของนัีกเขียนที่นี่)
อ้างอิงข้อมูลจาก ; โยคะสารัตถะ ฉบับ; ก.พ.'๕๒
(เข้าอ่านบทความของนัีกเขียนที่นี่)
อ้างอิงข้อมูลจาก ; โยคะสารัตถะ ฉบับ; ก.พ.'๕๒
จบไปแล้วสำหรับงาน Health & Beauty 2009 ที่เมืองทองธานี ที่เพื่อนครูหลายๆ ท่านได้เข้าไปร่วมกิจกรรมทั้งที่บู้ทของสถาบันฯ กับเกมแห่งสติ การบรรยายบนเวที และ การนำฝึกอาสนะ ที่รวมกันแล้วมีถึง 8 รอบด้วยกัน เมื่อได้เข้าร่วมประชุมกันที่สถาบันฯ หลังจากงานผ่านไปแล้ว เราก็ได้มีการพูดคุยกันถึงข้อเสียของงานที่คนเข้าร่วมชมน้อย แต่ก็กลับแฝงด้วยข้อดีของการที่ครูใหม่ได้มีโอกาสมีเวทีสำหรับฝึกฝนการสอน
ในโอกาสนี้ครูปุ๋มก็ได้มาชวนให้ไปเป็นครูนิเทศ ครั้งแรกที่ตกปากรับคำไป ก็ยังเห็นภาพไม่ชัดเจนว่าจะต้องไปทำหน้าที่อย่างไรบ้าง ต่อเมื่อครูปุ๋มจัดส่งแบบฟอร์มสำหรับการทำงานมาให้ ก็พอเห็นภาพรางๆ ของการทำงานนี้ พร้อมกันนี้ก็ต้องไปค้นหาความหมายของคำว่า "นิเทศ" มาดูกันเสียหน่อย เพื่อที่จะได้เข้าใจมากขึ้น เพราะเห็นว่ามีการใช้คำนี้กันหลายแบบ ทั้งการเขียน และการนำไปใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียน ที่มีความแตกต่างกัน จึงขอนำสิ่งที่ค้นหามาได้มาแบ่งปันให้เพื่อนครูได้อ่านกันเกี่ยวกับคำนี้ด้วย
ที่มา : ภาษาไทยไขขาน. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แพร่พิทยา. ๒๕๒๘. หน้า ๕๕-๕๖.
| โดย : ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม
คำที่มีปัญหาในการเขียนอีกคำหนึ่ง ก็คือ คำที่ออกเสียงว่า "เทด" บางทีก็ใช้ ศ สะกด เช่น เครื่องเทศ ปฐมนิเทศ บางทีก็มี น การันต์ด้วย เช่น พระเทศน์ บางทีก็มี ก การันต์ด้วย เช่น ศึกษานิเทศ ได้มีผู้สอบถามไปทางราชบัณฑิตยสถานเสมอว่า คำเหล่านี้ใช้ต่างกันอย่างไร หรือทำไมต้องเขียนให้ต่าง ๆ กันด้วย ทั้ง ๆ ที่ออกเสียงว่า "เทด" อย่างเดียวกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไวยากรณ์บาลี จึงอธิบายได้ค่อนข้างยากแต่ก็พอจะให้แนวทางได้ดังนี้ "เทศ" ถ้าใช้ประกอบหลังคำ เช่น ม้าเทศ เครื่องเทศ หมายความว่า "ต่างประเทศ" แต่ถ้าใช้เป็นส่วนหน้าของสมาส เช่น "เทศบาล เทศบัญญัติ เทศมนตรี" หมายถึง "ถิ่นที่" หรือ "ท้องถิ่น" "เทศน์" ซึ่งหมายถึง การแสดงธรรมสั่งสอนในทางศาสนา ถ้าเป็นกริยา ก็หมายถึง "แสดงธรรม" เช่น พระเทศน์ แต่โดยปริยายเราก็นำมาอนุโลมใช้ในความหมายว่า ดุด่าว่ากล่าวอย่างยืดยาวก็ได้ เช่น วันนี้ถูกแม่เทศน์แต่เช้าเลย กลับไปบ้านตอนเย็นยังถูกพ่อเทศน์เข้าอีก ส่วนคำว่า "นเทศ" หมายถึง "ชี้แจง, แสดง, จำแนก" เช่นคำว่า "ปฐมนิเทศ" (ปะ-ถม-มะ-นิ-เทด) หมายถึง "การแนะนำชี้แนวเพื่อการศึกษาและการทำงานในเบื้องต้น" คือตอนเริ่มเข้าเรียนในสถาบันการศึกษา เช่น วิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยเป็นครั้งแรก หรือในเวลาจะเข้ารับราชการครั้งแรก บางแห่งก็จะมีการ "ปฐมนิเทศ" คือ ชี้แจงให้นิสิตนักศึกษาหรือผู้เข้าทำงานได้รู้จักระเบียบแบบแผนในการทำงาน หรือระเบียบวินัยในการที่จะเข้าเป็นนิสิตนักศึกษาในสถาบันการศึกษาแห่งนั้น ๆ เป็นต้น บางแห่งก็มีการชี้แจงหรือให้โอวาทอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะออกไปประกอบอาชีพ อย่างนี้เรียกว่า "ปัจฉิมนิเทศ" (ปัด-ฉิม-มะ-นิ-เทด) อย่างที่โรงเรียนวิชาการพยาบาล โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้จัดให้มี "ปัจฉิมนิเทศ" แก่ผู้ที่จะรับปริญญาทุกปี คำว่า "ศึกษานิเทศก์" หมายถึง "ผู้ชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องการศึกษา" ถ้า "นิเทศ" มี ก การันต์ จะต้องเป็นสามานยนาม หมายถึง บุคคล เสมอ ไม่ใช่อาการนามอย่าง "ปฐมนิเทศ" ซึ่งหมายถึง "การชี้แจง" การที่คำเหล่านี้เขียนต่าง ๆ กัน ก็เนื่องมาจากลง "ปัจจัย" (suffix) ในไวยากรณ์บาลีต่างกันนั่นเอง. |
