เชิญฝ่ายต่าง ๆ ทั้งหลายมาร่วมเดินบนถนนสู่สันติภาพกันดีไหมครับ

ประเด็นร้อน..?

โลกเรานี่มีอะไรชวนให้คิดพิจารณาอีกเยอะเลยละ  ช่วงนี้ย่างเข้าเดือนห้าก็หน้าร้อนเดี๋ยวสัปดาห์หน้าก็เล่นน้ำสงกรานต์กันนะครับ  การเมืองก็ร้อน ๆ ชวนให้คิดไปไกลถึงโลกตะวันตกเขาร้อนบ้างรึเปล่า 

 ผมอาจจะผิดก็ได้นะที่ว่า...โลกอาหรับกับอิสราเอลมีประศาสตร์ยาวนานของความขัดแย้ง  ที่จริงชาวยิวและชาวอาหรับอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาหลายศตวรรษ  ชาวยิวเป็นนักคิดบริหารในจักรวรรดิออตโตมาน  สาฟาวิดและอับบาสิดของอิสลาม

ชนเผ่ายิวได้รับการปกป้องจากสังคมอิสลามโดยเป็นเผ่าชนหนึ่งในพระคัมภีร์

หลังจากฮิตเลอร์มีอำนาจการเมืองโลกเปลี่ยนไปมาก  ชาวยิวไปที่ไหนในยุโรปก็ถูกขับไล่  ทางสหราชอาณาจักร ( อังกฤษ ) ได้ดินแดนแห่งสัญญา เป็นรัฐอยู่ใต้อารักขา   และยอมให้ชาวยิวเข้าอยู่อาศัยในแดนนี้ (ปาเลสไตน์ )  ซึ่งเป็นถิ่นชาวอาหรับอยู่มาก่อน   นายหน้าค้าที่ดินชาวยิวเข้ามาซื้อแดนดินจากชาวอาหรับและขับไล่ให้ออกจากที่ดินและที่นาเมื่อชาวอาหรับขายที่ดินแล้วช่วงปี พ. ศ. 2473-2483

แต่ก่อนนั้นแม้ขายที่แล้วชาวอาหรับยังอาศัยอยู่ได้  นี่คือเริ่มเป็นประเด็นร้อนตอนที่อังกฤษให้ทั้งสองเผ่าชนช่วยรบในสงครามแล้วจะให้ถิ่นนี้เป็นบ้านเกิด  เมื่ออังกฤษถอนตัวไปจากถิ่นนี้ในปี พ.ศ. 2491 สหประชาติลงมติแบ่งถิ่นนี้เป็นสองส่วนคือของอาหรับและยิว  ทำให้ยิวประกาศอิสรภาพตั้งเป็นประเทศอิสราเอล 

 ชาวอาหรับไม่ยอมและบุกเข้าโจมตีถิ่นชาวยิว  และทุกครั้งที่ชาวอาหรับบุกโจมตีชาวยิวตอบโต้และยึดแดนดินเพิ่มขึ้นเรื่อยมา  และประเด็นร้อนที่เด่นชัดคือการอ้างสิทธิในดินแดนไม่เกี่ยวข้องในทางความเชื่อทางศาสนา 

 หนทางแก้ไขทางหนึ่งผมว่าควรหลีกเลี่ยงการด่ากันโยนความผิดให้อีกฝ่าย  และทุกฝ่ายในสังคมโลกต้องเข้าร่วมเจรจาแก้ปัญหาอย่างเป็นธรรมประเภทถ้าเป็นเมืองไทยคงให้ผู้นำทุกศาสนาที่ไม่มีส่วนได้เสียในทางการเมืองมาเป็นเสากลางแล้วเชิญฝ่ายต่าง ๆ ทั้งหลายมาร่วมเดินบนถนนสู่สันติภาพกันดีไหมครับ.