ในเมื่อคำว่า นิเทศ หมายถึง "ชี้แจง, แสดง, จำแนก" และ นิเทศก์ ก็หมายถึง "ผู้ชี้แจง ผู้แสดง ผู้จำแนก" เมื่อความนัยข้อนี้กระจ่างชัดขึ้น ก็ทำให้สามารถที่จะเดินหน้าใส่เกียร์ความพยายามที่จะทำหน้าที่ดังกล่าวดูสักตั้งในการเป็น "นิเทศก์มือใหม่"
เมื่อถึงวันจริง ก็พบว่า การที่จะเป็น "ผู้ชี้แจง ผู้แสดง ผู้จำแนก" ได้นั้น นอกจากจะเริ่มจากการเป็นผู้ดู ผู้สังเกตอยู่ห่างๆ แล้ว การได้เข้าไปมีส่วนร่วมในระยะหนึ่ง ก็จะช่วยกระตุ้นต่อมนิเทศให้หลั่งฮอร์โมนในการจำแนก แจกแจงออกมาได้ว่า การนิเทศนั้นไม่ใช่เพียงแค่ในช่วงระยะเวลาที่จะมีใครสักคนมาคอยเฝ้า คอยมองดูเราในขณะที่เรากระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง เปรียบดังชายหนุ่มแรกรุ่นมาแอบเฝ้ามองสาวรุ่นที่ตนหมายปองทุกๆ ขณะ แต่เกิดความเห็นว่า การนิเทศที่แท้จริงที่จะมีประโยชน์สูงสุด น่าจะเกิดจากการที่เราเองที่เป็นผู้กระทำ ได้มีโอกาสระลึกรู้ได้ถึงตนเอง และนิเทศตนเองได้ ณ ขณะที่กำลังกระทำการนั้นๆ เพราะเหตุว่าในขณะที่กำลังได้ทำหน้าที่นิเทศอยู่นั้น ก็พบว่าเราเองสามารถที่จะนิเทศตนเองไปได้ด้วยพร้อมๆ กัน จนสามารถที่จะเป็นผู้ชี้แจง ผู้แสดง และผู้จำแนกได้ว่า ในขณะนั้นเรากำลังคิด กำลังทำ หรือกำลังเป็นเช่นไรอยู่ จึงได้มีโอกาสแบ่งปันกับเพื่อนครูที่ไปฝึกสอนในวันนั้นว่า เราสามารถที่จะใช้ช่วงเวลาแห่งการสอนนั้น ย้อนกลับเข้าไปดูภายในตนเองได้ในแต่ละขณะๆ ที่กำลังมีการกระทำอยู่ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีอย่างมากที่จะได้ใช้งานตรงหน้า ให้เป็นฐานแห่งการพัฒนาภายในตนเองได้อย่างชัดเจน เพราะเมื่อใดที่สิ่งที่เราสอนหรือพูด หรือกระทำอะไรออกไป แล้วปฏิกิริยาของผู้ที่อยู่ตรงหน้าหรือผู้ที่มาเรียนรู้กับเราตอบกลับมาเป็นอย่างไร ในขณะนั้นแหละที่เราสามารถใช้ช่วงเวลาทองนั้น ย้อนกลับมาเหมือนเป็นเพียงผู้ดู ผู้นิเทศ ว่าแล้ว เราล่ะรู้สึกอย่างไร เมื่อนั้นการเป็นนิเทศ หรือการเป็นผู้แจกแจง ผู้จำแนกธรรมชาติแห่งใจตนเองได้อย่างชัดเจน ลึกซึ้ง ก็จะเกิดขึ้น และเมื่อนั้นธรรมชาติของใจเราก็จะเผยตัวออกมาอย่างชัดเจน
ว่าแล้วก็ต้องขอขอบคุณครูกวี ครูปุ๋ม และครูทุกท่านที่มีส่วน ในการที่ให้โอกาสมือใหม่ในการนิเทศนี้ ได้มีโอกาสเรียนรู้ และเห็นช่องทางอีกแบบหนึ่ง แห่งการพัฒนาตนเอง ผ่านทางคำว่า "นิเทศ"
ภาพกิจกรรม "สถาบันโยคะวิชาการ"
Healthy& Beauty 2009
ณ. Hall2 อิมแพค เมืองทองธานี
วันที่ 29 ม.ค. - 1 ก.พ. 2552

มูลนิธิหมอชาวบ้าน
2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240
โทรศัพท์ 02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ;
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com
โทรศัพท์ 02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ;
E-mail: [email protected] ; www.thaiyogainstitute.com


